โรคม่านตาอักเสบ (Uveitis) ทำไงดี!
- สุขภาพดี.com ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 11 เม.ย. 2016 2:16 pm
โรคม่านตาอักเสบ (Uveitis) ทำไงดี!
กรมการแพทย์ รพ.เมตตา ฯ (วัดไร่ขิง) แนะ! หากเกิดภาวะม่านตาอักเสบซึ้งเป็นการอักเสบในส่วนของม่านตา (Iris, Ciliary body, Choroid) อันเป็นภาวะอันตรายที่ต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และทันท่วงที ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงตามมา หากรู้เท่าทันก่อนรักษาได้
นพ.ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีในการวินิจฉัยและยาที่ใช้ในการรักษาภาวะม่านตาอักเสบได้รับการพัฒนามากขึ้น ทำให้การวินิจฉัยโรคมีความแม่นยำ มีผลลัพธ์ของการรักษาที่ดีและสามารถพยากรณ์โรคได้ถูกต้อง ทั้งนี้ภาวะม่านตาอักเสบมีความแตกต่างจากโรคอื่นๆ โดยเฉพาะการอักเสบแบบเรื้อรังเนื่องจากมีโอกาสเกิดซ้ำสูงมาก ดังนั้นการที่จะทราบสาเหตุที่แน่ชัด การที่รู้จักและเข้าใจธรรมชาติของโรคจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยให้สามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง ลดโอกาสเกิดโรคซ้ำและลดภาวะแทรกซ้อนที่ตามมาได้
นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผอ.รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวถึง ภาวะม่านตาอักเสบ (Uveitis) คือการอักเสบของยูเวีย(Uvea) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อชั้นกลางของผนังลูกตาและในบางครั้งการอักเสบสามารถลุกลามไปยังบริเวณอื่นของดวงตา มักมีอาการตาแดงโดยเฉพาะบริเวณรอบตาดำ ปวดตา ตามัว ตาสู้แสงไม่ได้ เห็นจุดลอยไปมาในปริมาณมาก ซึ่งอาจเกิดกับดวงตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งสาเหตุภาวะม่านตาอักเสบอาจเกิดจากการติดเชื้อ โรคทางภูมิคุ้มกันและโรคประจำตัวอื่นๆ การได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาอย่างทันท่วงที เพราะหากปล่อยไว้ อาจรุนแรงจนถึงขั้นทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร
นพ.โยธิน ฐิตวัฒนกุล นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กล่าวเสริมว่า ภาวะม่านตาอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุที่หลากหลาย ได้แก่ การติดเชื้อ ภาวะภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติและโรคทางภูมิคุ้มกัน รวมทั้งกลุ่มมะเร็งภายในลูกตาซึ่งพบได้น้อย ภาวะม่านตาอักเสบที่สามารถหาสาเหตุได้แก่ จากการติดเชื้อ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อวัณโรค เชื้อโปโตซัว เชื้อรา และเชื้อพยาธิ จากภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติและโรคทางภูมิคุ้มกัน เช่น โรคภูมิคุ้มกันตนเอง (SLE) โรครูมาตอยด์ โรคเบเช็ท (Behcet) โรคซาคอยด์ (Sarcoidosis) โรคโวกต์–โคยานางิ–ฮาราดะ (VKH) จากโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคที่เกิดจากยีน HLA-27 รวมไปถึงโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคมะเร็งเม็ดเลือด โรคมะเร็งที่ลุกลามมาจากอวัยวะอื่น อย่างไรก็ตาม ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยม่านตาอักเสบที่ถึงแม้ว่าจะมีการตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการแล้วก็ไม่พบสาเหตุของม่านตาอักเสบที่ชัดเจนสำหรับภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นจากภาวะม่านตาอักเสบได้ เช่น โรคต้อหิน โรคต้อกระจก โรคทางจอประสาทตาฯลฯ ในส่วนของวิธีการรักษาทั่วไปในระยะเริ่มต้นมีเป้าหมายเพื่อลดการอักเสบและป้องกันการเสียหายของเนื้อเยื่อในลูกตาโดยประเภทของยาที่ใช้รักษาประกอบด้วยยาสเตียรอยด์ ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านไวรัสเพื่อควบคุมการติดเชื้อ อาจมีความจำเป็นต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันในกรณีภาวะม่านตาอักเสบที่มีความรุนแรงและสามารถป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรค ผู้ป่วยควรพบจักษุแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการและประเมินการอักเสบอย่างใกล้ชิด ตลอดจนเฝ้าระวังผลข้างเคียงของโรคและของยาที่ใช้ในการรักษาที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ภาวะต้อกระจกหรือความดันตาสูง หากผู้ป่วยมีอาการแย่ลงควรรีบมาพบจักษุแพทย์

นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผอ.รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวถึง ภาวะม่านตาอักเสบ (Uveitis) คือการอักเสบของยูเวีย(Uvea) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อชั้นกลางของผนังลูกตาและในบางครั้งการอักเสบสามารถลุกลามไปยังบริเวณอื่นของดวงตา มักมีอาการตาแดงโดยเฉพาะบริเวณรอบตาดำ ปวดตา ตามัว ตาสู้แสงไม่ได้ เห็นจุดลอยไปมาในปริมาณมาก ซึ่งอาจเกิดกับดวงตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งสาเหตุภาวะม่านตาอักเสบอาจเกิดจากการติดเชื้อ โรคทางภูมิคุ้มกันและโรคประจำตัวอื่นๆ การได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาอย่างทันท่วงที เพราะหากปล่อยไว้ อาจรุนแรงจนถึงขั้นทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร
นพ.โยธิน ฐิตวัฒนกุล นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กล่าวเสริมว่า ภาวะม่านตาอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุที่หลากหลาย ได้แก่ การติดเชื้อ ภาวะภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติและโรคทางภูมิคุ้มกัน รวมทั้งกลุ่มมะเร็งภายในลูกตาซึ่งพบได้น้อย ภาวะม่านตาอักเสบที่สามารถหาสาเหตุได้แก่ จากการติดเชื้อ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อวัณโรค เชื้อโปโตซัว เชื้อรา และเชื้อพยาธิ จากภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติและโรคทางภูมิคุ้มกัน เช่น โรคภูมิคุ้มกันตนเอง (SLE) โรครูมาตอยด์ โรคเบเช็ท (Behcet) โรคซาคอยด์ (Sarcoidosis) โรคโวกต์–โคยานางิ–ฮาราดะ (VKH) จากโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคที่เกิดจากยีน HLA-27 รวมไปถึงโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคมะเร็งเม็ดเลือด โรคมะเร็งที่ลุกลามมาจากอวัยวะอื่น อย่างไรก็ตาม ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยม่านตาอักเสบที่ถึงแม้ว่าจะมีการตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการแล้วก็ไม่พบสาเหตุของม่านตาอักเสบที่ชัดเจนสำหรับภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นจากภาวะม่านตาอักเสบได้ เช่น โรคต้อหิน โรคต้อกระจก โรคทางจอประสาทตาฯลฯ ในส่วนของวิธีการรักษาทั่วไปในระยะเริ่มต้นมีเป้าหมายเพื่อลดการอักเสบและป้องกันการเสียหายของเนื้อเยื่อในลูกตาโดยประเภทของยาที่ใช้รักษาประกอบด้วยยาสเตียรอยด์ ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านไวรัสเพื่อควบคุมการติดเชื้อ อาจมีความจำเป็นต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันในกรณีภาวะม่านตาอักเสบที่มีความรุนแรงและสามารถป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรค ผู้ป่วยควรพบจักษุแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการและประเมินการอักเสบอย่างใกล้ชิด ตลอดจนเฝ้าระวังผลข้างเคียงของโรคและของยาที่ใช้ในการรักษาที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ภาวะต้อกระจกหรือความดันตาสูง หากผู้ป่วยมีอาการแย่ลงควรรีบมาพบจักษุแพทย์
โรคม่านตาอักเสบ (Uveitis) ทำไงดี!
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (3 views)
- เปิดรายชื่อ Premium Clinic ด้านทันตกรรม เพิ่มทางเลือกประชาชน เข้าถึงบริการทันตกรรมเฉพาะทางคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม (2 views)
- เปิด “คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ครบวงจร” One Stop Service เพิ่มทางเลือกดูแลสุขภาพก่อนป่วย ด้วยราคาประชาชนเข้าถึงได้ (1 views)
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,166 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (30 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (8 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (9 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (14 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot], ClaudeBot, GoogleOther และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
