Skip ไปที่เนื้อหา

ข้อเท้าบวม สัญญาณเตือนบอกถึงโรคภัยอะไรได้บ้าง?


  • เนิร์ด ออฟไลน์
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 12 เม.ย. 2022 11:46 am

ข้อเท้าบวม สัญญาณเตือนบอกถึงโรคภัยอะไรได้บ้าง?

 โพสต์ เนิร์ด    747

ข้อเท้าบวม สัญญาณเตือนบอกถึงโรคภัยอะไรได้บ้าง — เนิร์ด

หากรู้สึกปวด ๆ เจ็บ ๆ ที่ข้อเท้า แล้วพอมองก็เห็นว่าข้อเท้าบวมอย่างไม่มีสาเหตุ ถึงแม้ว่าอาจจะดูเป็นอาการเล็กน้อยที่ทำให้คิดว่าเพียงแค่ดูแลรักษาตัวเองให้ดีก็เพียงพอแล้ว แต่อย่านิ่งนอนใจ เพราะปัญหาข้อเท้าบวมนั้นอาจเป็นสัญญาณที่คอยแจ้งเตือนว่าร่างกายมีความผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งถ้าปล่อยไว้ก็อาจจะส่งผลให้เกิดอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้

เพื่อคลายข้อสงสัยให้กับผู้อ่าน ในเบื้องต้นบทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับอาการข้อเท้าบวม หรือตาตุ่มบวม ว่าเป็นอาการแบบไหน มีลักษณะอย่างไร มีสาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง รวมถึงมีวิธีรักษาหรือวิธีดูแลร่างกายเบื้องต้นเพื่อให้อาการข้อเท้าบวมบรรเทาลง

ข้อเท้าบวม

e2yhue

ข้อเท้าบวม คือ อาการบวมที่ส่วนปลายของขา รวมถึงตาตุ่มบวม เท้าบวม โดยสาเหตุที่ทำให้ข้อเท้าบวมมีได้หลายอย่าง เช่น การยืนอยู่กับที่นาน ๆ เกิดการบาดเจ็บหรือเกิดการติดเชื้อ เป็นต้น เมื่อรู้สาเหตุแล้วก็ต้องหาวิธีรักษา พร้อมกับมีวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาข้อเท้าบวมขึ้นอีก

ข้อเท้าบวมตรงตาตุ่ม
อาการถุงน้ำบริเวณตาตุ่มบวมอักเสบนี้เกิดจากถุงน้ำบริเวณตาตุ่มอักเสบ มีอาการบวม กดเจ็บ อาจเกิดจากการติดเชื้อ หรือไม่ติดเชื้อก็ได้ โดยอาการเจ็บจะค่อย ๆ เป็น จะเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ มักเกิดได้จากสามสาเหตุหลัก ๆ คือ
  • การกระแทก ส่วนใหญ่เกิดจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุต่าง ๆ บริเวณตาตุ่ม ทำให้ตาตุ่มบวมและแดงอักเสบขึ้นมา
  • การนั่งทับบริเวณตาตุ่มนอกนาน ๆ เช่น ท่านั่งพับเพียบ ท่านั่งขัดสมาธิ พบในกลุ่มคนที่ต้องนั่งพื้นทำงาน หรือกลุ่มคนที่ชอบนั่งสมาธิ เป็นต้น
  • เสียดสีบริเวณตาตุ่ม เช่น การใส่รองเท้าขอบสูง ๆ ที่ไม่พอดี มักพบในกลุ่มคนทำงานในเครื่องแบบ เช่น ทหาร ตำรวจ หรือเกษตรกรที่ต้องใส่รองเท้าบูท หรือคนที่ต้องใช้รองเท้าเซฟตี้ก็พบได้บ่อย รวมถึงนักกีฬาที่ต้องใส่รองเท้าหุ้มข้อหรือรองเท้าขอบสูง ๆ เช่น นักสเก็ต นักกีฬาโรเลอร์เบลด นักบาสเก็ตบอล
ข้อเท้าบวมเกิดจากอะไร

e2y4VI

อาการข้อเท้าบวมนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้

อาการบาดเจ็บ
เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด โดยอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้านั้นจะเกิดขึ้นได้จากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะสะดุดล้ม ก้าวขาพลาด ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง หรืออุบัติเหตุที่เกิดจากการเล่นกีฬา ทำให้เกิดอาการอักเสบและบวมขึ้นมา

การติดเชื้อ
ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุเกิดแผลขึ้นมาก็จะทำให้ข้อเท้าบวม อักเสบขึ้นได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเบาหวานที่อาจจะมีโอกาสติดเชื้อลุกลามง่ายและมีอาการรุนแรงมากกว่าบุคคลทั่วไป

ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
สำหรับผู้ที่มีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำบริเวณขาก็จะทำให้ข้อเท้าหรือเท้าบวมขึ้น และเมื่อเดินก็จะรู้สึกเจ็บได้ ซึ่งภาวะนี้จะมีระดับความรุนแรงแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับว่ามีการอุดตันลึกมากแค่ไหน ซึ่งกรณีที่ลิ่มเลือดอุดตันมากและไม่รีบเข้ารับการรักษาก็จะทำให้ลิ่มเลือดเข้าไปที่ปอดและเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

ภาวะหลอดเลือดดำบกพร่อง
ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าหลอดเลือดดำจะไหลเวียนไปที่หัวใจทางเดียว ซึ่งจะมีลิ้นคอยกั้นไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ แต่ถ้าลิ้นที่ปิดกั้นการไหลเวียนเลือดนั้นเสียหายขึ้นมาก็จะทำให้เลือดไหลกลับไปคั่งบริเวณขาและข้อเท้า ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมข้อเท้าถึงบวมขึ้นมา

ภาวะบวมน้ำเหลือง
เกิดจากน้ำเหลืองคั่งบริเวณใต้ผิวหนัง กล่าวคือน้ำเหลืองที่ไหลเวียนในร่างกายถูกขัดขวาง ทำให้เท้าและข้อเท้าบวมผิดปกติ หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดอาการติดเชื้อ ซึ่งส่งผลทำให้โลหิตเป็นพิษและส่งผลอันตรายถึงชีวิต

โรคอื่น ๆ
โรคบางชนิดไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคไต โรคตับ นั้นจะทำให้ข้อเท้าบวมขึ้นได้ ซึ่งอาการบวมจากโรคดังกล่าวนั้นเกิดจากที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดเกลือและน้ำในร่างได้หมด จนทำให้มีของเหลวในร่างกายสะสมมากเกิน ซึ่งจะส่งผลให้น้ำส่วนเกินนั้นลงอยู่ที่เท้าและเกิดอาการบวมขึ้นมา

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด
ยาที่ส่งผลทำให้ข้อเท้าบวมมีดังนี้

-ยาฮอร์โมน เช่น เอสโตรเจน เทสโทสเทอโรน
-ยาสเตียรอยด์ เช่น ยาคอร์ติซอลสเตียรอยด์
-ยาสำหรับใช้รักษาภาวะซึมเศร้า เช่น ยาอะมิทริปไทลีน ยานอร์ทริปไทลีน
-ยาสำหรับใช้รักษาโรคความดันโลหิต เช่น แคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์

การยืนเป็นระยะเวลานาน
หากทำงานที่ต้องยืนนาน ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อน่องและข้อเท้าไม่ได้ทำงาน ซึ่งอาจจะทำให้เลือดและน้ำต่าง ๆ ในร่างกายไหลเวียนไม่ดี ทำให้คั่งบริเวณข้อเท้าและเท้า ทำให้เกิดอาการข้อเท้าบวมได้

พฤติกรรมและการใช้ชีวิตประจำวัน
จากที่กล่าวไปเบื้องต้น ว่าการกระทำบางอย่างนั้นก็อาจจะส่งผลทำให้ตาตุ่มบวมได้ เช่น นั่งทับบริเวณตาตุ่มนอก นั่งขัดสมาธิหรือนั่งพับเพียบนาน ๆ รวมถึงการใส่รองเท้าหรือถุงเท้าที่ขอบเสียดสีข้อเท้าก็จะทำให้เกิดอาการตาตุ่มบวมขึ้นได้เช่นกัน

ลักษณะอาการข้อเท้าบวม
จะรู้ได้อย่างไรว่าข้อเท้าบวม? โดยทั่วไปแล้วข้อเท้าบวมนั้นจะมีลักษณะและอาการที่พบ ดังนี้
  • ข้อเท้าบวมขยายขึ้นจนสังเกตเห็นได้ หากนำมือไปสัมผัสบริเวณที่บวมจะรู้สึกว่านิ่มจนผิดปกติ
  • เมื่อนำนิ้วกดบริเวณที่บวมจะเกิดรอยบุ๋มชัดเจน แต่เมื่อนำนิ้วออกไปแล้วรอยบุ๋มไม่หายหรือหายช้าอย่างผิดปกติ
  • เมื่อถอดรองเท้าหรือถุงเท้าออกแล้วจะเห็นว่าบริเวณที่บวมมีรอยบุ๋มชัดเจน
  • บริเวณที่บวมมีลักษณะแดง รู้สึกอุ่น ๆ เมื่อสัมผัส
การวินิจฉัยอาการข้อเท้าบวม

e2mIuq

ในเบื้องต้นผู้ป่วยสามารถสังเกตเห็นอาการข้อเท้าบวม ตาตุ่มบวมหรือเท้าบวมได้ด้วยตนเอง หากไม่รุนแรงมากนักก็อาจไม่ต้องไปพบแพทย์ แต่ถ้ามีอาการบวมมาก หรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยควรรีบไปปรึกษาแพทย์

เมื่อเข้ารับการตรวจ แพทย์จะตรวจร่างกายภายนอก และซักประวัติเกี่ยวกับอาการที่เป็นว่ามีอาการบวมที่ใด และรู้สึกบวมมากที่สุดช่วงเวลาไหนของวัน หากต้องตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม แพทย์อาจใช้วิธีดังต่อไปนี้

1. ตรวจเลือด
การตรวจเม็ดเลือด เป็นการตรวจนับความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจการทำงานของตับและไต หรือตรวจค่าเกลือแร่ในร่างกายเพื่อประเมินการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ

2. ตรวจเอกซเรย์
เอกซเรย์เพื่อดูความผิดปกติของกระดูก หรือเนื้อเยื่อต่าง ๆ

3. ตรวจอัลตร้าซาวด์
การอัลตร้าซาวด์ เป็นการตรวจด้วยคลื่นเสียง ที่ช่วยระบุความผิดปกติของอวัยวะ หลอดเลือด และเนื้อเยื่อต่างๆ

4. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อประเมินการทำงานของหัวใจซึ่งจะช่วยให้แพทย์ระบุความผิดปกติของหัวใจอันสัมพันธ์กับอาการเท้าบวมได้

5. ตรวจค่าไต
การตรวจค่าไต เป็นการเช็กสภาพของเสียที่ถูกขับจากการทำงานปัจจุบันของไต เพื่อหาสารยูเรียรั่วไหลในกระแสเลือดนั้น มาจากการทำงานผิดปกติของไตโดยตรงหรือไม่

6. ตรวจค่าตับ
การตรวจค่าตับ เป็นการวัดระดับสารเคมีหลายชนิดในเลือด และแปลผลออกมาเป็นค่าต่างๆ

วิธีรักษาข้อเท้าบวม

e2mL5J

การรักษาอาการข้อเท้าบวมเบื้องต้น
ในกรณีที่อาการข้อเท้าบวมเกิดจากอุบัติเหตุเล็กน้อย หรือเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ยืนนาน นั่งทับตาตุ่มนาน และอื่น ๆ ซึ่งในส่วนของอาการดังกล่าวนั้นอาจไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษากับทางแพทย์ ซึ่งสามารถดูแลตนเองเพื่อให้อาการปวดบวมดีขึ้นได้ เช่น

การประคบเย็น
ในกรณีที่ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง แล้วทำให้ข้อเท้าบวม ประคบเย็นจะช่วยทำให้หลอดเลือดบริเวณที่ประคบหดตัวลง ทำให้ข้อเท้าบวมปวดน้อยลง

การพันผ้ายืด
หากรู้สึกปวดข้อเท้าบวม สามารถใช้ผ้ายืดหรือสายรัดพันรอบข้อเท้าเพื่อช่วยลดอาการบวมอักเสบของข้อเท้าลงได้
การดูแลร่างกายอื่น ๆ

-ยืดขา เหยียดขาสูงเพื่อให้เลือดไหลเวียน
-นอนหงายแล้วยกขาสูงขึ้นเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก
-หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่รัดบริเวณข้อเท้า
-ลดปริมาณเกลือที่ทาน เพราะจะช่วยลดปริมาณน้ำส่วนเกินในร่างกายได้

การรักษาทางการแพทย์
เป็นวิธีรักษาข้อเท้าบวมในกรณีที่อาการปวดข้อเท้ารุนแรง หรือข้อเท้าบวมจากการเป็นโรคต่าง ๆ ซึ่งทำให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดเกลือและน้ำในร่างกายได้หมด แพทย์จะแนะนำให้รับประทานยาขับปัสสาวะเพื่อให้ร่างกายขับน้ำออกไป ทำให้อาการข้อเท้าบวมน้อยลงได้

ในกรณีที่ข้อเท้าบวมจากการใช้ยาบางประเภท ทางแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่ายังใช้ยานั้น ๆ ในการรักษาได้หรือไม่ ถ้าทานยาแล้วทำให้ข้อเท้าบวมรุนแรง แพทย์จะทำการลดปริมาณยา หยุดสั่งยา หรือเปลี่ยนยาเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

อาการข้างเคียงจากข้อเท้าบวม

e2mAtv

ข้อเท้าบวม ตาตุ่มบวมและเท้าบวมอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่าง ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เป็น เท้าบวมอาจส่งผลให้เกิดอาการเจ็บ เดินและวิ่งได้ไม่สะดวกชั่วคราว

หากอาการบวมนี้เรื้อรังจนทำให้ผิวหนังบริเวณที่บวมเปลี่ยนสี หรือมีแผลเปื่อยร่วมด้วย ก็อาจทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ หากไม่ได้รับการรักษาเพื่อบรรเทาอาการ อาจทำให้เป็นฝี มีภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ เนื้อตาย จนเกิดภาวะ Cellulitis แล้วไม่ได้รับการรักษาทันเวลา เชื้อดังกล่าวอาจแพร่กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อาจเกิดการติดเชื้อลามเข้าไปยังเนื้อเยื่อชั้นในได้

หากเกิดภาวะ Cellulitis จนเกิดการติดเชื้อลามเข้าไปยังเนื้อเยื่อชั้นในแล้ว จะทำให้เกิดภาวะแบคทีเรียกินเนื้อ ซึ่งถือเป็นภาวะร้ายแรงที่แม้พบได้น้อยมาก แต่หากกลับมาเป็นซ้ำอีกก็สามารถส่งผลกระทบกับระบบระบายน้ำเหลือง และทำให้แขนขาบวมแบบเรื้อรังได้ นอกจากนี้ Cellulitis อาจทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงและถึงขั้นเสียชีวิตจากการติดเชื้อได้ เช่น เนื้อเยื่อตาย ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อในกระดูก เป็นต้น

แนวทางการป้องกันข้อเท้าบวม

e2moIk

ข้อเท้าบวมไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดอาการเท้าบวมได้บ้างด้วยวิธีดังต่อไปนี้
  • ลุกขึ้นเดินเป็นระยะ ๆ เพื่อป้องกันของเหลวลงไปคั่งที่บริเวณขาและเท้า
  • ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว การดื่มน้ำให้พอเหมาะทุกวันจะลดอาการบวมที่เกิดขึ้นและช่วยป้องกันอาการบวมได้
  • ลดปริมาณการบริโภคเกลือ เกลือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการบวมได้ หากรับประทานลดลงความเสี่ยงต่ออาการบวมก็จะลดลงด้วย
  • หนุนเท้าให้สูงขณะนอนหลับ หากขาและเท้าอยู่ในระดับที่สูงพอในขณะนอนหลับก็จะช่วยให้อาการบวมลดลง
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด และอาจช่วยป้องกันการเกิดอาการเท้าบวมได้
การป้องกันความเสี่ยงของภาวะ Cellulitis ทำได้โดยการดูแลสุขอนามัยของร่างกายและผิวหนัง เช่น
  • ไม่แกะหรือเกาผิวหนัง เพราะบางครั้งการเกาสามารถทำให้เกิดแผลได้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคผิวหนังมักจะมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อมากขึ้น
  • หากมีผิวแห้งควรใช้ครีมทาบำรุงผิว เพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้นและไม่เสี่ยงต่อการแห้งแตกจนทำให้เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายได้
  • สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันการบาดเจ็บและการเกิดแผลทุกครั้งที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ทำงานที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์แหลมคม เล่นกีฬาที่มีการปะทะ เป็นต้น
  • ผู้ที่มีบาดแผลควรทำความสะอาดแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกวัน โดยใช้ผ้าพันแผลหรือพลาสเตอร์สะอาดปิดแผลไว้ เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ง่าย ควรระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผลตามผิวหนัง
การป้องกันสำหรับข้อเท้าบวมในผู้สูงอายุ ทำได้ดังนี้
  • สังเกตว่าปริมาณปัสสาวะของผู้สูงอายุนั้นปกติหรือไม่ ถ้าปัสสาวะออกมาน้อยผิดปกติให้พยายามเอาน้ำเย็นประคบบริเวณหน้าท้อง ซึ่งจะทำให้ปัสสาวะนั้นไหลออกมาได้ดียิ่งขึ้น หรือส่วนใหญ่แพทย์จะมีการให้ยาขับปัสสาวะมาให้ผู้สูงอายุรับประทานร่วมด้วย
  • ให้ยกข้อเท้าของผู้สูงอายุวางบนหมอนเพื่อให้สูงกว่าปกติ เพื่อลดอาการบวมของข้อเท้า
  • ควบคุมปริมาณการดื่มน้ำของผู้สูงอายุ ให้เพียงพอต่อความต้องการ
  • ผู้สูงอายุควรรับประทานอาหารรสจืดเพื่อป้องกันไตทำงานหนัก
  • ให้ผู้สูงอายุได้มีการขยับขาเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
ข้อสรุป
อาการข้อเท้าบวม ตาตุ่มบวมและเท้าบวมเป็นอาการที่เกิดได้จากหลายสาเหตุตั้งแต่การยืนทำงานนาน ๆ อุบัติเหตุ ผลข้างเคียงจากยาที่เราใช้ประจำ หรือเกิดจากโรคทางอายุรกรรมอื่น ๆ ก็ได้ อาการมักไม่ค่อยปวด หรือเจ็บ แต่จะมีอาการไม่สบายตัวจากอาการบวมตึง ถ้าหากมีอาการปวดมากควรให้แพทย์วินิจฉัย และหาวิธีการรักษา เพื่อหาวิธีป้องกัน ไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากข้อเท้าบวม

 ข้อเท้าบวม สัญญาณเตือนบอกถึงโรคภัยอะไรได้บ้าง?
 เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ

เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount