ขอให้สำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายหลังจากฝนตก เพื่อป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลาย
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
ขอให้สำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายหลังจากฝนตก เพื่อป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลาย
กรมควบคุมโรค ขอให้ประชาชนสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายหลังจากฝนตก เพื่อป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลาย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยหลังจากฝนตกอาจมีน้ำขังตามภาชนะหรือวัสดุต่างๆ ซึ่งจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย ทำให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อนำโดยยุงลาย โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ขอให้ประชาชนช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างต่อเนื่อง โดยการสำรวจบริเวณรอบๆ ตัวบ้านและในชุมชน และใช้มาตรการ ?3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค? เพื่อป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลาย
20 เมษายน 2564 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้หลายพื้นที่ยังคงมีฝนตก และหลังจากฝนตกอาจทำให้มีน้ำขังอยู่ตามเศษภาชนะหรือวัสดุต่างๆ เช่น กล่องโฟม แก้ว ถุงพลาสติก ยางรถยนต์เก่า ถ้วยหรือกะลารองน้ำยางดิบ เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลาย โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ขอให้ประชาชนเก็บกวาดและทำลายเศษขยะหรือภาชนะเหล่านั้นให้เกลี้ยง เพื่อไม่ให้ยุงลายใช้เป็นที่วางไข่เพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายให้เติบโต ซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อโรคติดต่อนำโดยยุงลายได้
สถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-4 เมษายน 2564 พบผู้ป่วยแล้ว 2,246 ราย เสียชีวิต 2 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด ได้แก่ 15-24 ปี รองลงมา 25-34 ปี และ 10-14 ปี ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ระนอง กรุงเทพมหานคร แม่ฮ่องสอน ระยอง และชลบุรี ตามลำดับ หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา(มกราคม-มีนาคม 63) พบผู้ป่วย 9,183 ราย เสียชีวิต 6 ราย จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกลดลงอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็นผลมาจากประชาชนส่วนใหญ่อยู่บ้านเพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด 19 และใช้โอกาสที่อยู่บ้านทำความสะอาดบ้านและบริเวณรอบๆ รวมถึงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายไปด้วย
การป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลายนั้น ต้องระมัดระวังภาชนะที่มีน้ำขังที่จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายบริเวณรอบๆ ตัวบ้านและในชุมชน โดยช่วงนี้หลายหน่วยงานให้พนักงานทำงานที่บ้านตามมาตรการ work from home จึงขอให้ถือเป็นโอกาสในการสำรวจพื้นที่รอบบ้านและคว่ำภาชนะ เพื่อกำจัดลูกน้ำยุงลายไปด้วย โดยเก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ ตามมาตรการ ?3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค? ดังนี้ 1.เก็บบ้านให้สะอาด เช่น พับเก็บเสื้อผ้าใส่ในตู้หรือแขวนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บภาชนะใส่อาหารหรือน้ำดื่มที่ทิ้งไว้ใส่ถุงดำ และนำไปทิ้งลงถังขยะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ต้องปิดฝาให้มิดชิด ล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำ และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ ซึ่งสามารถป้องกันได้ 3 โรค คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และ 3.โรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา
ทั้งนี้ หากประชาชนมีอาการป่วย เช่น มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ เบื่ออาหาร ปวดท้อง ซึ่งอาจมีลักษณะคล้ายกันหลายโรค ทั้งโรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก และโรคโควิด 19 จึงขอให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัย รับประทานยาลดไข้ 1-2 วัน โดยให้เลือกรับประทานยาแก้ไข้พาราเซตามอล หลีกเลี่ยงการทานยากลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ยาไอบูโพรเฟนแอสไพริน เพราะถ้าเป็นไข้จากโรคไข้เลือดออกยากลุ่มนี้ จะส่งผลทำให้การรักษายุ่งยากและเสี่ยงต่อการทำให้มีอาการหนักมากยิ่งขึ้น หากทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยหลังจากฝนตกอาจมีน้ำขังตามภาชนะหรือวัสดุต่างๆ ซึ่งจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย ทำให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อนำโดยยุงลาย โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ขอให้ประชาชนช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างต่อเนื่อง โดยการสำรวจบริเวณรอบๆ ตัวบ้านและในชุมชน และใช้มาตรการ ?3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค? เพื่อป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลาย
20 เมษายน 2564 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้หลายพื้นที่ยังคงมีฝนตก และหลังจากฝนตกอาจทำให้มีน้ำขังอยู่ตามเศษภาชนะหรือวัสดุต่างๆ เช่น กล่องโฟม แก้ว ถุงพลาสติก ยางรถยนต์เก่า ถ้วยหรือกะลารองน้ำยางดิบ เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายได้ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลาย โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ขอให้ประชาชนเก็บกวาดและทำลายเศษขยะหรือภาชนะเหล่านั้นให้เกลี้ยง เพื่อไม่ให้ยุงลายใช้เป็นที่วางไข่เพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายให้เติบโต ซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อโรคติดต่อนำโดยยุงลายได้
สถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-4 เมษายน 2564 พบผู้ป่วยแล้ว 2,246 ราย เสียชีวิต 2 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด ได้แก่ 15-24 ปี รองลงมา 25-34 ปี และ 10-14 ปี ตามลำดับ ส่วนจังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ระนอง กรุงเทพมหานคร แม่ฮ่องสอน ระยอง และชลบุรี ตามลำดับ หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา(มกราคม-มีนาคม 63) พบผู้ป่วย 9,183 ราย เสียชีวิต 6 ราย จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกลดลงอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็นผลมาจากประชาชนส่วนใหญ่อยู่บ้านเพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด 19 และใช้โอกาสที่อยู่บ้านทำความสะอาดบ้านและบริเวณรอบๆ รวมถึงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายไปด้วย
การป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลายนั้น ต้องระมัดระวังภาชนะที่มีน้ำขังที่จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายบริเวณรอบๆ ตัวบ้านและในชุมชน โดยช่วงนี้หลายหน่วยงานให้พนักงานทำงานที่บ้านตามมาตรการ work from home จึงขอให้ถือเป็นโอกาสในการสำรวจพื้นที่รอบบ้านและคว่ำภาชนะ เพื่อกำจัดลูกน้ำยุงลายไปด้วย โดยเก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ ตามมาตรการ ?3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค? ดังนี้ 1.เก็บบ้านให้สะอาด เช่น พับเก็บเสื้อผ้าใส่ในตู้หรือแขวนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บภาชนะใส่อาหารหรือน้ำดื่มที่ทิ้งไว้ใส่ถุงดำ และนำไปทิ้งลงถังขยะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ต้องปิดฝาให้มิดชิด ล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำ และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ ซึ่งสามารถป้องกันได้ 3 โรค คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และ 3.โรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา
ทั้งนี้ หากประชาชนมีอาการป่วย เช่น มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ เบื่ออาหาร ปวดท้อง ซึ่งอาจมีลักษณะคล้ายกันหลายโรค ทั้งโรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก และโรคโควิด 19 จึงขอให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัย รับประทานยาลดไข้ 1-2 วัน โดยให้เลือกรับประทานยาแก้ไข้พาราเซตามอล หลีกเลี่ยงการทานยากลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ยาไอบูโพรเฟนแอสไพริน เพราะถ้าเป็นไข้จากโรคไข้เลือดออกยากลุ่มนี้ จะส่งผลทำให้การรักษายุ่งยากและเสี่ยงต่อการทำให้มีอาการหนักมากยิ่งขึ้น หากทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ขอให้สำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายหลังจากฝนตก เพื่อป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลาย
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (23 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (12 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (65 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (16 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (10 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (38 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (47 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (16 views)
