องค์การอนามัยโลกชี้วัคซีนอย่างเดียวไม่อาจรับมือปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ ต้องรักษาสุขอนามัยร่วมด้วย
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
องค์การอนามัยโลกชี้วัคซีนอย่างเดียวไม่อาจรับมือปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ ต้องรักษาสุขอนามัยร่วมด้วย
สภาสุขอนามัยโลก ( Global Hygiene Council หรือ GHC) เรียกร้องให้ใช้แนวปฏิบัติทางสุขลักษณะ เช่น การล้างมือ ร่วมกับการฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ และลดผลกระทบของการดื้อยาต้านจุลชีพ (antimicrobial resistance หรือ AMR)
รายงานที่เผยแพร่โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า วัคซีนคือ "เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการต่อสู้กับการดื้อยาต้านจุลชีพ" อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านการเงินและกระบวนการอนุมัติการพัฒนาวัคซีนยังคงเป็นอุปสรรคต่อการนำวัคซีนมาใช้อย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับวิกฤตการดื้อยาต้านจุลชีพ ดังนั้น ทางออกระยะสั้นในการป้องกันการดื้อยาต้องพุ่งเป้าไปที่วิธีการอื่นนอกเหนือจากวัคซีน ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการวิจัยและการลงทุนในวิธีการอื่น ๆ รวมถึงการป้องกันการติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ
สภาสุขอนามัยโลกตอบรับรายงานดังกล่าว และสนับสนุนการใช้แนวปฏิบัติทางสุขลักษณะร่วมกับการฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อและลดผลกระทบของการดื้อยาต้านจุลชีพ โดยตลอดเวลาที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เห็นได้ชัดว่าสุขลักษณะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ พฤติกรรมที่ถูกสุขลักษณะ เช่น การล้างมือ สามารถลดความเสี่ยงของโรคติดต่อได้สูงสุดถึง 59% และป้องกันการเสียชีวิตได้ถึง 1 ล้านคนต่อปี ตลอดจนลดโอกาสเกิดแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพให้เหลือน้อยที่สุด
ทั้งนี้ มีการประกาศว่าการดื้อยาต้านจุลชีพเป็นหนึ่งใน 10 ภัยคุกคามด้านสาธารณสุขระดับโลกของมวลมนุษยชาติ โดยเกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียและไวรัสเปลี่ยนแปลงไปจนดื้อยา ในแต่ละปี แบคทีเรียดื้อยาเป็นสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 5 ล้านคนทั่วโลก โดย 1.27 ล้านคนในจำนวนนี้เสียชีวิตเพราะการดื้อยาต้านจุลชีพโดยตรง
"นอกเหนือจากการฉีดวัคซีนแล้ว แนวปฏิบัติที่ถูกสุขลักษณะทั้งในบ้านและในชุมชน เช่น โรงเรียนและที่ทำงาน ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการป้องกันการติดเชื้อและลดการใช้ยาต้านจุลชีพ เช่น ยาปฏิชีวนะ ซึ่งหากใช้โดยขาดการพิจารณาก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการดื้อยาต้านจุลชีพ" ศาสตราจารย์ ซาบิฮา เอสแซ็ก (Sabiha Essack) จากวิทยาลัยวิทยาศาสตร์เภสัชกรรมแห่งมหาวิทยาลัยควาซูลู-นาทาล (University of KwaZulu-Natal) ประเทศแอฟริกาใต้ ผู้ดำรงตำแหน่งโฆษกของสภาสุขอนามัยโลก กล่าว "การใช้แนวปฏิบัติทางสุขลักษณะที่เรียบง่ายในชีวิตประจำวันช่วยให้เราสามารถป้องกันการติดเชื้อ ลดการกินยาต้านจุลชีพ และลดแรงกดดันจากการใช้ยาต้านจุลชีพที่ส่งผลต่อวิวัฒนาการและการแพร่ระบาดของแบคทีเรียดื้อยา"
สภาสุขอนามัยโลกขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้เพื่อลดภาระของการดื้อยาต้านจุลชีพที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการส่งเสริมบทบาทของสุขลักษณะร่วมกับวิธีการสำคัญอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงการฉีดวัคซีน พร้อมกับสนับสนุนการใช้แนวปฏิบัติทางสุขลักษณะในระดับสากล โดยเฉพาะในที่ที่ความเสี่ยงในการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญของสภาสุขอนามัยโลกได้ที่อีเมล: gabriel.jarvis@emotiveagency.co.uk หรือ โทร. +44(0)2081067899
สามารถติดต่อขอข้อมูลอ้างอิงได้
รายงานที่เผยแพร่โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า วัคซีนคือ "เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการต่อสู้กับการดื้อยาต้านจุลชีพ" อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านการเงินและกระบวนการอนุมัติการพัฒนาวัคซีนยังคงเป็นอุปสรรคต่อการนำวัคซีนมาใช้อย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับวิกฤตการดื้อยาต้านจุลชีพ ดังนั้น ทางออกระยะสั้นในการป้องกันการดื้อยาต้องพุ่งเป้าไปที่วิธีการอื่นนอกเหนือจากวัคซีน ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการวิจัยและการลงทุนในวิธีการอื่น ๆ รวมถึงการป้องกันการติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ
สภาสุขอนามัยโลกตอบรับรายงานดังกล่าว และสนับสนุนการใช้แนวปฏิบัติทางสุขลักษณะร่วมกับการฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อและลดผลกระทบของการดื้อยาต้านจุลชีพ โดยตลอดเวลาที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เห็นได้ชัดว่าสุขลักษณะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ พฤติกรรมที่ถูกสุขลักษณะ เช่น การล้างมือ สามารถลดความเสี่ยงของโรคติดต่อได้สูงสุดถึง 59% และป้องกันการเสียชีวิตได้ถึง 1 ล้านคนต่อปี ตลอดจนลดโอกาสเกิดแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพให้เหลือน้อยที่สุด
ทั้งนี้ มีการประกาศว่าการดื้อยาต้านจุลชีพเป็นหนึ่งใน 10 ภัยคุกคามด้านสาธารณสุขระดับโลกของมวลมนุษยชาติ โดยเกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียและไวรัสเปลี่ยนแปลงไปจนดื้อยา ในแต่ละปี แบคทีเรียดื้อยาเป็นสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 5 ล้านคนทั่วโลก โดย 1.27 ล้านคนในจำนวนนี้เสียชีวิตเพราะการดื้อยาต้านจุลชีพโดยตรง
"นอกเหนือจากการฉีดวัคซีนแล้ว แนวปฏิบัติที่ถูกสุขลักษณะทั้งในบ้านและในชุมชน เช่น โรงเรียนและที่ทำงาน ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการป้องกันการติดเชื้อและลดการใช้ยาต้านจุลชีพ เช่น ยาปฏิชีวนะ ซึ่งหากใช้โดยขาดการพิจารณาก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการดื้อยาต้านจุลชีพ" ศาสตราจารย์ ซาบิฮา เอสแซ็ก (Sabiha Essack) จากวิทยาลัยวิทยาศาสตร์เภสัชกรรมแห่งมหาวิทยาลัยควาซูลู-นาทาล (University of KwaZulu-Natal) ประเทศแอฟริกาใต้ ผู้ดำรงตำแหน่งโฆษกของสภาสุขอนามัยโลก กล่าว "การใช้แนวปฏิบัติทางสุขลักษณะที่เรียบง่ายในชีวิตประจำวันช่วยให้เราสามารถป้องกันการติดเชื้อ ลดการกินยาต้านจุลชีพ และลดแรงกดดันจากการใช้ยาต้านจุลชีพที่ส่งผลต่อวิวัฒนาการและการแพร่ระบาดของแบคทีเรียดื้อยา"
สภาสุขอนามัยโลกขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้เพื่อลดภาระของการดื้อยาต้านจุลชีพที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการส่งเสริมบทบาทของสุขลักษณะร่วมกับวิธีการสำคัญอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงการฉีดวัคซีน พร้อมกับสนับสนุนการใช้แนวปฏิบัติทางสุขลักษณะในระดับสากล โดยเฉพาะในที่ที่ความเสี่ยงในการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญของสภาสุขอนามัยโลกได้ที่อีเมล: gabriel.jarvis@emotiveagency.co.uk หรือ โทร. +44(0)2081067899
สามารถติดต่อขอข้อมูลอ้างอิงได้
องค์การอนามัยโลกชี้วัคซีนอย่างเดียวไม่อาจรับมือปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ ต้องรักษาสุขอนามัยร่วมด้วย
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (8 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (9 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (37 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (91 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (86 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (91 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (101 views)
- NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนคนไทยห่วงอนาคตสิ่งแวดล้อม 65.6% มองอีก 10 ปีแย่ลง แม้ 88.2% เริ่มลงมือปรับพฤติกรรมแล้ว (120 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
