
นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยในประชากรไทย และมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง ใยอาหารต่ำ การรับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ รวมถึงการขาดกิจกรรมทางกาย ดังนั้น การส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจโภชนาการ โดยเพิ่มการบริโภคผักใบเขียวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยใยอาหาร วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงในระยะยาว
เรืออากาศเอก นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มว่า สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรค การตรวจคัดกรอง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยภายในงาน งานโภชนบริการและการกำหนดอาหาร ได้จัดนิทรรศการให้ความรู้ด้านโภชนาการ พร้อมนำเสนอแนวคิดเมนูสุขภาพจาก “ผักเคล (Kale)” ภายใต้แนวคิด “Kale Auradient – อาหารจากผักเคล ทางเลือกสุขภาพ” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ และมีกิจกรรมมีการสาธิตและแจกชิมเมนูสุขภาพจากผักเคล จำนวน 3 เมนู ได้แก่ “Green Aura” เครื่องดื่มสมูทตี้ผักเคล, “Pink Aurora” เครื่องดื่มโยเกิร์ตผักเคลสองชั้น และ “Golden Aura” ไข่ตุ๋นอะโวคาโดผักเคล ซึ่งเป็นเมนูที่พัฒนาให้เหมาะสมกับทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการอาหารย่อยง่าย
ทั้งนี้ ผักเคลเป็นผักใบเขียวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมีสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่ม Glucosinolates ซึ่งมีบทบาทในการช่วยลดการอักเสบ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และสนับสนุนการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีใยอาหารสูง ช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ลูทีน และซีแซนทีน ที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกาย และเน้นย้ำว่า การบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ ควบคู่กับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการเข้ารับการตรวจคัดกรองตามช่วงวัย เป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง และช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
