ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของอีเซาเต้มีมติอนุมัติงบการเงิน
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของอีเซาเต้มีมติอนุมัติงบการเงิน
รายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 9.4 ล้านยูโร (+2.9%) โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน 32.2 ล้านยูโร
ยอดสั่งซื้อเครื่องสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กและเครื่องอัลตราซาวด์เพิ่มขึ้น 19%
อีเซาเต้ทำธุรกิจได้อย่างเข้มแข็งในตลาดโลก (70%) เติบโตเป็นพิเศษในอเมริกาเหนือ จีน และยุโรปตะวันตก โดยมีอิตาลีเป็นตลาดหลัก
จำนวนบุคลากรและการลงทุนวิจัยและพัฒนาก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของอีเซาเต้ (Esaote S.p.A.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2565 ที่เมืองเจนัว ประเทศอิตาลี ได้มีมติอนุมัติงบการเงินของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564
ตัวเลขรายได้รวมของอีเซาเต้ในปีการเงิน 2564 บ่งชี้ว่า บริษัทมีรายได้จากยอดขายสุทธิ 231.3 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 5.3% จากปี 2563 ส่วนรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 9.4 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 2.9% เทียบรายปี ขณะที่กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 4 ล้านยูโร (เมื่อเทียบกับปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 1 ล้านยูโร)
"2564 ก็เป็นอีกปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับทางกลุ่มบริษัท ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างน่าประทับใจในตลาดโลก ทั้งยังได้ลงทุนเพิ่มจนเติบโตเป็นอย่างดี และเมื่อเทียบกับปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่เกิดการแพร่ระบาดจนบีบให้เราต้องทบทวนกลยุทธ์ใหม่แล้ว การเติบโตในปี 2564 ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งในแง่ของธุรกิจและภูมิศาสตร์" ฟรังโก ฟอนตานา (Franco Fontana) ซีอีโอของอีเซาเต้ กล่าว "เราได้เสริมความเข้มแข็งให้กับการดำเนินงานของเราในอุตสาหกรรมภาพวินิจฉัย ด้วยการขยับขยายและปรับปรุงผลงานของเรา ตามกลยุทธ์ในการมุ่งเจาะตลาดที่มีศักยภาพสูงและเดินหน้าส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา โดยในปี 2564 นั้น เราได้ลงทุนไปกว่า 28 ล้านยูโรในการวิจัยและพัฒนา เพิ่มขึ้น 10% เทียบรายปี ส่วนยอดสั่งซื้อก็เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าเรามาถูกทางแล้ว"
ในภาคระบบอัลตราซาวด์นั้น บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 5% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดโลก โดยจุดสำคัญอยู่ที่ผลการดำเนินงานที่ดีของอีเซาเต้ในตลาดโลก อันเป็นผลจากการเปิดตัวเครื่องสแกนอัลตราซาวด์เคลื่อนที่รองรับตลาดระดับกลางถึงสูงรุ่นใหม่เมื่อปีที่แล้ว
รายได้จากธุรกิจเทคโนโลยีสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กเพิ่มขึ้นถึง 39.8% อันเป็นผลจากการที่ตลาดฟื้นตัวหลังโรคระบาด แต่ขณะเดียวกันก็เป็นผลจากขีดความสามารถของอีเซาเต้ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยกย่องในเรื่องความเป็นเลิศของภาพในการใช้งานเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อและโครงกระดูก โดยใช้พลังงานน้อยมาก ตอบโจทย์ความต้องการในการดูแลสุขภาพทั่วโลก นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการที่อีเซาเต้เปิดตัวเครื่องสแกนคลื่นแม่เหล็กแบบทั้งตัวด้วย ซึ่งได้รับการรับรอง EC MDR เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ส่วนธุรกิจซอฟต์แวร์ภาพวินิจฉัยมีรายได้เพิ่มขึ้น 5.5% โดยมีสาเหตุหลัก ๆ จากความสำเร็จในโครงการวิเคราะห์เชิงปริมาณด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้ ยังได้อานิสงส์จากการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลที่มุ่งวางระบบอัตโนมัติในขั้นตอนการทำงานตามโรงพยาบาล การเก็บภาพทางดิจิทัล ไปจนถึงการให้คำปรึกษาและให้บริการการแพทย์ทางไกล ขณะที่ยอดขายจากการให้บริการทั่วโลกเพิ่มขึ้น 6.3%
บริษัททำยอดขายในตลาดต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของยอดขายทั้งหมด นำโดยยุโรปตะวันตก (19.6%), อเมริกาเหนือ (14%) และจีน (13%) โดยอิตาลีขึ้นแท่นตลาดหลักของอีเซาเต้ ขณะที่ตลาดเอเชียแปซิฟิก ลาตินอเมริกา ยุโรปตะวันออก และตะวันออกกลาง ก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
นับจนถึงปลายปี 2564 อีเซาเต้มีพนักงาน 1 ,270 คน ในจำนวนนี้กว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในอิตาลี บริษัทได้จ้างงานเพิ่มกว่า 100 ตำแหน่งจากปีก่อนหน้า เพื่อปรับเปลี่ยนสัดส่วนบุคลากรตามช่วงวัยและสาขาอาชีพ โดยเน้นแผนกวิจัยและพัฒนา แผนกขาย และแผนกการตลาดเป็นพิเศษ ซึ่งบุคลากรใหม่นั้นมีอายุเฉลี่ยไม่ถึง 35 ปี และ 50% ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง โดยในปี 2564 อีเซาเต้ได้เปิดตัว Academy (e-Generation) แห่งแรก ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ทำกับมหาวิทยาลัยเจนัวและสถาบันอุดมศึกษา 7 แห่งในแคว้นทัสกานี มุ่งเจาะกลุ่มบัณฑิตในสาขาสะเต็ม (STEM) และหลังจากที่ได้คัดเลือกอย่างเข้มข้น บริษัทก็ได้ว่าจ้างบุคลากรคนเก่งเพิ่ม 21 รายในแผนก R&S, เทคโนโลยีสารสนเทศ และการตลาดสากล
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/180746 ... ontana.jpg
โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/179399 ... e_Logo.jpg
ยอดสั่งซื้อเครื่องสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กและเครื่องอัลตราซาวด์เพิ่มขึ้น 19%
อีเซาเต้ทำธุรกิจได้อย่างเข้มแข็งในตลาดโลก (70%) เติบโตเป็นพิเศษในอเมริกาเหนือ จีน และยุโรปตะวันตก โดยมีอิตาลีเป็นตลาดหลัก
จำนวนบุคลากรและการลงทุนวิจัยและพัฒนาก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของอีเซาเต้ (Esaote S.p.A.) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2565 ที่เมืองเจนัว ประเทศอิตาลี ได้มีมติอนุมัติงบการเงินของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564
ตัวเลขรายได้รวมของอีเซาเต้ในปีการเงิน 2564 บ่งชี้ว่า บริษัทมีรายได้จากยอดขายสุทธิ 231.3 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 5.3% จากปี 2563 ส่วนรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 9.4 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 2.9% เทียบรายปี ขณะที่กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 4 ล้านยูโร (เมื่อเทียบกับปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 1 ล้านยูโร)
"2564 ก็เป็นอีกปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับทางกลุ่มบริษัท ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างน่าประทับใจในตลาดโลก ทั้งยังได้ลงทุนเพิ่มจนเติบโตเป็นอย่างดี และเมื่อเทียบกับปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่เกิดการแพร่ระบาดจนบีบให้เราต้องทบทวนกลยุทธ์ใหม่แล้ว การเติบโตในปี 2564 ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งในแง่ของธุรกิจและภูมิศาสตร์" ฟรังโก ฟอนตานา (Franco Fontana) ซีอีโอของอีเซาเต้ กล่าว "เราได้เสริมความเข้มแข็งให้กับการดำเนินงานของเราในอุตสาหกรรมภาพวินิจฉัย ด้วยการขยับขยายและปรับปรุงผลงานของเรา ตามกลยุทธ์ในการมุ่งเจาะตลาดที่มีศักยภาพสูงและเดินหน้าส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา โดยในปี 2564 นั้น เราได้ลงทุนไปกว่า 28 ล้านยูโรในการวิจัยและพัฒนา เพิ่มขึ้น 10% เทียบรายปี ส่วนยอดสั่งซื้อก็เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าเรามาถูกทางแล้ว"
ในภาคระบบอัลตราซาวด์นั้น บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 5% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดโลก โดยจุดสำคัญอยู่ที่ผลการดำเนินงานที่ดีของอีเซาเต้ในตลาดโลก อันเป็นผลจากการเปิดตัวเครื่องสแกนอัลตราซาวด์เคลื่อนที่รองรับตลาดระดับกลางถึงสูงรุ่นใหม่เมื่อปีที่แล้ว
รายได้จากธุรกิจเทคโนโลยีสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กเพิ่มขึ้นถึง 39.8% อันเป็นผลจากการที่ตลาดฟื้นตัวหลังโรคระบาด แต่ขณะเดียวกันก็เป็นผลจากขีดความสามารถของอีเซาเต้ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยกย่องในเรื่องความเป็นเลิศของภาพในการใช้งานเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อและโครงกระดูก โดยใช้พลังงานน้อยมาก ตอบโจทย์ความต้องการในการดูแลสุขภาพทั่วโลก นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการที่อีเซาเต้เปิดตัวเครื่องสแกนคลื่นแม่เหล็กแบบทั้งตัวด้วย ซึ่งได้รับการรับรอง EC MDR เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ส่วนธุรกิจซอฟต์แวร์ภาพวินิจฉัยมีรายได้เพิ่มขึ้น 5.5% โดยมีสาเหตุหลัก ๆ จากความสำเร็จในโครงการวิเคราะห์เชิงปริมาณด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้ ยังได้อานิสงส์จากการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลที่มุ่งวางระบบอัตโนมัติในขั้นตอนการทำงานตามโรงพยาบาล การเก็บภาพทางดิจิทัล ไปจนถึงการให้คำปรึกษาและให้บริการการแพทย์ทางไกล ขณะที่ยอดขายจากการให้บริการทั่วโลกเพิ่มขึ้น 6.3%
บริษัททำยอดขายในตลาดต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของยอดขายทั้งหมด นำโดยยุโรปตะวันตก (19.6%), อเมริกาเหนือ (14%) และจีน (13%) โดยอิตาลีขึ้นแท่นตลาดหลักของอีเซาเต้ ขณะที่ตลาดเอเชียแปซิฟิก ลาตินอเมริกา ยุโรปตะวันออก และตะวันออกกลาง ก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
นับจนถึงปลายปี 2564 อีเซาเต้มีพนักงาน 1 ,270 คน ในจำนวนนี้กว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในอิตาลี บริษัทได้จ้างงานเพิ่มกว่า 100 ตำแหน่งจากปีก่อนหน้า เพื่อปรับเปลี่ยนสัดส่วนบุคลากรตามช่วงวัยและสาขาอาชีพ โดยเน้นแผนกวิจัยและพัฒนา แผนกขาย และแผนกการตลาดเป็นพิเศษ ซึ่งบุคลากรใหม่นั้นมีอายุเฉลี่ยไม่ถึง 35 ปี และ 50% ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง โดยในปี 2564 อีเซาเต้ได้เปิดตัว Academy (e-Generation) แห่งแรก ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ทำกับมหาวิทยาลัยเจนัวและสถาบันอุดมศึกษา 7 แห่งในแคว้นทัสกานี มุ่งเจาะกลุ่มบัณฑิตในสาขาสะเต็ม (STEM) และหลังจากที่ได้คัดเลือกอย่างเข้มข้น บริษัทก็ได้ว่าจ้างบุคลากรคนเก่งเพิ่ม 21 รายในแผนก R&S, เทคโนโลยีสารสนเทศ และการตลาดสากล
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/180746 ... ontana.jpg
โลโก้ - https://mma.prnewswire.com/media/179399 ... e_Logo.jpg
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของอีเซาเต้มีมติอนุมัติงบการเงิน
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (13 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (17 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (44 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (100 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (97 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (98 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (105 views)
- NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนคนไทยห่วงอนาคตสิ่งแวดล้อม 65.6% มองอีก 10 ปีแย่ลง แม้ 88.2% เริ่มลงมือปรับพฤติกรรมแล้ว (121 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
