กรมการแพทย์เตือนฝุ่น PM 2.5 ภัยร้ายต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอาจเสียชีวิต
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
กรมการแพทย์เตือนฝุ่น PM 2.5 ภัยร้ายต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอาจเสียชีวิต
กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนฝุ่นละออง PM 2.5 หากได้รับปริมาณมากอาจ ส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆของร่างกาย เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอาจเสียชีวิตได้หากไม่รู้จักป้องกันตนเอง

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีค่าเกินมาตรฐานส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก เพราะฝุ่นละออง PM 2.5 มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน สามารถล่องลอยอยู่ในอากาศได้เป็นวันหรือเป็นอาทิตย์รวมทั้งกระจายได้ไปไกลถึง 100 ไมล์ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ การเผาป่า การเผาเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นภัยร้ายที่มองไม่เห็น ไม่มีกลิ่น และยังเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายจากการสูดดมทางโพรงจมูก หากสูดเป็นระยะเวลานานหรือในปริมาณที่มาก อาจส่งผลกระทบเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง เป็นสาเหตุของโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจขาดเลือดได้
นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มลภาวะทางอากาศฝุ่นละออง PM 2.5 ส่งผลกระทบด้านสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาวมากมาย ทำให้กระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆของร่างกาย เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอาจเสียชีวิตได้หากไม่รู้จักป้องกันตนเอง โดยผู้ที่ได้รับฝุ่น PM 2.5 มักมีอาการไอเรื้อรัง ระคายเคืองตา คัดจมูก แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ผิวหนังเป็นตุ่มหรือผื่นนูนแดง และถ้าหากได้รับฝุ่น PM 2.5 ในปริมาณมากติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง ทั้งโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งอันตรายของฝุ่น PM 2.5 10 mcg/p3จะเพิ่มการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น 0.38%* สมรรถภาพของปอดลดลงประมาณ 3.5 ml และการเจริญเติบโตของปอดลดลง 1.4 ml/ปี*# เพิ่มอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคปอด 6%* เพิ่มอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคมะเร็ง 8%* และเพิ่มอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคหัวใจ 4%* (*เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของ PM 2.5 ทุก 10 ug/m3) นอกจากนี้หากผู้ที่ตั้งครรภ์สูดดมฝุ่น PM 2.5 เป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบกับทารกในครรภ์อีกด้วย ดังนั้นเราควรป้องกันตนเอง ดังนี้ 1. สวมหน้ากาก N95 หากไม่มีให้สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น ซึ่งสามารถกรองฝุ่นละอองได้บางส่วน 2. หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้านเมื่ออากาศปิด ,ไม่มีลมพัดผ่าน 3. ปลูกต้นไม้ เช่น ต้นจั๋ง ต้นเดลี่ และต้นวาสนา เพื่อช่วยกรองอากาศและดูดสารพิษ 4. หมั่นดื่มน้ำสะอาด 5. ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เพื่อลดควันดำจากการเผาไม้เครื่องยนต์ 6. อาบน้ำชำระร่างกายทันทีเมื่อออกไปทำธุระนอกบ้าน 7. ทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ เพื่อลดการสะสมของฝุ่นภายในบ้าน 8. หากพบอาการผิดปกติของร่างกายให้รีบมาพบแพทย์ทันที
นอกจากเราจะป้องกันตนเองแล้ว เราควรยุติพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เพื่ออากาศที่บริสุทธิ์ไร้ฝุ่นละออง PM 2.5 รวมทั้งทุกครั้งที่ออกจากบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อช่วยป้องกันฝุ่น PM 2.5 และช่วยลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคต่างๆที่ปนเปื้อนมาทางอากาศอีกด้วย
ข่าว/ภาพ-สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีค่าเกินมาตรฐานส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก เพราะฝุ่นละออง PM 2.5 มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน สามารถล่องลอยอยู่ในอากาศได้เป็นวันหรือเป็นอาทิตย์รวมทั้งกระจายได้ไปไกลถึง 100 ไมล์ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ การเผาป่า การเผาเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นภัยร้ายที่มองไม่เห็น ไม่มีกลิ่น และยังเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายจากการสูดดมทางโพรงจมูก หากสูดเป็นระยะเวลานานหรือในปริมาณที่มาก อาจส่งผลกระทบเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง เป็นสาเหตุของโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจขาดเลือดได้
นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มลภาวะทางอากาศฝุ่นละออง PM 2.5 ส่งผลกระทบด้านสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาวมากมาย ทำให้กระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆของร่างกาย เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอาจเสียชีวิตได้หากไม่รู้จักป้องกันตนเอง โดยผู้ที่ได้รับฝุ่น PM 2.5 มักมีอาการไอเรื้อรัง ระคายเคืองตา คัดจมูก แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ผิวหนังเป็นตุ่มหรือผื่นนูนแดง และถ้าหากได้รับฝุ่น PM 2.5 ในปริมาณมากติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง ทั้งโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งอันตรายของฝุ่น PM 2.5 10 mcg/p3จะเพิ่มการเจ็บป่วยเพิ่มขึ้น 0.38%* สมรรถภาพของปอดลดลงประมาณ 3.5 ml และการเจริญเติบโตของปอดลดลง 1.4 ml/ปี*# เพิ่มอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคปอด 6%* เพิ่มอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคมะเร็ง 8%* และเพิ่มอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคหัวใจ 4%* (*เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของ PM 2.5 ทุก 10 ug/m3) นอกจากนี้หากผู้ที่ตั้งครรภ์สูดดมฝุ่น PM 2.5 เป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบกับทารกในครรภ์อีกด้วย ดังนั้นเราควรป้องกันตนเอง ดังนี้ 1. สวมหน้ากาก N95 หากไม่มีให้สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น ซึ่งสามารถกรองฝุ่นละอองได้บางส่วน 2. หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้านเมื่ออากาศปิด ,ไม่มีลมพัดผ่าน 3. ปลูกต้นไม้ เช่น ต้นจั๋ง ต้นเดลี่ และต้นวาสนา เพื่อช่วยกรองอากาศและดูดสารพิษ 4. หมั่นดื่มน้ำสะอาด 5. ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เพื่อลดควันดำจากการเผาไม้เครื่องยนต์ 6. อาบน้ำชำระร่างกายทันทีเมื่อออกไปทำธุระนอกบ้าน 7. ทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ เพื่อลดการสะสมของฝุ่นภายในบ้าน 8. หากพบอาการผิดปกติของร่างกายให้รีบมาพบแพทย์ทันที
นอกจากเราจะป้องกันตนเองแล้ว เราควรยุติพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เพื่ออากาศที่บริสุทธิ์ไร้ฝุ่นละออง PM 2.5 รวมทั้งทุกครั้งที่ออกจากบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อช่วยป้องกันฝุ่น PM 2.5 และช่วยลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคต่างๆที่ปนเปื้อนมาทางอากาศอีกด้วย
ข่าว/ภาพ-สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์
กรมการแพทย์เตือนฝุ่น PM 2.5 ภัยร้ายต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอาจเสียชีวิต
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- หลังน้ำลดยังคงต้องระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน (10 views)
- หลังน้ำลด อย่าชะล่าใจ! ระวัง 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว กรมควบคุมโรคแนะวิธีป้องกัน (14 views)
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (38 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (95 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (97 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (88 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (116 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (105 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], Bing [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน
