สธ. เผย ผลการศึกษาวัคซีนเข็มกระตุ้นช่วยป้องกันติดเชื้อโอมิครอนและการเสียชีวิตได้สูง
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
สธ. เผย ผลการศึกษาวัคซีนเข็มกระตุ้นช่วยป้องกันติดเชื้อโอมิครอนและการเสียชีวิตได้สูง
กระทรวงสาธารณสุข เผย ผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 ทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ส่วนใหญ่ไม่ได้รับวัคซีน/ได้รับนานแล้ว แนะฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเมื่อถึงกำหนด ลดอาการรุนแรงและเสียชีวิต โดยประสิทธิผลวัคซีนโควิด 19 จากการใช้จริง พบการฉีดเข็มสาม ช่วยป้องกันติดเชื้อโอมิครอนได้ 68% ส่วนการป้องกันเสียชีวิตยังสูงถึง 96%
7 ก.พ. 65-ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา และ นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โควิด 19 และผลการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนโควิด 19 จากการใช้จริง
นพ.จักรรัฐกล่าวว่า สถานการณ์โควิด 19 ทั่วโลกเริ่มลดลงจาก 2 สัปดาห์ก่อน โดยเฉพาะฝั่งสหรัฐอเมริกาและยุโรป แต่ทางเอเชียมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งอาจมีการแพร่เข้ามาทางชายแดนไทยได้จึงต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ส่วนประเทศไทย วันนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อ 10,470 ราย จากค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อในรอบ 7 วัน ถือว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ผู้ป่วยอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิตยังคงตัว ทั้งนี้ ยังพบการติดเชื้อในลักษณะกลุ่มก้อน ทั้งในชุมชน ครอบครัว และสถานที่เสี่ยงต่างๆ โดยปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อมาจากการสัมผัสใกล้ชิด ติดจากคนในครอบครัว เพื่อนที่ทำงาน 47.3% และสถานที่เสี่ยง 48% จึงยังคงเตือนภัยโควิด 19 ในระดับ 4 ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงเข้าสถานที่เสี่ยง คือ สถานที่ปิดระบายอากาศไม่ดี สถานที่รวมกลุ่มคนทำกิจกรรมต่างๆ โดยพื้นที่ที่ยังมีการติดเชื้อสูง คือ กทม.ปริมณฑล และจังหวัดนำร่องท่องเที่ยว
จากข้อมูลการติดเชื้อในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า การติดเชื้อในเด็กอายุ 0-9 ปี และ 10-19 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลการระบาดในสถานศึกษาขณะนี้ ซึ่งกลุ่มนักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีอาการอย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ปกครองพาเด็กไปรับวัคซีน โดยสามารถรับวัคซีนไฟเซอร์ได้ในกลุ่มอายุ 5 ปีขึ้นไป และวัคซีนซิโนแวค/ซิโนฟาร์มในกลุ่มอายุ 6 ปีขึ้นไป ส่วนผู้เสียชีวิตวันนี้ 12 ราย ทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ส่วนใหญ่ไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือฉีดครบสองเข็มมาเป็นเวลานาน และไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ดังนั้น ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 608 จึงควรมารับวัคซีนทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้นตามกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงอาการรุนแรงและเสียชีวิต
ด้าน นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวว่า จากข้อมูลการใช้จริงของวัคซีนโควิด 19 ในประเทศไทย ได้มีการศึกษาระดับประเทศในผู้สัมผัสเสี่ยงสูงช่วงเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564 โดยเปรียบเทียบระหว่างผู้ติดเชื้อกับผู้ไม่ติดเชื้อ ทั้งประวัติการฉีดวัคซีนและอาการที่เกิดขึ้น พบว่า ภาพรวมผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม มีประสิทธิผลป้องกันการติดเชื้อได้ 65% ป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ 88% ซึ่งการประเมินประสิทธิภาพรายเดือนพบว่า เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงธันวาคม ประสิทธิผลการป้องกันติดเชื้อลดลงเหลือเพียง 50% แต่การป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตลดลงไม่มาก ยังสูงที่ 79% ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 พบประสิทธิผลสูงขึ้นกว่า 2 เข็ม โดยป้องกันการติดเชื้อได้สูง 94% ป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ 98%
สำหรับการศึกษาประสิทธิผลการใช้จริงในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ช่วงตุลาคม-ธันวาคม 2564 ที่เป็นการระบาดของสายพันธุ์เดลตา และช่วงเดือนมกราคม 2565 ที่มีการระบาดของโอมิครอน พบว่า การฉีดวัคซีน 2 เข็ม ช่วงตุลาคม-ธันวาคม 2564 ป้องกันการติดเชื้อได้ 71% ป้องกันการเสียชีวิตได้ 97% แต่พอเดือนมกราคม 2565 พบว่าไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโอมิครอนได้ แต่ยังป้องกันการเสียชีวิตได้ถึง 89% สำหรับการฉีดเข็ม 3 ช่วงตุลาคม-ธันวาคม 2564 ป้องกันการติดเชื้อได้ 93% และป้องกันการเสียชีวิตได้ 99% ส่วนมกราคม 2565 การป้องกันการติดเชื้อลดลงเหลือ 68% และป้องกันการเสียชีวิตได้ 96% ทั้งนี้การฉีดเข็ม 3 ด้วยแอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา พบว่าประสิทธิผลดีไม่แตกต่างกัน ดังนั้น ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว 3 เดือน จึงควรรีบมาฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าหรือไฟเซอร์ก็ได้โดยเร็ว ร่วมกับการใช้มาตรการต่างๆ ทั้งการป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา COVID Free Setting การเว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงสถานที่ปิดอับระบายอากาศไม่ดี คนหนาแน่น และตรวจ ATK เมื่อมีความเสี่ยง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไป

นพ.จักรรัฐกล่าวว่า สถานการณ์โควิด 19 ทั่วโลกเริ่มลดลงจาก 2 สัปดาห์ก่อน โดยเฉพาะฝั่งสหรัฐอเมริกาและยุโรป แต่ทางเอเชียมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งอาจมีการแพร่เข้ามาทางชายแดนไทยได้จึงต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ส่วนประเทศไทย วันนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อ 10,470 ราย จากค่าเฉลี่ยผู้ติดเชื้อในรอบ 7 วัน ถือว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ผู้ป่วยอาการหนัก ใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิตยังคงตัว ทั้งนี้ ยังพบการติดเชื้อในลักษณะกลุ่มก้อน ทั้งในชุมชน ครอบครัว และสถานที่เสี่ยงต่างๆ โดยปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อมาจากการสัมผัสใกล้ชิด ติดจากคนในครอบครัว เพื่อนที่ทำงาน 47.3% และสถานที่เสี่ยง 48% จึงยังคงเตือนภัยโควิด 19 ในระดับ 4 ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงเข้าสถานที่เสี่ยง คือ สถานที่ปิดระบายอากาศไม่ดี สถานที่รวมกลุ่มคนทำกิจกรรมต่างๆ โดยพื้นที่ที่ยังมีการติดเชื้อสูง คือ กทม.ปริมณฑล และจังหวัดนำร่องท่องเที่ยว
จากข้อมูลการติดเชื้อในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า การติดเชื้อในเด็กอายุ 0-9 ปี และ 10-19 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลการระบาดในสถานศึกษาขณะนี้ ซึ่งกลุ่มนักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีอาการอย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ปกครองพาเด็กไปรับวัคซีน โดยสามารถรับวัคซีนไฟเซอร์ได้ในกลุ่มอายุ 5 ปีขึ้นไป และวัคซีนซิโนแวค/ซิโนฟาร์มในกลุ่มอายุ 6 ปีขึ้นไป ส่วนผู้เสียชีวิตวันนี้ 12 ราย ทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ส่วนใหญ่ไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือฉีดครบสองเข็มมาเป็นเวลานาน และไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ดังนั้น ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 608 จึงควรมารับวัคซีนทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้นตามกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงอาการรุนแรงและเสียชีวิต
ด้าน นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวว่า จากข้อมูลการใช้จริงของวัคซีนโควิด 19 ในประเทศไทย ได้มีการศึกษาระดับประเทศในผู้สัมผัสเสี่ยงสูงช่วงเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564 โดยเปรียบเทียบระหว่างผู้ติดเชื้อกับผู้ไม่ติดเชื้อ ทั้งประวัติการฉีดวัคซีนและอาการที่เกิดขึ้น พบว่า ภาพรวมผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม มีประสิทธิผลป้องกันการติดเชื้อได้ 65% ป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ 88% ซึ่งการประเมินประสิทธิภาพรายเดือนพบว่า เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงธันวาคม ประสิทธิผลการป้องกันติดเชื้อลดลงเหลือเพียง 50% แต่การป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตลดลงไม่มาก ยังสูงที่ 79% ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 พบประสิทธิผลสูงขึ้นกว่า 2 เข็ม โดยป้องกันการติดเชื้อได้สูง 94% ป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ 98%
สำหรับการศึกษาประสิทธิผลการใช้จริงในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ช่วงตุลาคม-ธันวาคม 2564 ที่เป็นการระบาดของสายพันธุ์เดลตา และช่วงเดือนมกราคม 2565 ที่มีการระบาดของโอมิครอน พบว่า การฉีดวัคซีน 2 เข็ม ช่วงตุลาคม-ธันวาคม 2564 ป้องกันการติดเชื้อได้ 71% ป้องกันการเสียชีวิตได้ 97% แต่พอเดือนมกราคม 2565 พบว่าไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโอมิครอนได้ แต่ยังป้องกันการเสียชีวิตได้ถึง 89% สำหรับการฉีดเข็ม 3 ช่วงตุลาคม-ธันวาคม 2564 ป้องกันการติดเชื้อได้ 93% และป้องกันการเสียชีวิตได้ 99% ส่วนมกราคม 2565 การป้องกันการติดเชื้อลดลงเหลือ 68% และป้องกันการเสียชีวิตได้ 96% ทั้งนี้การฉีดเข็ม 3 ด้วยแอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา พบว่าประสิทธิผลดีไม่แตกต่างกัน ดังนั้น ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว 3 เดือน จึงควรรีบมาฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 ด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าหรือไฟเซอร์ก็ได้โดยเร็ว ร่วมกับการใช้มาตรการต่างๆ ทั้งการป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา COVID Free Setting การเว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงสถานที่ปิดอับระบายอากาศไม่ดี คนหนาแน่น และตรวจ ATK เมื่อมีความเสี่ยง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไป
สธ. เผย ผลการศึกษาวัคซีนเข็มกระตุ้นช่วยป้องกันติดเชื้อโอมิครอนและการเสียชีวิตได้สูง
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (1 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (1 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (72 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (17 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (11 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (67 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (40 views)
- Cosmopack CBE ASEAN 2026 จับมือ 5 แบรนด์ Supply Chain ความงามชั้นนำ เดินเครื่องโรงงานผลิตเครื่องสำอางจำลอง (71 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน
