กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์โรคฝีดาษวานรทั่วโลก และเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อในประเทศอย่างใกล้ชิด
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์โรคฝีดาษวานรทั่วโลก และเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อในประเทศอย่างใกล้ชิด
กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์โรคฝีดาษวานรทั่วโลก และเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อในประเทศอย่างใกล้ชิด เผยโรคติดต่อมีความรุนแรงน้อย หายเองได้ และอัตราป่วยตายต่ำ
กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์โรคฝีดาษวานรอย่างใกล้ชิด มีรายงานผู้ป่วยทั่วโลก จำนวน 6,178 ราย ซึ่งโรคติดต่อดังกล่าวมีความรุนแรงน้อย หายเองได้ อัตราป่วยตายน้อยกว่าร้อยละ 3-6 กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมรับมือโรคฝีดาษวานร โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจเชื้อได้ในทันที รวมทั้งยังมีเครือข่ายทางห้องปฏิบัติการระดับประเทศพร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจหาเชื้ออีกด้วย ในปัจจุบันสามารถใช้วิธี RT-PCR และการถอดรหัสสารพันธุกรรม ย้ำขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทย
6 ก.ค. 65-นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคฝีดาษวานรทั่วโลกขณะนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 65) จำนวนผู้ป่วยยืนยันทั่วโลก 6,178 ราย พบผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้นเป็น 56 ประเทศ โดยพื้นที่การแพร่ระบาดส่วนใหญ่พบอยู่ในแถบทวีปยุโรป ประเทศที่มีผู้ป่วยสูง 5 ลำดับแรก ได้แก่ สเปน 1,196 ราย อังกฤษ 1,185 ราย เยอรมัน 1,054 ราย ฝรั่งเศส 498 ราย และสหรัฐอเมริกา 459 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยเพศชายเกือบทั้งหมดมากกว่า 99% สำหรับสถานการณ์โรคฝีดาษวานรในประเทศไทย ได้มีระบบการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่รับรักษาในโรงพยาบาลและคลินิกเฉพาะ ซึ่งจากการเฝ้าระวังยังไม่มีรายงานผู้ป่วยยืนยันในประเทศไทย แต่มีรายงานผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค เป็นผู้ป่วยสงสัย 13 ราย ผู้สัมผัส 3 ราย โดยผู้สัมผัสทั้ง 3 ราย ครบกำหนดการติดตามแล้วไม่มีอาการ ส่วนผลตรวจทางห้องปฏิบัติการผู้ป่วยสงสัยทั้ง 13 ราย ไม่พบเชื้อฝีดาษวานร แต่เป็นการพบเชื้อไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus) ซึ่งติดมาจากการสัมผัส และใช้สิ่งของร่วมกัน
โรคฝีดาษวานรที่แพร่ระบาดอยู่ในแถบทวีปยุโรปในขณะนี้นั้น มีความรุนแรงน้อย มีเพียงร้อยละ 10 ที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการติดต่อจากคนสู่คน โดยการใกล้ชิดกับผู้ป่วยและสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 7-14 วัน หรืออาจนานถึง 21 วัน โดยอาการเริ่มแรกจะมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต อ่อนเพลีย จากนั้น 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขนขา ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง ในระยะสุดท้ายจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออกมา จะมีอาการป่วยประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้
แม้ว่าประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อยืนยัน แต่อาจมีโอกาสพบผู้ติดเชื้อได้ในผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ จึงขอเน้นย้ำการป้องกันโรคฝีดาษวานร ดังนี้ 1) หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด หรือคนพลุกพล่าน เช่น สนามมวย โรงยิม สถานที่ออกกำลังกาย ตลาด ห้างสรรพสินค้า และขอให้มีการทำความสะอาดบริเวณพื้นผิวจุดสัมผัสร่วม เช่น กระสอบทรายซ้อมมวยในโรงยิม 2) เน้นย้ำการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ 3) หากผู้ที่มีอาการสงสัย สามารถขอเข้ารับการตรวจหาเชื้อได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่ง
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการรับมือโรคฝีดาษวานร โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถตรวจเชื้อโดยวิธีการ RT-PCR ได้ทันที และในการรตรวจวินิจฉัยเชื้อทำได้โดยการเก็บตัวอย่าง ทั้งการสะกิดแผล เลือด ป้ายหลังโพรงจมูกและป้ายลำคอ และนำมาถอดรหัสสารพันธุกรรม ซึ่งผลตรวจจะออกภายใน 24 ชั่วโมง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

6 ก.ค. 65-นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคฝีดาษวานรทั่วโลกขณะนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 65) จำนวนผู้ป่วยยืนยันทั่วโลก 6,178 ราย พบผู้ป่วยยืนยันเพิ่มขึ้นเป็น 56 ประเทศ โดยพื้นที่การแพร่ระบาดส่วนใหญ่พบอยู่ในแถบทวีปยุโรป ประเทศที่มีผู้ป่วยสูง 5 ลำดับแรก ได้แก่ สเปน 1,196 ราย อังกฤษ 1,185 ราย เยอรมัน 1,054 ราย ฝรั่งเศส 498 ราย และสหรัฐอเมริกา 459 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยเพศชายเกือบทั้งหมดมากกว่า 99% สำหรับสถานการณ์โรคฝีดาษวานรในประเทศไทย ได้มีระบบการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่รับรักษาในโรงพยาบาลและคลินิกเฉพาะ ซึ่งจากการเฝ้าระวังยังไม่มีรายงานผู้ป่วยยืนยันในประเทศไทย แต่มีรายงานผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค เป็นผู้ป่วยสงสัย 13 ราย ผู้สัมผัส 3 ราย โดยผู้สัมผัสทั้ง 3 ราย ครบกำหนดการติดตามแล้วไม่มีอาการ ส่วนผลตรวจทางห้องปฏิบัติการผู้ป่วยสงสัยทั้ง 13 ราย ไม่พบเชื้อฝีดาษวานร แต่เป็นการพบเชื้อไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus) ซึ่งติดมาจากการสัมผัส และใช้สิ่งของร่วมกัน
โรคฝีดาษวานรที่แพร่ระบาดอยู่ในแถบทวีปยุโรปในขณะนี้นั้น มีความรุนแรงน้อย มีเพียงร้อยละ 10 ที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการติดต่อจากคนสู่คน โดยการใกล้ชิดกับผู้ป่วยและสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัวประมาณ 7-14 วัน หรืออาจนานถึง 21 วัน โดยอาการเริ่มแรกจะมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต อ่อนเพลีย จากนั้น 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขนขา ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง ในระยะสุดท้ายจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออกมา จะมีอาการป่วยประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้
แม้ว่าประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อยืนยัน แต่อาจมีโอกาสพบผู้ติดเชื้อได้ในผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ จึงขอเน้นย้ำการป้องกันโรคฝีดาษวานร ดังนี้ 1) หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด หรือคนพลุกพล่าน เช่น สนามมวย โรงยิม สถานที่ออกกำลังกาย ตลาด ห้างสรรพสินค้า และขอให้มีการทำความสะอาดบริเวณพื้นผิวจุดสัมผัสร่วม เช่น กระสอบทรายซ้อมมวยในโรงยิม 2) เน้นย้ำการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ 3) หากผู้ที่มีอาการสงสัย สามารถขอเข้ารับการตรวจหาเชื้อได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่ง
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการรับมือโรคฝีดาษวานร โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถตรวจเชื้อโดยวิธีการ RT-PCR ได้ทันที และในการรตรวจวินิจฉัยเชื้อทำได้โดยการเก็บตัวอย่าง ทั้งการสะกิดแผล เลือด ป้ายหลังโพรงจมูกและป้ายลำคอ และนำมาถอดรหัสสารพันธุกรรม ซึ่งผลตรวจจะออกภายใน 24 ชั่วโมง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์โรคฝีดาษวานรทั่วโลก และเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อในประเทศอย่างใกล้ชิด
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (0 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (1 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (71 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (15 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (9 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (67 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (40 views)
- Cosmopack CBE ASEAN 2026 จับมือ 5 แบรนด์ Supply Chain ความงามชั้นนำ เดินเครื่องโรงงานผลิตเครื่องสำอางจำลอง (71 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน
