ภัยเงียบที่ควบคุมได้ “โรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน”
- สุขภาพดี.com ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 11 เม.ย. 2016 2:16 pm
ภัยเงียบที่ควบคุมได้ “โรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน”
กรมการแพทย์ โดย โรงพยาบาลราชวิถี เผย โรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน เป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน และหากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรังจนต้องฟอกไตหรือปลูกถ่ายไตซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายแก้ไขปัญหา โดยผลักดันการส่งเสริมสุขภาพและแนวคิดวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีไปสู่การปฏิบัติ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมาย มาตรการต่างๆ ให้เอื้อในการต่อสู้กับโรค NCDs สนับสนุนแนวคิดสุขภาพดีสิทธิประโยชน์เพิ่ม รวมถึงส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านศูนย์คนไทยห่างไกล NCDs เพื่อลดอัตราการป่วยก่อนเข้าสู่ระบบการรักษา ลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยในผู้ป่วยรายเก่า และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนและของประเทศ ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เป็นองค์กรนำด้านสุขภาพที่สำคัญของชาติ และมุ่งมั่นสู่การเป็นศูนย์การแพทย์ชั้นนำระดับนานาชาติ ได้ระบุว่า โรคเบาหวานถือเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของโรคไตเรื้อรังในประเทศไทยโดยผู้ป่วยจำนวนมาก มักไม่รู้ตัวว่าไตเริ่มเสื่อมจนกระทั่งอาการลุกลาม การตรวจสุขภาพประจำปีและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน ผู้ป่วยควรตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและดูแลสุขภาพไต เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต หากตรวจพบแต่เนิ่นๆ ก็สามารถชะลอการเสื่อมของไตได้
นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผอ.รพ.ราชวิถี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยเสี่ยงของโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน ได้แก่ ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ระดับความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง และการสูบบุหรี่ ผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากขึ้น สิ่งที่กระตุ้นให้ไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็วกว่าปกติ ได้แก่ การติดเชื้อ การอุดตันของทางเดินปัสสาวะ การขาดน้ำ ดังนั้น วิธีป้องกันผู้ป่วยโรคไตจากเบาหวาน ควรควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1C) น้อยกว่าร้อยละ 7 ควบคุมระดับความดันโลหิตน้อยกว่า 130/80 มม.ปรอท ถ้าไม่มีผลข้างเคียงควรใช้ยาลดความดันโลหิตในกลุ่มที่สามารถชะลอการเสื่อมของไต ได้แก่ ยา ACEI หรือ ARB ควบคุมระดับไขมันในเลือด ให้ระดับไขมัน LDL มีค่าน้อยกว่า 100 มก./ดล. งดสูบบุหรี่ เลี่ยงอาหารเค็ม เนื่องจากปริมาณเกลือในอาหารจะเพิ่มระดับความดันโลหิต และทำให้ไตเสื่อมมากขึ้น ควรออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดปกติได้ง่ายขึ้นควรลดน้ำหนัก โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ควรหลีกเลี่ยงยาที่อาจจะมีผลเสียต่อไต เช่น ยาแก้ปวด ยาลูกกลอน ยาหม้อ เป็นต้น ซึ่งทางโรงพยาบาลราชวิถีได้มีขั้นตอนที่เหมาะสมในการคัดกรองหาโรคไตเรื้อรังจากโรคเบาหวาน ได้แก่ การตรวจปัสสาวะเพื่อหาการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะด้วยวิธีมาตรฐาน และควรตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของไต โดยเจาะครีเอตินินในเลือด และคำนวณการกรองของไต ผู้ป่วยที่ตรวจพบการรั่วของโปรตีนเล็กน้อยในปัสสาวะแพทย์จะตรวจซ้ำ เพื่อยืนยันว่าท่านมีภาวะโปรตีนรั่ว ในปัสสาวะจริง ผู้ป่วยที่ตรวจไม่พบการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะควรได้รับการตรวจปัสสาวะเป็นประจำทุกปี
นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายแก้ไขปัญหา โดยผลักดันการส่งเสริมสุขภาพและแนวคิดวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีไปสู่การปฏิบัติ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมาย มาตรการต่างๆ ให้เอื้อในการต่อสู้กับโรค NCDs สนับสนุนแนวคิดสุขภาพดีสิทธิประโยชน์เพิ่ม รวมถึงส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านศูนย์คนไทยห่างไกล NCDs เพื่อลดอัตราการป่วยก่อนเข้าสู่ระบบการรักษา ลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยในผู้ป่วยรายเก่า และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนและของประเทศ ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เป็นองค์กรนำด้านสุขภาพที่สำคัญของชาติ และมุ่งมั่นสู่การเป็นศูนย์การแพทย์ชั้นนำระดับนานาชาติ ได้ระบุว่า โรคเบาหวานถือเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของโรคไตเรื้อรังในประเทศไทยโดยผู้ป่วยจำนวนมาก มักไม่รู้ตัวว่าไตเริ่มเสื่อมจนกระทั่งอาการลุกลาม การตรวจสุขภาพประจำปีและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน ผู้ป่วยควรตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและดูแลสุขภาพไต เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต หากตรวจพบแต่เนิ่นๆ ก็สามารถชะลอการเสื่อมของไตได้
นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผอ.รพ.ราชวิถี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยเสี่ยงของโรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน ได้แก่ ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ระดับความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดสูง และการสูบบุหรี่ ผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากขึ้น สิ่งที่กระตุ้นให้ไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็วกว่าปกติ ได้แก่ การติดเชื้อ การอุดตันของทางเดินปัสสาวะ การขาดน้ำ ดังนั้น วิธีป้องกันผู้ป่วยโรคไตจากเบาหวาน ควรควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1C) น้อยกว่าร้อยละ 7 ควบคุมระดับความดันโลหิตน้อยกว่า 130/80 มม.ปรอท ถ้าไม่มีผลข้างเคียงควรใช้ยาลดความดันโลหิตในกลุ่มที่สามารถชะลอการเสื่อมของไต ได้แก่ ยา ACEI หรือ ARB ควบคุมระดับไขมันในเลือด ให้ระดับไขมัน LDL มีค่าน้อยกว่า 100 มก./ดล. งดสูบบุหรี่ เลี่ยงอาหารเค็ม เนื่องจากปริมาณเกลือในอาหารจะเพิ่มระดับความดันโลหิต และทำให้ไตเสื่อมมากขึ้น ควรออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดปกติได้ง่ายขึ้นควรลดน้ำหนัก โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน ควรหลีกเลี่ยงยาที่อาจจะมีผลเสียต่อไต เช่น ยาแก้ปวด ยาลูกกลอน ยาหม้อ เป็นต้น ซึ่งทางโรงพยาบาลราชวิถีได้มีขั้นตอนที่เหมาะสมในการคัดกรองหาโรคไตเรื้อรังจากโรคเบาหวาน ได้แก่ การตรวจปัสสาวะเพื่อหาการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะด้วยวิธีมาตรฐาน และควรตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของไต โดยเจาะครีเอตินินในเลือด และคำนวณการกรองของไต ผู้ป่วยที่ตรวจพบการรั่วของโปรตีนเล็กน้อยในปัสสาวะแพทย์จะตรวจซ้ำ เพื่อยืนยันว่าท่านมีภาวะโปรตีนรั่ว ในปัสสาวะจริง ผู้ป่วยที่ตรวจไม่พบการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะควรได้รับการตรวจปัสสาวะเป็นประจำทุกปี
ภัยเงียบที่ควบคุมได้ “โรคไตเรื้อรังจากเบาหวาน”
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (12 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (62 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (69 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (63 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (96 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (87 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (122 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (98 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot, Google Adsense [Bot] และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน

