บิ๊กบอสมิสทิน ดนัย ดีโรจน์วงศ์ เปิดใจ เอเชียยังยืนหนึ่งผู้ทรงอิทธิพลความงามโลก
เตรียมฉวยโอกาส บุกตลาดครั้งใหญ่ เล็งเป้าหมาย สหรัฐอเมริกา ยุโรป-ตะวันออกกลาง
และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมรีแบรนด์มิสทิน ชูเครื่องสำอางไทย ดัน "ทีบิวตี้" ผงาดโลก
เตรียมฉวยโอกาส บุกตลาดครั้งใหญ่ เล็งเป้าหมาย สหรัฐอเมริกา ยุโรป-ตะวันออกกลาง
และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมรีแบรนด์มิสทิน ชูเครื่องสำอางไทย ดัน "ทีบิวตี้" ผงาดโลก

นายดนัย กล่าวต่อว่า มิสทินได้เริ่มขยายตลาดไปยัง สหรัฐอเมริกา ยุโรป และประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บ้างแล้ว โดยผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจไปได้เร็วและความนิยมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง
"อุตสาหกรรมความงามยังเติบโตได้ดีในประเทศที่มีกำลังจับจ่ายสูง ผมมองว่า ตลาดอินเดีย เป็นตลาดที่น่าสนใจ มีจีดีพีเติบโตขึ้นเรื่อยๆ คนอินเดียเริ่มมีความกินดีอยู่ดีมากขึ้น จึงจะเป็นตลาดใหม่ของมิสทิน" นายดนัยกล่าว
นอกจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียที่ดีขึ้นเรื่อยๆ มาตรการของรัฐบาลเรื่องฟรีวีซ่า ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียเดินทางเข้ามาประเทศไทยมากขึ้น จึงมีผลดีกับสินค้าไทยทุกอุตสาหกรรม จากอาหาร นวดสปา เสื้อผ้า ถึงเครื่องสําอางไทย

เพื่อตอบรับเทรนด์รักษ์โลก และการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อม นายดนัยกล่าวว่า สินค้ามิสทินที่จะผลิตออกสู่ตลาด จึงต้องเป็นสินค้า "บิวตี้แอนด์เฮลท์" และเทรนด์ตลาดที่เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง เช่น เป็นสกินแคร์ บอดี้แคร์ เป็นต้น
มิสทินมีแผนจะวางตลาดสินค้าใหม่ พร้อมโชว์นวัตกรรมใหม่ๆ ในงานคอสโมพรอฟ ซีบีอี อาเซียน ที่จะจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในเดือนมิถุนายนปีนี้
"คอสโมพรอฟ ซีบีอี อาเซียน จะเป็นเวทีให้เรา และแบรนด์เครื่องสําอางในอุตสาหกรรมความงามของคนไทยได้มีโอกาสโชว์เคสให้ชาวโลกเป็นที่รู้จักและมีโอกาสมาสัมผัสสินค้าดีๆ ของคนไทย" นายดนัยกล่าว
ในปีนี้มิสทินยังมีแผนจะแนะนำสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด รวมทั้งการเปิดตัว ครีมกันแดด รุ่นใหม่ที่สามารถสู้กับความร้อนได้ถึง 40 องศา หรือยูวีที่แรงขึ้นในเร็วๆ นี้ จากปัจจุบันมิสทินมีครีมกันแดดกว่า 100 รายการให้เลือก

มิสทินจะทำกิจกรรมซีเอสอาร์มากขึ้น ไม่ใช่แค่ซื้อมาขายไปแล้วก็จบ เพราะองค์กรเล็กหรือใหญ่ต้องมีหน้าที่ในการช่วยกันรักษาทรัพยากรให้มากที่สุด หรือแม้กระทั่งการคิดสินค้าในแนวคิดใหม่ๆ ที่มีส่วนรักษ์โลกจะให้น้ำหนักมากขึ้นในปีนี้
นอกจากนี้มิสทินยังเน้นการสร้างแบรนด์ ผ่านนิยามความงามบริบทใหม่ บนคีย์เวิร์ด "I am perfectly me" ทุกคนมีความสวยงาม
"สมัยก่อนเราจะนิยมสวยตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น ที่เรียกว่าเจ-บิวตี้ ต่อมาก็เป็น เค-บิวตี้ มิสทินจะผลิตสินค้าที่มีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า และจะเป็นผู้นำที่จะสร้างคอนเซ็ปต์ของคําว่า ทีบิวตี้" นายดนัยกล่าว
ปัจจุบันตลาดรวมเครื่องสำอางเมืองไทยมีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งราว 20% เป็นการจับจ่ายผ่านช่องทางของนักท่องเที่ยว เช่น คิงพาวเวอร์ ร้านวัตสัน ร้านบู๊ทส์ ซึ่งมิสทินมีแผนจะขยายตลาดไปยังช่องทางนี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่องทางดิวตี้ฟรี
