Skip ไปที่เนื้อหา

สธ.เผยหลังปีใหม่พบผู้ติดเชื้อ 87% เป็นสายพันธุ์โอมิครอน ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงแต่อาจทำผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวเสียชีวิต


  • News ออฟไลน์
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm

สธ.เผยหลังปีใหม่พบผู้ติดเชื้อ 87% เป็นสายพันธุ์โอมิครอน ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงแต่อาจทำผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวเสียชีวิต

 โพสต์ News    148

ปลัด สธ.เผยหลังปีใหม่พบผู้ติดเชื้อ 87% เป็นสายพันธุ์โอมิครอน แม้ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง แต่อาจทำให้ผู้สูงอายุ / มีโรคประจำตัวเสียชีวิตได้
สธ เผยหลังปีใหม่พบผู้ติดเชื้อ 87 เป็นสายพันธุ์โอมิครอน ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงแต่อาจทำผู้สูงอายุมีโรค
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย ข้อมูลการติดเชื้อหลังเทศกาลปีใหม่ พบ 87% เป็นสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งแม้ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง แต่อาจทำให้ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวเสียชีวิตได้ สาเหตุการติดเชื้อส่วนใหญ่จากสัมผัสคนในครอบครัว ขอให้เร่งเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยเฉพาะเข็ม 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

21 มกราคม 2565- นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้ฉีดวัคซีนโควิด 19 ไปแล้วประมาณ 112 ล้านโดส ครอบคลุมเข็มแรก 72.1% เข็มที่สอง 66.6% และเข็มที่สาม 15.8% โดยช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็นการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ได้กำชับให้หน่วยบริการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นตามสูตรที่กำหนด เช่น สูตรไขว้ซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้า ให้กระตุ้นด้วยแอสตร้าเซนเนก้า หรือถ้าฉีดแอสตร้าเซนเนก้า ทั้ง 2 เข็ม ให้กระตุ้นด้วยไฟเซอร์ เพื่อให้บริหารจัดการวัคซีนที่มีอยู่ได้ถูกต้อง ยืนยันว่าวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามาเป็นวัคซีนที่ดี โดยในปีนี้ได้เตรียมวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไว้ 60 ล้านโดส และไฟเซอร์ อีก 30 ล้านโดส สำหรับเป็นวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 และ 4 สำหรับแผนในเดือนกุมภาพันธ์ จะเน้นการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 และเข็มกระตุ้นมากขึ้น ส่วนเข็มที่ 4 จะฉีดให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงมาก เช่น บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่มีความจำเป็น
ir5zkb6ox340w4o4gg
วัคซีนที่ประเทศไทยฉีดมาแล้วกว่า 100 ล้านโดส มีผลข้างเคียงต่ำมาก และอัตราการเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนน้อยมากเมื่อเทียบกับในต่างประเทศ ซึ่งการฉีดวัคซีนมีความปลอดภัยและมีความเสี่ยงน้อยกว่าการติดเชื้อ โดยเฉพาะการติดเชื้อโอมิครอน จากข้อมูลของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่าหลังเทศกาลปีใหม่ พบ 87% เป็นสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งมักไม่แสดงอาการและอาการไม่รุนแรง แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีความเปราะบางต่อการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว อาจทำให้เสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ข้อมูลของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ยังพบว่าผู้ที่เสียชีวิตตั้งแต่ช่วงหลังเทศกาลปีใหม่ เป็นผู้สูงอายุเกิน 70 ปี ถึง 159 ราย อายุ 60-69 ปี 58 ราย อายุ 50-59 ปี 33 ราย ซึ่งผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่อายุน้อย ส่วนหนึ่งมาจากการมีโรคประจำตัวร่วมด้วย ดังนั้น กลุ่ม 607 จำเป็นต้องได้รับการป้องกันด้วยวัคซีนให้มากที่สุดทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้น ถึงแม้การฉีดวัคซีนจะไม่ได้ช่วยป้องกันการติดเชื้อ 100% แต่ช่วยป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ชัดเจน ปัจจุบันมีผู้สูงอายุที่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว 76% เข็มที่สอง 70% เข็มที่สาม 15.4% หากนับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปรวมกับผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรังจะได้รับฉีดวัคซีนเข็มที่สามแล้ว 10%

?ขอเชิญชวนให้ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด 19 เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงได้รับเชื้อจากบุตรหลานและผู้ที่มาเยี่ยม ส่วนบุตรหลาน และผู้ที่เดินทางไปเยี่ยม ต้องระมัดระวัง ป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือ ก่อนใกล้ชิดผู้สูงอายุ เพื่อความปลอดภัย? นพ.เกียรติภูมิกล่าว

 สธ.เผยหลังปีใหม่พบผู้ติดเชื้อ 87% เป็นสายพันธุ์โอมิครอน ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงแต่อาจทำผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวเสียชีวิต
 Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม

เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน