อย. สหรัฐไฟเขียว "ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์" เดินหน้าทดลองยาระยะที่ 3 เพื่อรักษาภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
อย. สหรัฐไฟเขียว "ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์" เดินหน้าทดลองยาระยะที่ 3 เพื่อรักษาภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน
ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์ ( Direct Biologics ) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการฟื้นฟูร่างกาย ผู้คิดค้นเทคโนโลยีเอ็กซ์ตราเซลลูลาร์เวสิเคิล ( Extracellular Vesicle หรือ EV) ประกาศว่า องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติให้บริษัทดำเนินการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 กับยาเอ็กโซโฟล (ExoFlo) เพื่อใช้รักษาภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (ARDS) ที่เกิดจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยจนถึงปัจจุบัน ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์ เป็นบริษัทยา EV แห่งแรกและแห่งเดียวที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐให้ทำการทดลองระยะที่ 3 กับยาใหม่ชนิดนี้
การทดลองระยะที่ 3 จะดำเนินการในสถานะการบำบัดขั้นสูงด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine Advanced Therapy หรือ RMAT) ซึ่งถือเป็นยา EV ตัวแรกที่ได้รับการอนุมัติสถานะดังกล่าวจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ ส่งผลให้ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์เป็นหนึ่งในบริษัทเพียง 70 แห่งในประวัติศาสตร์ขององค์การอาหารและยาสหรัฐที่ได้รับการรับรองสถานะ RMAT อย่างเป็นทางการ โดยการรับรองสถานะ RMAT ถูกกำหนดขึ้นโดยองค์การอาหารและยาสหรัฐ เพื่อเร่งอนุมัติยาสำหรับฟื้นฟูร่างกายที่มีแนวโน้มว่าจะได้ผลและแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาโรคที่มีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต ซึ่งคล้ายคลึงกับสถานะ Fast Track และสถานะ Breakthrough
คุณมาร์ก อดัมส์ ( Mark Adams) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ กล่าวว่า "การได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐให้ทำการทดลองระยะที่ 3 ถือเป็นหลักชัยสำคัญของไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์ และเมื่อประกอบกับการรับรองสถานะ RMAT ที่เราได้รับ ตอนนี้เรากำลังเร่งเดินหน้าไปสู่การวางจำหน่ายยาเอ็กโซโฟลในเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ การทดลองระยะที่ 3 ภายใต้หัวข้อ "การกำจัดโควิด-19" เป็นการทดลองแบบสุ่ม อำพรางสองฝ่าย ควบคุมด้วยยาหลอก และจัดทำในศูนย์หลายแห่งในหลายประเทศ วัตถุประสงค์ของเราคือการรับสมัครผู้ป่วยภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลันเข้าร่วมการทดลองในโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วสหรัฐอเมริกา สเปน อินเดีย จอร์แดน อียิปต์ เลบานอน และแอฟริกาใต้ และเพื่อแสดงให้เห็นถึงอัตราการเสียชีวิตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังการรักษาด้วยยาเอ็กโซโฟล เมื่อเทียบกับการดูแลตามมาตรฐานเพียงอย่างเดียว ในฐานะผู้บุกเบิกด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์ กำลังเดินหน้าเปลี่ยนแปลงอนาคตด้านการแพทย์"
คุณโจ ชมิดท์ ( Joe Schmidt) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธาน กล่าวว่า "ไม่ว่าโควิด-19 จะยังคงเป็นโรคระบาดหรือกลายเป็นโรคประจำถิ่น สิ่งที่ยังคงเป็นที่ต้องการเหมือนเดิมก็คือ ยารักษาภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลันที่มีประสิทธิภาพ โดยผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีและมีโรคประจำตัว เมื่อติดเชื้อ SARS-CoV-2 ก็มักจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงและเกิดภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ทั้งนี้ การทดลองระยะที่ 2 ของเราแสดงให้เห็นว่า ยาเอ็กโซโฟลมีความปลอดภัยและลดอัตราการเสียชีวิตภายใน 60 วัน นับว่าสามารถสร้างความแตกต่างในแง่ของการรักษาชีวิตได้อย่างชัดเจนสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน และการได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐเพื่อดำเนินการทดลองในระยะที่ 3 ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เพราะปัจจุบันยังไม่มียาตัวใดที่สามารถรักษาภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ ซึ่งแพทย์และผู้ป่วยทั่วโลกต่างรอคอยวิธีการรักษามาโดยตลอด"
ดร. วิก เซนคุปตะ ( Vik Sengupta) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ กล่าวว่า "การได้ร่วมพัฒนายาเอ็กโซโฟลถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ข้อมูลทางคลินิกที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ว่า เอ็กโซโฟลเป็นยาที่นำความหวังมาสู่การรักษาโรคที่การรักษาตามมาตรฐานไม่มีการพัฒนามานานหลายทศวรรษแล้ว ความหวังนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนที่สุดจากเรื่องราวของผู้ป่วยที่ได้รับยาเอ็กโซโฟล โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หญิงคนหนึ่งในรัฐเวอร์จิเนีย สามารถกลับไปใช้ชีวิตกับลูก ๆ ของเธออีกครั้ง หลังจากที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจมานานถึง 2 เดือนเพราะมีภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลันจากการติดเชื้อโควิด-19 ทีมแพทย์ได้พยายามช่วยชีวิตหญิงรายนี้อย่างเต็มที่ โดยความพยายามครั้งสุดท้ายคือการใช้ยาเอ็กโซโฟล และเธอก็มีอาการดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยอีกหลายล้านคนที่มีอาการเดียวกันแต่ต้องจากไป เราต้องการเปลี่ยนเรื่องที่น่าเศร้านี้ด้วยการทำให้ยาเอ็กโซโฟลเป็นมาตรฐานทองคำสำหรับการรักษาภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน และทำให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วโลกเข้าถึงยาตัวนี้ให้ได้"
เกี่ยวกับไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์
ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส เป็นนักนวัตกรรมระดับแนวหน้าของตลาดและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ได้มาตรฐาน cGMP โดยผลิตภัณฑ์เรือธงของบริษัทคือยาเอ็กโซโฟล ที่ประกอบด้วยสัญญาณหลายพันรูปแบบในลักษณะของโปรตีนควบคุม (Regulatory Proteins) ไมโครอาร์เอ็นเอ (microRNA) และเมสเซนเจอร์ อาร์เอ็นเอ (messenger RNA) ซึ่งรับผิดชอบในการสื่อสารระหว่างเซลล์ เอ็กโซโฟลใช้ประโยชน์จากพลังแห่งการรักษาตามธรรมชาติของเซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์ (Mesenchymal Stem Cells หรือ MSC) โดยไม่ต้องใช้เซลล์ต้นกำเนิดเพิ่มเติม ทั้งนี้ แพทย์สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ clinicaltrials.govและดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์ และเวชศาสตร์ฟื้นฟูได้ที่ directbiologics.com
การทดลองระยะที่ 3 จะดำเนินการในสถานะการบำบัดขั้นสูงด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine Advanced Therapy หรือ RMAT) ซึ่งถือเป็นยา EV ตัวแรกที่ได้รับการอนุมัติสถานะดังกล่าวจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ ส่งผลให้ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์เป็นหนึ่งในบริษัทเพียง 70 แห่งในประวัติศาสตร์ขององค์การอาหารและยาสหรัฐที่ได้รับการรับรองสถานะ RMAT อย่างเป็นทางการ โดยการรับรองสถานะ RMAT ถูกกำหนดขึ้นโดยองค์การอาหารและยาสหรัฐ เพื่อเร่งอนุมัติยาสำหรับฟื้นฟูร่างกายที่มีแนวโน้มว่าจะได้ผลและแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาโรคที่มีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต ซึ่งคล้ายคลึงกับสถานะ Fast Track และสถานะ Breakthrough
คุณมาร์ก อดัมส์ ( Mark Adams) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ กล่าวว่า "การได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐให้ทำการทดลองระยะที่ 3 ถือเป็นหลักชัยสำคัญของไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์ และเมื่อประกอบกับการรับรองสถานะ RMAT ที่เราได้รับ ตอนนี้เรากำลังเร่งเดินหน้าไปสู่การวางจำหน่ายยาเอ็กโซโฟลในเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ การทดลองระยะที่ 3 ภายใต้หัวข้อ "การกำจัดโควิด-19" เป็นการทดลองแบบสุ่ม อำพรางสองฝ่าย ควบคุมด้วยยาหลอก และจัดทำในศูนย์หลายแห่งในหลายประเทศ วัตถุประสงค์ของเราคือการรับสมัครผู้ป่วยภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลันเข้าร่วมการทดลองในโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วสหรัฐอเมริกา สเปน อินเดีย จอร์แดน อียิปต์ เลบานอน และแอฟริกาใต้ และเพื่อแสดงให้เห็นถึงอัตราการเสียชีวิตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังการรักษาด้วยยาเอ็กโซโฟล เมื่อเทียบกับการดูแลตามมาตรฐานเพียงอย่างเดียว ในฐานะผู้บุกเบิกด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์ กำลังเดินหน้าเปลี่ยนแปลงอนาคตด้านการแพทย์"
คุณโจ ชมิดท์ ( Joe Schmidt) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธาน กล่าวว่า "ไม่ว่าโควิด-19 จะยังคงเป็นโรคระบาดหรือกลายเป็นโรคประจำถิ่น สิ่งที่ยังคงเป็นที่ต้องการเหมือนเดิมก็คือ ยารักษาภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลันที่มีประสิทธิภาพ โดยผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีและมีโรคประจำตัว เมื่อติดเชื้อ SARS-CoV-2 ก็มักจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงและเกิดภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ทั้งนี้ การทดลองระยะที่ 2 ของเราแสดงให้เห็นว่า ยาเอ็กโซโฟลมีความปลอดภัยและลดอัตราการเสียชีวิตภายใน 60 วัน นับว่าสามารถสร้างความแตกต่างในแง่ของการรักษาชีวิตได้อย่างชัดเจนสำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน และการได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐเพื่อดำเนินการทดลองในระยะที่ 3 ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เพราะปัจจุบันยังไม่มียาตัวใดที่สามารถรักษาภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ ซึ่งแพทย์และผู้ป่วยทั่วโลกต่างรอคอยวิธีการรักษามาโดยตลอด"
ดร. วิก เซนคุปตะ ( Vik Sengupta) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ กล่าวว่า "การได้ร่วมพัฒนายาเอ็กโซโฟลถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ข้อมูลทางคลินิกที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ว่า เอ็กโซโฟลเป็นยาที่นำความหวังมาสู่การรักษาโรคที่การรักษาตามมาตรฐานไม่มีการพัฒนามานานหลายทศวรรษแล้ว ความหวังนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนที่สุดจากเรื่องราวของผู้ป่วยที่ได้รับยาเอ็กโซโฟล โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หญิงคนหนึ่งในรัฐเวอร์จิเนีย สามารถกลับไปใช้ชีวิตกับลูก ๆ ของเธออีกครั้ง หลังจากที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจมานานถึง 2 เดือนเพราะมีภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลันจากการติดเชื้อโควิด-19 ทีมแพทย์ได้พยายามช่วยชีวิตหญิงรายนี้อย่างเต็มที่ โดยความพยายามครั้งสุดท้ายคือการใช้ยาเอ็กโซโฟล และเธอก็มีอาการดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยอีกหลายล้านคนที่มีอาการเดียวกันแต่ต้องจากไป เราต้องการเปลี่ยนเรื่องที่น่าเศร้านี้ด้วยการทำให้ยาเอ็กโซโฟลเป็นมาตรฐานทองคำสำหรับการรักษาภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน และทำให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วโลกเข้าถึงยาตัวนี้ให้ได้"
เกี่ยวกับไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์
ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส เป็นนักนวัตกรรมระดับแนวหน้าของตลาดและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ได้มาตรฐาน cGMP โดยผลิตภัณฑ์เรือธงของบริษัทคือยาเอ็กโซโฟล ที่ประกอบด้วยสัญญาณหลายพันรูปแบบในลักษณะของโปรตีนควบคุม (Regulatory Proteins) ไมโครอาร์เอ็นเอ (microRNA) และเมสเซนเจอร์ อาร์เอ็นเอ (messenger RNA) ซึ่งรับผิดชอบในการสื่อสารระหว่างเซลล์ เอ็กโซโฟลใช้ประโยชน์จากพลังแห่งการรักษาตามธรรมชาติของเซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์ (Mesenchymal Stem Cells หรือ MSC) โดยไม่ต้องใช้เซลล์ต้นกำเนิดเพิ่มเติม ทั้งนี้ แพทย์สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ clinicaltrials.govและดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์ และเวชศาสตร์ฟื้นฟูได้ที่ directbiologics.com
อย. สหรัฐไฟเขียว "ไดเรกต์ ไบโอโลจิกส์" เดินหน้าทดลองยาระยะที่ 3 เพื่อรักษาภาวะระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (18 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (22 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (49 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (106 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (100 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (104 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (106 views)
- NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนคนไทยห่วงอนาคตสิ่งแวดล้อม 65.6% มองอีก 10 ปีแย่ลง แม้ 88.2% เริ่มลงมือปรับพฤติกรรมแล้ว (121 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน
