กรมควบคุมโรค ย้ำเตือน ?โรคปอดบวม? หากเป็นไข้หวัด 3 วันแล้ว หากไข้ไม่ลง ให้รีบพบแพทย์!
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
กรมควบคุมโรค ย้ำเตือน ?โรคปอดบวม? หากเป็นไข้หวัด 3 วันแล้ว หากไข้ไม่ลง ให้รีบพบแพทย์!
กรมควบคุมโรค ย้ำเตือนประชาชนที่ป่วยเป็นไข้หวัด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ฝนตกชุกหรือมีน้ำท่วมขัง หากป่วย 3 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น ไข้ยังไม่ลง ไอมากขึ้น หายใจหอบ น้ำมูกเปลี่ยนสี ขอให้รีบพบแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็ว เพราะอาจเกิดโรคแทรกซ้อนที่สำคัญคือโรคปอดบวม โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
14 ก.ย.64-นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ฝนตกชุกต่อเนื่อง ประชาชนมีโอกาสป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจมากขึ้น โดยเฉพาะไข้หวัด ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดไม่รุนแรง เป็นได้ทุกวัย พบได้บ่อยในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง มีความชื้นในอากาศสูง บางแห่งประชาชนต้องลุยน้ำ ตัวเปียกชื้น จึงมีโอกาสป่วยจากโรคนี้สูงกว่าพื้นที่ปกติ ยิ่งหากน้ำท่วมขังนานหลายวัน ประชาชนจะมีแนวโน้มป่วยเป็นไข้หวัดมากขึ้น
นพ.โอภาสกล่าวว่า โดยทั่วไปไข้หวัดเป็นโรคติดต่อที่ไม่อันตราย เริ่มแรกมักมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว มีไข้ต่ำๆ ไอ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย อ่อนเพลีย อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเองหลังจากป่วยแล้วประมาณวันที่ 3 โดยไข้จะลดลง มักหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ อาจไอต่อไปได้อีก 1-2 สัปดาห์ แต่หากยังไม่ดีขึ้นและมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้คือมีไข้สูง ไอมาก หายใจหอบเร็ว น้ำมูกเปลี่ยนสีจากสีเหลืองอ่อนๆ เป็นสีเขียว ขอให้สงสัยว่าอาจมีโรคแทรกซ้อนที่ปอดที่สำคัญและเป็นอันตรายถึงชีวิตคือโรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ (Pneumonia) ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือสถานบริการธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้านโดยเร็ว เพื่อรับการรักษาได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที ทั้งนี้ จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคปอดบวม ช่วงฤดูฝนปีนี้ ทั่วประเทศพบผู้ป่วย จำนวน 24,895 ราย เสียชีวิต 22 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
ด้าน พญ.วรยา เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า โรคปอดบวมมีสาเหตุจากเชื้อหลายชนิด ทั้งไวรัส แบคทีเรีย หรือเกิดจากการสำลักสิ่งแปลกปลอมเข้าปอด แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดเป็นโรคแทรกซ้อนหลังจากป่วยเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่หรือเป็นโรคอื่นมาก่อน โรคนี้ติดต่อกันจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยเชื้อจะแพร่กระจายมาจากน้ำมูก น้ำลาย เสมหะของผู้ป่วยโดยตรง หรือติดมากับสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วย หากป่วยขอให้นอนพักผ่อนให้มากๆ หยุดทำงานหนัก งดการใช้ของร่วมกับคนอื่น หากมีไข้ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาเช็ดตัว หรือกินยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดามากๆ เพื่อช่วยในการขับเสมหะได้ดีขึ้น อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง
การป้องกันการป่วยเป็นไข้หวัด ขอให้ประชาชนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะเพิ่มการกินผักและผลไม้ให้มากขึ้น ซึ่งในผักและผลไม้จะมีวิตามินซี ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคได้ หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในที่แออัด ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆ สวมใส่เสื้อผ้ารักษาความอบอุ่นให้ร่างกายเสมอ และสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่อออกจากบ้าน สามารถขอรับคำปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

นพ.โอภาสกล่าวว่า โดยทั่วไปไข้หวัดเป็นโรคติดต่อที่ไม่อันตราย เริ่มแรกมักมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว มีไข้ต่ำๆ ไอ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย อ่อนเพลีย อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเองหลังจากป่วยแล้วประมาณวันที่ 3 โดยไข้จะลดลง มักหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ อาจไอต่อไปได้อีก 1-2 สัปดาห์ แต่หากยังไม่ดีขึ้นและมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้คือมีไข้สูง ไอมาก หายใจหอบเร็ว น้ำมูกเปลี่ยนสีจากสีเหลืองอ่อนๆ เป็นสีเขียว ขอให้สงสัยว่าอาจมีโรคแทรกซ้อนที่ปอดที่สำคัญและเป็นอันตรายถึงชีวิตคือโรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ (Pneumonia) ให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหรือสถานบริการธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้านโดยเร็ว เพื่อรับการรักษาได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที ทั้งนี้ จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคปอดบวม ช่วงฤดูฝนปีนี้ ทั่วประเทศพบผู้ป่วย จำนวน 24,895 ราย เสียชีวิต 22 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
ด้าน พญ.วรยา เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า โรคปอดบวมมีสาเหตุจากเชื้อหลายชนิด ทั้งไวรัส แบคทีเรีย หรือเกิดจากการสำลักสิ่งแปลกปลอมเข้าปอด แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดเป็นโรคแทรกซ้อนหลังจากป่วยเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่หรือเป็นโรคอื่นมาก่อน โรคนี้ติดต่อกันจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยเชื้อจะแพร่กระจายมาจากน้ำมูก น้ำลาย เสมหะของผู้ป่วยโดยตรง หรือติดมากับสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วย หากป่วยขอให้นอนพักผ่อนให้มากๆ หยุดทำงานหนัก งดการใช้ของร่วมกับคนอื่น หากมีไข้ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาเช็ดตัว หรือกินยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดามากๆ เพื่อช่วยในการขับเสมหะได้ดีขึ้น อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง
การป้องกันการป่วยเป็นไข้หวัด ขอให้ประชาชนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะเพิ่มการกินผักและผลไม้ให้มากขึ้น ซึ่งในผักและผลไม้จะมีวิตามินซี ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคได้ หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในที่แออัด ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆ สวมใส่เสื้อผ้ารักษาความอบอุ่นให้ร่างกายเสมอ และสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่อออกจากบ้าน สามารถขอรับคำปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
กรมควบคุมโรค ย้ำเตือน ?โรคปอดบวม? หากเป็นไข้หวัด 3 วันแล้ว หากไข้ไม่ลง ให้รีบพบแพทย์!
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (27 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (7 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (5 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (75 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (19 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (70 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
- Cosmopack CBE ASEAN 2026 จับมือ 5 แบรนด์ Supply Chain ความงามชั้นนำ เดินเครื่องโรงงานผลิตเครื่องสำอางจำลอง (74 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน
