ผู้เชี่ยวชาญเตือนความเสี่ยงเสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
ผู้เชี่ยวชาญเตือนความเสี่ยงเสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ
Global Hygiene Council (GHC) เรียกร้องให้ทุกคนรักษาสุขอนามัยด้วยการล้างมือ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อและลดผลกระทบจากการดื้อยาต้านจุลชีพ
โควิด-19 คร่าชีวิตประชากรโลกไปแล้วกว่า 5 ล้านคน ทั้งยังสร้างภาระอย่างหนักหน่วงต่อสังคมและระบบสาธารณสุขทั่วโลก ในขณะที่ทั่วโลกยังคงต้องรับมือกับผลกระทบของโควิด-19 กลับมีภัยคุกคามทางสาธารณสุขที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นและต้องจัดการอย่างเร่งด่วน นั่นคือ การดื้อยาต้านจุลชีพ ทั้งนี้ การรักษาสุขอนามัยมีบทบาทสำคัญในการยับยั้งการติดเชื้อ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในสถานการณ์โควิด-19 ทว่าผู้เชี่ยวชาญจาก GHC เกรงว่าเรากำลังมีความเฉื่อยชาในการรักษาสุขอนามัยหลังยุคโควิด ซึ่งจะทำให้ภัยคุกคามจากการดื้อยาต้านจุลชีพทวีความรุนแรงขึ้น
เมื่อเดือนที่แล้ว องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เผยแพร่รายงานว่าด้วยสถานะการล้างมือทั่วโลก เพื่อสรุปความสำคัญของการล้างมือในการป้องกันการติดเชื้อและลดภาระจากการดื้อยาต้านจุลชีพ ด้วยการยืดอายุการใช้งานของยาต้านจุลชีพ (เช่น ยาปฏิชีวนะ) ขณะที่ GHC ได้ขานรับการให้ความสำคัญกับการล้างมือมากขึ้น และสนับสนุนสัปดาห์รณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะในปีนี้ โดยมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ลดการใช้ยาต้านจุลชีพ ด้วยการส่งเสริมให้ล้างมือกันมากขึ้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค
ซาบิฮา เอสแซค โฆษกของ GHC และศาสตราจารย์จากวิทยาลัยเภสัชศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยควาซูลู-นาทาล ประเทศแอฟริกาใต้ กล่าวว่า "การรักษาสุขอนามัยด้วยความรับผิดชอบ เช่น การล้างมือ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ และช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาต้านจุลชีพ (เช่น ยาปฏิชีวนะ) นอกจากนั้นยังช่วยลดการแพร่เชื้ออย่างที่เราเห็นในสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้นจึงควรส่งเสริมพฤติกรรมนี้ต่อไปหลังยุคโควิด"
การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นจะทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อยาเกิดเร็วขึ้นและแพร่กระจายเร็วขึ้น โดยการติดเชื้อทั่วไปที่รักษาไม่สำเร็จเพราะแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 700,000 รายต่อปีทั่วโลก และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 10 ล้านรายต่อปีภายในปี 2593 ทั้งนี้ การรักษาสุขอนามัยในชีวิตประจำวันสามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อทั่วไปได้สูงถึง 50% ทั้งยังช่วยลดการจ่ายยาปฏิชีวนะ และลดโอกาสในการเกิดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพ
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อมีแนวโน้มเกิดขึ้นอีกหลายครั้งนับจากนี้จนกระทั่งถึงปี 2573 ดังนั้น เราต้องรักษาสุขอนามัยให้เป็นนิสัยเพื่อปกป้องตนเองและคนที่รักจากภัยคุกคามของโรคติดเชื้อที่เกิดขึ้น ตลอดจนลดภาระจากการดื้อยาต้านจุลชีพ และยืดอายุการใช้งานยาต้านจุลชีพ เช่น ยาปฏิชีวนะ ในอีกหลายปีข้างหน้า
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล: Gabriel.Jarvis@emotiveagency.com และ โทร: +44 1444 811099
โควิด-19 คร่าชีวิตประชากรโลกไปแล้วกว่า 5 ล้านคน ทั้งยังสร้างภาระอย่างหนักหน่วงต่อสังคมและระบบสาธารณสุขทั่วโลก ในขณะที่ทั่วโลกยังคงต้องรับมือกับผลกระทบของโควิด-19 กลับมีภัยคุกคามทางสาธารณสุขที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นและต้องจัดการอย่างเร่งด่วน นั่นคือ การดื้อยาต้านจุลชีพ ทั้งนี้ การรักษาสุขอนามัยมีบทบาทสำคัญในการยับยั้งการติดเชื้อ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในสถานการณ์โควิด-19 ทว่าผู้เชี่ยวชาญจาก GHC เกรงว่าเรากำลังมีความเฉื่อยชาในการรักษาสุขอนามัยหลังยุคโควิด ซึ่งจะทำให้ภัยคุกคามจากการดื้อยาต้านจุลชีพทวีความรุนแรงขึ้น
เมื่อเดือนที่แล้ว องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เผยแพร่รายงานว่าด้วยสถานะการล้างมือทั่วโลก เพื่อสรุปความสำคัญของการล้างมือในการป้องกันการติดเชื้อและลดภาระจากการดื้อยาต้านจุลชีพ ด้วยการยืดอายุการใช้งานของยาต้านจุลชีพ (เช่น ยาปฏิชีวนะ) ขณะที่ GHC ได้ขานรับการให้ความสำคัญกับการล้างมือมากขึ้น และสนับสนุนสัปดาห์รณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะในปีนี้ โดยมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ลดการใช้ยาต้านจุลชีพ ด้วยการส่งเสริมให้ล้างมือกันมากขึ้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค
ซาบิฮา เอสแซค โฆษกของ GHC และศาสตราจารย์จากวิทยาลัยเภสัชศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยควาซูลู-นาทาล ประเทศแอฟริกาใต้ กล่าวว่า "การรักษาสุขอนามัยด้วยความรับผิดชอบ เช่น การล้างมือ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ และช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาต้านจุลชีพ (เช่น ยาปฏิชีวนะ) นอกจากนั้นยังช่วยลดการแพร่เชื้ออย่างที่เราเห็นในสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้นจึงควรส่งเสริมพฤติกรรมนี้ต่อไปหลังยุคโควิด"
การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นจะทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อยาเกิดเร็วขึ้นและแพร่กระจายเร็วขึ้น โดยการติดเชื้อทั่วไปที่รักษาไม่สำเร็จเพราะแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 700,000 รายต่อปีทั่วโลก และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 10 ล้านรายต่อปีภายในปี 2593 ทั้งนี้ การรักษาสุขอนามัยในชีวิตประจำวันสามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อทั่วไปได้สูงถึง 50% ทั้งยังช่วยลดการจ่ายยาปฏิชีวนะ และลดโอกาสในการเกิดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาต้านจุลชีพ
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อมีแนวโน้มเกิดขึ้นอีกหลายครั้งนับจากนี้จนกระทั่งถึงปี 2573 ดังนั้น เราต้องรักษาสุขอนามัยให้เป็นนิสัยเพื่อปกป้องตนเองและคนที่รักจากภัยคุกคามของโรคติดเชื้อที่เกิดขึ้น ตลอดจนลดภาระจากการดื้อยาต้านจุลชีพ และยืดอายุการใช้งานยาต้านจุลชีพ เช่น ยาปฏิชีวนะ ในอีกหลายปีข้างหน้า
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล: Gabriel.Jarvis@emotiveagency.com และ โทร: +44 1444 811099
ผู้เชี่ยวชาญเตือนความเสี่ยงเสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (6 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (25 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (34 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (61 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (116 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (118 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (106 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (108 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
