กรมการแพทย์รับเด็กป่วยโควิดวัย 4 เดือน เข้ารักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พร้อมเผยแผนดูแลเด็กที่ติดเชื้อโควิด
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมการแพทย์รับเด็กป่วยโควิดวัย 4 เดือน เข้ารักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พร้อมเผยแผนดูแลเด็กที่ติดเชื้อโควิด
กรมการแพทย์รับเด็กป่วยโควิดวัย 4 เดือน เข้ารักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พร้อมเผยแผนเตรียมการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อโควิด 19
9 ม.ค.65- นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวครอบครัวของเด็กป่วยโควิดวัย 4 เดือน หาโรงพยาบาลรักษานั้น ขณะนี้กรมการแพทย์โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีได้ประสาน รับเด็กคนดังกล่าวเข้ารักษาที่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีเรียบร้อยแล้ว ผู้ป่วยเด็กรายดังกล่าวมีอาการไอ มีเสมหะ มีน้ำมูก ไม่มีหอบเหนื่อย ดูดนมเองได้ ไม่อาเจียน ไม่มีถ่ายเหลว นอนพักผ่อนได้ปกติ ซึ่งได้รับการดูแลรักษาตามมาตรฐานของการดูแลผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อโควิด 19 ที่กรมการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน สั่งการให้กรมการแพทย์ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายรับมือการระบาดของโรคโควิด 19 ในรอบนี้ให้ดีที่สุด ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดการระบาดในเด็กมาก เพราะเด็กบางส่วนยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน แต่ย้ำว่าอาการไม่รุนแรง หากไม่มีโรคประจำตัว ขณะนี้มีการประสาน กทม.ให้จัดทำเตียง Community Isolation (CI) สำหรับเด็กและครอบครัวเอาไว้ 6 โซน โซนละ 1 แห่ง แห่งละอย่างน้อย 50 เตียง โดย 1 ห้องเด็กอยู่ร่วมกัน 3-4 คน มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมได้ เนื่องจากเด็กจะมีการทำกิจกรรมมากกว่าผู้ใหญ่ พร้อมทั้งมอบสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชราชินีเผยแพร่วิธีการเตรียมยาน้ำฟาวิพิราเวียร์สำหรับเด็ก ผ่านทาง YouTube ของสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชราชินีและกรมการแพทย์ เพื่อให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งสามารถเตรียมยาได้เองด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยาก โดยไม่ต้องสำรอง พร้อมจัดระบบให้ปรึกษาร่วมกับโรงเรียนแพทย์ (UHosNet) สำนักการแพทย์ กทม. โรงพยาบาลเอกชนในการดำเนินการ HI และ CI นอกจากนี้ยังได้จัดตั้ง CI สำหรับแรงงานต่างด้าว เริ่มจากหนึ่งโซน ถ้ามีความจำเป็นจะขยายไปโซนละ 1 แห่งต่อไป โดยกำหนดไว้แห่งละประมาณ 100 เตียง
นพ.อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มว่ากรมการแพทย์โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ซึ่งเป็นสถาบันเฉพาะทางที่ดูแลเด็ก มีการเตรียมความพร้อมอย่างดี สามารถให้การดูแลผู้ป่วยโควิดเด็กทุกกลุ่มอาการ โดยกลุ่มสีเขียวจะให้รักษาตัวที่บ้าน Home Isolation (HI) และเตียง Community Isolation (CI) ส่วนกลุ่มสีเหลืองและสีแดงจะรับไว้รักษาในสถาบัน ซึ่งขณะนี้มีห้องแยกความดันลบ 5 ห้อง มีเตียงรองรับผู้ป่วยทั้งหมด 70 เตียง นอกจากนี้ยังมอบหมายให้สถาบันฯ เตรียมความพร้อมรองรับการฉีดวัคซีนกลุ่มเด็ก 5-11 ปี ซึ่งได้มีการซักซ้อม พร้อมจัดสถานที่สำหรับให้บริการ เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็ว และจะเร่งฉีดเด็กกลุ่มนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ลดการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้ปกครองควรดูแลรักษาสุขภาพเด็กให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการ 1.สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ 2. หลีกเลี่ยงการไปสถานที่แออัด โดยเฉพาะเด็กทารกเนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคของเด็กยังมีน้อยจึงอาจติดเชื้อโรคได้ง่าย 3.การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และปรุงสุกร้อนใช้ช้อนกลางส่วนตัว 4.ทำให้ร่างกายของลูกน้อยอบอุ่นอยู่เสมอ 5.ควรตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยชุดตรวจ ATK หากพบผลบวกให้โทร. 1330 เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน สั่งการให้กรมการแพทย์ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายรับมือการระบาดของโรคโควิด 19 ในรอบนี้ให้ดีที่สุด ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดการระบาดในเด็กมาก เพราะเด็กบางส่วนยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน แต่ย้ำว่าอาการไม่รุนแรง หากไม่มีโรคประจำตัว ขณะนี้มีการประสาน กทม.ให้จัดทำเตียง Community Isolation (CI) สำหรับเด็กและครอบครัวเอาไว้ 6 โซน โซนละ 1 แห่ง แห่งละอย่างน้อย 50 เตียง โดย 1 ห้องเด็กอยู่ร่วมกัน 3-4 คน มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมได้ เนื่องจากเด็กจะมีการทำกิจกรรมมากกว่าผู้ใหญ่ พร้อมทั้งมอบสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชราชินีเผยแพร่วิธีการเตรียมยาน้ำฟาวิพิราเวียร์สำหรับเด็ก ผ่านทาง YouTube ของสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชราชินีและกรมการแพทย์ เพื่อให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งสามารถเตรียมยาได้เองด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยาก โดยไม่ต้องสำรอง พร้อมจัดระบบให้ปรึกษาร่วมกับโรงเรียนแพทย์ (UHosNet) สำนักการแพทย์ กทม. โรงพยาบาลเอกชนในการดำเนินการ HI และ CI นอกจากนี้ยังได้จัดตั้ง CI สำหรับแรงงานต่างด้าว เริ่มจากหนึ่งโซน ถ้ามีความจำเป็นจะขยายไปโซนละ 1 แห่งต่อไป โดยกำหนดไว้แห่งละประมาณ 100 เตียง
นพ.อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มว่ากรมการแพทย์โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ซึ่งเป็นสถาบันเฉพาะทางที่ดูแลเด็ก มีการเตรียมความพร้อมอย่างดี สามารถให้การดูแลผู้ป่วยโควิดเด็กทุกกลุ่มอาการ โดยกลุ่มสีเขียวจะให้รักษาตัวที่บ้าน Home Isolation (HI) และเตียง Community Isolation (CI) ส่วนกลุ่มสีเหลืองและสีแดงจะรับไว้รักษาในสถาบัน ซึ่งขณะนี้มีห้องแยกความดันลบ 5 ห้อง มีเตียงรองรับผู้ป่วยทั้งหมด 70 เตียง นอกจากนี้ยังมอบหมายให้สถาบันฯ เตรียมความพร้อมรองรับการฉีดวัคซีนกลุ่มเด็ก 5-11 ปี ซึ่งได้มีการซักซ้อม พร้อมจัดสถานที่สำหรับให้บริการ เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็ว และจะเร่งฉีดเด็กกลุ่มนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ลดการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้ปกครองควรดูแลรักษาสุขภาพเด็กให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการ 1.สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ 2. หลีกเลี่ยงการไปสถานที่แออัด โดยเฉพาะเด็กทารกเนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคของเด็กยังมีน้อยจึงอาจติดเชื้อโรคได้ง่าย 3.การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และปรุงสุกร้อนใช้ช้อนกลางส่วนตัว 4.ทำให้ร่างกายของลูกน้อยอบอุ่นอยู่เสมอ 5.ควรตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยชุดตรวจ ATK หากพบผลบวกให้โทร. 1330 เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป
กรมการแพทย์รับเด็กป่วยโควิดวัย 4 เดือน เข้ารักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พร้อมเผยแผนดูแลเด็กที่ติดเชื้อโควิด
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (20 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (25 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (54 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (111 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (107 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (106 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (107 views)
- NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนคนไทยห่วงอนาคตสิ่งแวดล้อม 65.6% มองอีก 10 ปีแย่ลง แม้ 88.2% เริ่มลงมือปรับพฤติกรรมแล้ว (123 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
