การให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยที่ดีแก่เด็ก คือกุญแจสำคัญในการลดปัญหาสุขภาพในอนาคต
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
การให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยที่ดีแก่เด็ก คือกุญแจสำคัญในการลดปัญหาสุขภาพในอนาคต
การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตอกย้ำให้ทั่วโลกตระหนักถึงบทบาทของมาตรการรักษาสุขอนามัยอย่างเช่นการล้างมือ ที่มีต่อการป้องกันการติดเชื้อ
ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง การล้างมือเป็นวิธีที่ประหยัดและได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดการติดเชื้อทั่วไปได้ถึง 50% อย่างไรก็ดี ผลวิจัยของ University College London แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมการล้างมือเริ่มลดลง โดยในเดือนกรกฎาคม 2564 พบว่าผู้ใหญ่ 44% ล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ ลดลงจาก 55% ณ สิ้นปี 2563
สถานที่ที่มีการรวมตัวกัน เช่น โรงเรียน มีโอกาสสูงที่จะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคต่าง ๆ แต่โรงเรียนจำนวนมากกลับประสบความล้มเหลวในการสอนให้เด็ก ๆ รับรู้ถึงประโยชน์ของการรักษาสุขอนามัยในการป้องกันการเจ็บป่วย ผลสำรวจของ Global Hygiene Council ได้ตอกย้ำความจำเป็นของการยกระดับการให้ความรู้เรื่องการล้างมือในหมู่เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา โดยระบุว่าเด็กประถม 40% ไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ และ 47% เข้าใจผิดว่ามือที่ดูสะอาดคือมือที่ไม่มีเชื้อโรค
ผลวิจัยใหม่ที่เผยแพร่ทางวารสาร BMC Public Health ตอกย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องเข้าไปให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยในโรงเรียนประถม เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการล้างมือและลดการแพร่เชื้อ
Kelly Schmidtke จาก Warwick Medical School ผู้เขียนรายงานการวิจัย กล่าวว่า "การเข้าไปให้ความรู้จะช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้ดีขึ้น พร้อมกับสร้างเสริมพฤติกรรมในระยะยาว โดยการยกระดับการให้ความรู้และการปลูกฝังพฤติกรรมการล้างมือให้กับเด็ก ๆ จะช่วยลดอัตราการขาดเรียนรวมถึงอัตราการลาหยุดงานของพ่อแม่และครู"
บรรดาหน่วยงานด้านสุขภาพต่างเตือนภัยไวรัส "สามประสาน" ที่มีแนวโน้มแพร่ระบาดในหมู่เด็ก ๆ ในช่วงนี้ ได้แก่ โควิด-19, ไข้หวัด และไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ดังนั้นจึงต้องมีการส่งเสริมพฤติกรรมการล้างมือให้มากขึ้น เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค
โครงการ Banega Swachh India ของบริษัท Reckitt คือตัวอย่างความสำเร็จของการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยในโรงเรียน โดยโครงการนี้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2557 และได้ให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยที่สำคัญแก่เด็ก ๆ กว่า 20 ล้านคนในอินเดีย
นอกจากนี้ ผลวิจัยจาก Warwick Medical School ยังช่วยให้ Reckitt สามารถริเริ่มโครงการใหม่ระดับโลก The Hygiene Quest เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสุขอนามัยผ่านหลักสูตรที่สนุกสนานในโรงเรียน โดยมีเป้าหมายในการให้ความรู้และยกระดับสุขภาพของเด็ก ๆ และครอบครัว
ทั้งนี้ มีแนวโน้มว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้ออีกหลายครั้งไปจนถึงปี 2573 ดังนั้น การยกระดับการให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยในโรงเรียนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องสุขภาพของคนรุ่นต่อไปในอนาคต
ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง การล้างมือเป็นวิธีที่ประหยัดและได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดการติดเชื้อทั่วไปได้ถึง 50% อย่างไรก็ดี ผลวิจัยของ University College London แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมการล้างมือเริ่มลดลง โดยในเดือนกรกฎาคม 2564 พบว่าผู้ใหญ่ 44% ล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ ลดลงจาก 55% ณ สิ้นปี 2563
สถานที่ที่มีการรวมตัวกัน เช่น โรงเรียน มีโอกาสสูงที่จะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคต่าง ๆ แต่โรงเรียนจำนวนมากกลับประสบความล้มเหลวในการสอนให้เด็ก ๆ รับรู้ถึงประโยชน์ของการรักษาสุขอนามัยในการป้องกันการเจ็บป่วย ผลสำรวจของ Global Hygiene Council ได้ตอกย้ำความจำเป็นของการยกระดับการให้ความรู้เรื่องการล้างมือในหมู่เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา โดยระบุว่าเด็กประถม 40% ไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ และ 47% เข้าใจผิดว่ามือที่ดูสะอาดคือมือที่ไม่มีเชื้อโรค
ผลวิจัยใหม่ที่เผยแพร่ทางวารสาร BMC Public Health ตอกย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องเข้าไปให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยในโรงเรียนประถม เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการล้างมือและลดการแพร่เชื้อ
Kelly Schmidtke จาก Warwick Medical School ผู้เขียนรายงานการวิจัย กล่าวว่า "การเข้าไปให้ความรู้จะช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้ดีขึ้น พร้อมกับสร้างเสริมพฤติกรรมในระยะยาว โดยการยกระดับการให้ความรู้และการปลูกฝังพฤติกรรมการล้างมือให้กับเด็ก ๆ จะช่วยลดอัตราการขาดเรียนรวมถึงอัตราการลาหยุดงานของพ่อแม่และครู"
บรรดาหน่วยงานด้านสุขภาพต่างเตือนภัยไวรัส "สามประสาน" ที่มีแนวโน้มแพร่ระบาดในหมู่เด็ก ๆ ในช่วงนี้ ได้แก่ โควิด-19, ไข้หวัด และไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ดังนั้นจึงต้องมีการส่งเสริมพฤติกรรมการล้างมือให้มากขึ้น เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค
โครงการ Banega Swachh India ของบริษัท Reckitt คือตัวอย่างความสำเร็จของการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยในโรงเรียน โดยโครงการนี้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2557 และได้ให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยที่สำคัญแก่เด็ก ๆ กว่า 20 ล้านคนในอินเดีย
นอกจากนี้ ผลวิจัยจาก Warwick Medical School ยังช่วยให้ Reckitt สามารถริเริ่มโครงการใหม่ระดับโลก The Hygiene Quest เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสุขอนามัยผ่านหลักสูตรที่สนุกสนานในโรงเรียน โดยมีเป้าหมายในการให้ความรู้และยกระดับสุขภาพของเด็ก ๆ และครอบครัว
ทั้งนี้ มีแนวโน้มว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้ออีกหลายครั้งไปจนถึงปี 2573 ดังนั้น การยกระดับการให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยในโรงเรียนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องสุขภาพของคนรุ่นต่อไปในอนาคต
การให้ความรู้เรื่องสุขอนามัยที่ดีแก่เด็ก คือกุญแจสำคัญในการลดปัญหาสุขภาพในอนาคต
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (8 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (28 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (39 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (64 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (118 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (119 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (106 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (108 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
