Kind + Jugend ASEAN 2024 (คินอันยูเก้น อาเซียน)
พร้อมต้อนรับนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก
ไว้ด้วยกัน คาดเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท
พร้อมต้อนรับนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก
ไว้ด้วยกัน คาดเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท


คุณภูษิต ศศิธรานนท์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร บริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค กล่าวว่า "จากความสำเร็จของการจัดงานในปีที่แล้ว ที่สามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายในงานมากกว่า 1,000 ล้านบาท ตอกย้ำการเป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่เปิดตลาดอาเซียน +6 ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ โดย Kind + Jugend ASEAN ในปีนี้ เราได้ยกระดับพร้อมปลดล็อกข้อจำกัดเดิมไปอีกขั้นด้วยธีม 'Taking A Leap Forward' หรือขยายความที่ว่า ทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งด้วยนวัตกรรม ซึ่งภายในงานจะมีการจัดแสดงจากแบรนด์สินค้าแม่และเด็กชั้นนำกว่า 300 แบรนด์ 7 โปรไฟล์ตามประเภทของสินค้า ครอบคลุมทุกความต้องการในงานเดียว โดยมุ่งเน้นไปที่สินค้าเชิงนวัตกรรม สินค้าที่ทำจากส่วนผสมธรรมชาติ ปลอดสารเคมี บรรจุภัณฑ์ที่มีความยั่งยืน สามารถใช้ซ้ำ และไม่เป็นขยะหรือสารเคมีต่อโลก นอกจากนี้ยังมีหัวข้อสัมมนาที่สอดคล้องกัน อาทิ Guideline to Create Smart Innovative Solution for Your Little One, Transforming Trends in Baby Product Design & Development และอีกมากมาย โดยคาดว่างาน Kind + Jugend ASEAN 2024 จะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 4,000 ราย จากทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน และมีการเจรจาธุรกิจที่คาดว่าจะสร้างมูลค่าการซื้อขายในงานไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท


คุณสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้า กล่าวว่า "ปัจจุบันประชากรในภูมิภาคอาเซียนมีมากกว่า 660 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยจากข้อมูลฯ พบว่า กลุ่มประเทศอาเซียนที่มีอัตราการเกิดสูงที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ ลาว ฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมาร์ และอินโดนีเซีย ในขณะที่ประเทศผู้นำด้านตลาดสินค้าแม่และเด็ก ประกอบไปด้วย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเวียดนาม โดยประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าของเล่นเด็กที่มีความโดดเด่นด้านคุณภาพมาตรฐานของสินค้าและเป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ ของเล่นเด็กจึงเป็นสินค้าส่งออกศักยภาพสูงที่มีแนวโน้มเติบโต ซึ่งสินค้าประเภทรถจักรยานสามล้อ สกูตเตอร์ รถยนต์ที่ใช้เท้าถีบ และของเล่นมีล้อที่คล้ายกัน รถเข็นสำหรับตุ๊กตา ของเล่นสำหรับฝึกสมองทุกชนิด มีตลาดส่งออกสำคัญ คือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน เยอรมนี เม็กซิโก และสหราชอาณาจักร ตามลำดับ โดยการสนับสนุนงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ส่งออกในระดับนานาชาติ และเพื่อเปิดประตูสู่การลงทุนในประเทศไทย โดยเน้นกลุ่มผู้ซื้อและผู้เข้าร่วมงานจากภูมิภาคอาเซียนและประเทศโดยรอบ ผ่านการจัดงานแสดงสินค้าสำหรับแม่และเด็กระดับพรีเมี่ยม"

ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า "เราพร้อมทําหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการดําเนินงานส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของประเทศ อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางประสานงานกับ สสว. ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการทั้งเงินทุนและองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมฯ ให้สามารถเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติในประเทศไทย และนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับต่างประเทศ ผ่านมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS"

คุณดวงเด็ด ย้วยความดี ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า "ทีเส็บมีนโยบายที่จะส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวของตลาดและเพิ่มศักยภาพการค้าการลงทุนในแต่ละอุตสาหกรรมผ่านงานแสดงสินค้านานาชาติ ดังนั้นการจัดงานแสดงสินค้า Kind + Jugend ASEAN นี้ ถือเป็นงานแสดงสินค้าที่เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ ได้มีโอกาสนำเสนอสินค้า พบปะกับผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและเกิดการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ผลิต ผู้นำเข้าและผู้ส่งออก ตลอดระยะเวลาของการจัดงาน โดยทีเส็บได้สนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ โดยเฉพาะการสนับสนุนทางด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้จัดงานเพิ่มตัวเลขผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศ สร้างโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงและต่อยอดธุรกิจ ยกระดับงานแสดงสินค้าแม่และเด็กให้เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมที่มีความสร้างสรรค์และบริการของผู้ประกอบการ พร้อมให้ไทยเป็นศูนย์กลางของตลาดระดับภูมิภาคและขยายตลาดสินค้าแม่และเด็กไปสู่ตลาดโลก"

คุณสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า "ความพิเศษของการจัดงานในครั้งนี้ อพวช. ได้สนับสนุนและนำนิทรรศการชุด Plearn Science Explorer, ชุดสื่อการเรียนรู้ NSM Plearn Science และกิจกรรม I-SCREAM มาจัดแสดงเพื่อส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และเข้าถึงวิทยาศาสตร์ได้ง่ายยิ่งขึ้น ตอกย้ำว่าวิทยาศาสตร์มีความสำคัญกับเด็กปฐมวัย เนื่องจากเป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็น การปลูกฝังเด็กให้เติบโตไปพร้อมกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ถือเป็นการวางรากฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กและเยาวชน นำไปสู่การเกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการส่งเสริมกิจกรรมวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศต่อไป อีกทั้งยังเป็นการช่วยสร้างศักยภาพให้ตลาดสินค้าแม่และเด็กภูมิภาคอาเซียนเติบโตไปอีกขั้น"

สามารถลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ที่ https://mobile.eventpassinsight.co/regi ... ?code=2024
