กรมการแพทย์เผยแนวทางการใช้ ?ยาฟาวิพิราเวียร์? ขอประชาชนมั่นใจการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด 19
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
กรมการแพทย์เผยแนวทางการใช้ ?ยาฟาวิพิราเวียร์? ขอประชาชนมั่นใจการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด 19
กรมการแพทย์ เผยกระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำให้ประชาชนมั่นใจระบบการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งจัดเตรียมยา ?ฟาวิพิราเวียร์? เพียงพอกับความต้องการ
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เนื่องจากผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 ในประเทศระลอกเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้กรมการแพทย์เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดระบบการรักษาพยาบาล การเตรียมความพร้อมสำหรับสถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย ดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สําหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข เพื่อให้สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ กรมการแพทย์ ได้มีการประชุมหารือแนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อรายใหม่ และวางแผนการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละราย โดยผู้ป่วยจะได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล จนอาการผู้ป่วยหายเป็นปกติและไม่มีอาการแทรกซ้อนอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ ซึ่งเป็นระบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพและครบวงจร
ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องใช้ยาต้านไวรัส กระทรวงสาธารณสุขได้จัดเตรียมยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ไว้ประมาณกว่า 400,000 เม็ด (ข้อมูล ณ วันที่ 12 เมษายน 2564) ซึ่งองค์การเภสัชกรรมได้มีการสั่งซื้อเพิ่มอีก 5 แสนเม็ด โดยจะกระจายยาไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ เช่น สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลนพรัตน์ฯ โรงพยาบาลเลิดสิน สถาบันโรคทรวงอก และโรงพยาบาลสังกัด กทม. โรงพยาบาลสังกัดโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลเอกชน รวมถึงโรงพยาบาลใหญ่ในจังหวัดต่าง ๆ ดังนั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ยา ?ฟาวิพิราเวียร์? มีเพียงพอสำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ หากเกิดการระบาดระลอกใหม่
ทั้งนี้ หลักการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ตามแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย ดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการทางคลินิกแพทย์ผู้รักษาจะพิจารณาตามความเหมาะสม ของอาการผู้ป่วย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อผู้ป่วยมีอาการรีบมาโรงพยาบาลแจ้งประวัติให้บุคลการทางการแพทย์ทราบ จะช่วยให้การวินิจฉัยได้ไว และ รักษา ได้ เร็ว ผู้ป่วยก็จะหายไวขึ้น
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เนื่องจากผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 ในประเทศระลอกเดือนเมษายน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้กรมการแพทย์เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดระบบการรักษาพยาบาล การเตรียมความพร้อมสำหรับสถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย ดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สําหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข เพื่อให้สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ กรมการแพทย์ ได้มีการประชุมหารือแนวทางการรักษาผู้ติดเชื้อรายใหม่ และวางแผนการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละราย โดยผู้ป่วยจะได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล จนอาการผู้ป่วยหายเป็นปกติและไม่มีอาการแทรกซ้อนอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ ซึ่งเป็นระบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพและครบวงจร
ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องใช้ยาต้านไวรัส กระทรวงสาธารณสุขได้จัดเตรียมยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ไว้ประมาณกว่า 400,000 เม็ด (ข้อมูล ณ วันที่ 12 เมษายน 2564) ซึ่งองค์การเภสัชกรรมได้มีการสั่งซื้อเพิ่มอีก 5 แสนเม็ด โดยจะกระจายยาไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ เช่น สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลนพรัตน์ฯ โรงพยาบาลเลิดสิน สถาบันโรคทรวงอก และโรงพยาบาลสังกัด กทม. โรงพยาบาลสังกัดโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลเอกชน รวมถึงโรงพยาบาลใหญ่ในจังหวัดต่าง ๆ ดังนั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า ยา ?ฟาวิพิราเวียร์? มีเพียงพอสำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ หากเกิดการระบาดระลอกใหม่
ทั้งนี้ หลักการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ตามแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย ดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการทางคลินิกแพทย์ผู้รักษาจะพิจารณาตามความเหมาะสม ของอาการผู้ป่วย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อผู้ป่วยมีอาการรีบมาโรงพยาบาลแจ้งประวัติให้บุคลการทางการแพทย์ทราบ จะช่วยให้การวินิจฉัยได้ไว และ รักษา ได้ เร็ว ผู้ป่วยก็จะหายไวขึ้น
กรมการแพทย์เผยแนวทางการใช้ ?ยาฟาวิพิราเวียร์? ขอประชาชนมั่นใจการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด 19
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (14 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
