กรมควบคุมโรค เผยแนวทางปฏิบัติกรณีชาวต่างชาติตรวจพบเชื้อโควิด 19 ในไทย
- สุขภาพดี ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 18 มี.ค. 2011 9:10 am
กรมควบคุมโรค เผยแนวทางปฏิบัติกรณีชาวต่างชาติตรวจพบเชื้อโควิด 19 ในไทย
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยแนวทางปฏิบัติกรณีชาวต่างชาติตรวจพบเชื้อโควิด 19 ในประเทศไทย ผู้ป่วยจะถูกส่งไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนคู่สัญญากับทางโรงแรมที่เป็นสถานที่กักกันโรคดังกล่าว ซึ่งหลังจากหายดีและแพทย์ให้ออกจากโรงพยาบาลได้ ก็ยังต้องดูแลสุขอนามัย สวมหน้ากาก และเว้นระยะห่างเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเคร่งครัด หากมีอาการป่วยเกิดขึ้นใหม่ให้รีบติดต่อสถานพยาบาลทันที

30 ตุลาคม 2563 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีการตรวจพบชาวต่างชาติติดเชื้อโควิด 19 ในประเทศไทย นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า ในการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ กระทรวงสาธารณสุข ได้มีมาตรการและแนวทางปฏิบัติที่เข้มข้นและเป็นไปในทางเดียวกันมาโดยตลอด โดยได้มีการปรับปรุงและพัฒนาแนวทางปฏิบัติดังกล่าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโรคอย่างต่อเนื่อง
ในกรณีชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ต้องลงทะเบียนที่สถานทูตไทย ณ ประเทศนั้นๆ พร้อมยื่นเอกสารต่างๆ ได้แก่ ใบรับรองสุขภาพ (Fit to fly) และใบรับรองผลการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ไม่พบเชื้อ (COVID-Free Certificate) ก่อนเดินทางไม่เกิน 72 ชั่วโมง มีประกันสุขภาพวงเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3 ล้านบาท) ใบจองที่พักซึ่งเป็นสถานที่กักกันโรค (ASQ) จากนั้นสถานทูตจะออกใบอนุญาต Certificate of Entry ให้เดินทางเข้ามาได้ และเมื่อเดินทางมาถึงไทยจะต้องถูกกักกันไว้สังเกตอาการ 14 วัน ในสถานที่ที่ทางรัฐกำหนด ซึ่งอาจจะเป็นโรงแรม (ASQ) หรือที่พักขององค์กร (OQ) ที่ได้รับการตรวจรับรองว่าผ่านมาตรฐานแล้ว
หากตรวจพบว่าชาวต่างชาติติดเชื้อโควิด 19 ระหว่างการกักกัน จะถูกส่งไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนคู่สัญญากับทางโรงแรมที่เป็นสถานที่กักกันโรค ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมดผู้ป่วยต้องรับผิดชอบเอง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจึงไม่เป็นภาระกับรัฐ โดยผู้ติดเชื้อจะได้รับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ อยู่ในห้องแยก หรือหอผู้ป่วยที่มีเฉพาะผู้ป่วยยืนยัน และแพทย์จะดูแลรักษาตามแนวทางของกรมการแพทย์ จนผู้ป่วยหายดีเป็นปกติ ไม่แพร่เชื้ออีก ซึ่งในรายที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการมักใช้เวลารักษาในโรงพยาบาลนานไม่เกิน 10 วัน ในกรณีที่อาการรุนแรง เช่น ปอดอักเสบอาจจะใช้เวลารักษานานถึง 1 เดือน แต่เป็นผู้ป่วยส่วนน้อย (ร้อยละ 5 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด)
ภายหลังจากหายดีแล้ว แพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยมีเกณฑ์ดังนี้ 1.เมื่อผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ ให้พักในโรงพยาบาล 10 วันนับจากวันที่ตรวจพบ 2.ผู้ป่วยที่อาการน้อย ให้พักในโรงพยาบาล 10 วันนับจากวันที่มีอาการ และพักจนไม่มีอาการแล้วอย่างน้อย 24 ชม. และ 3.ผู้ป่วยอาการรุนแรง รักษาตัวในโรงพยาบาลจนอาการดีขึ้นให้ออกจากโรงพยาบาลตามดุลยพินิจของแพทย์ โดยผู้ป่วยที่มีอาการดีขึ้นและผลถ่ายภาพรังสีปอดคงที่ อุณหภูมิไม่เกิน 37.8?C ต่อเนื่อง 24 ชม. อัตราการหายใจไม่เกิน 20 ครั้ง/นาที แพทย์จะพิจารณาให้ออกจากโรงพยาบาลได้
สำหรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวหลังกลับจากโรงพยาบาล มีดังนี้ 1.การดูแลสุขอนามัย ให้สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่าง เมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น 2.ล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังจากถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระหรือถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ก่อนและหลังสัมผัสจุดเสี่ยงที่มีผู้อื่นในบ้านใช้ร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได มือจับตู้เย็น เป็นต้น 3.ไม่ใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารและแก้วน้ำร่วมกัน และ 4.หากมีอาการป่วยเกิดขึ้นใหม่ เช่น ไข้สูง ไอมาก เหนื่อย แน่นหน้าอก หอบ หายใจไม่สะดวก เบื่ออาหาร ให้รีบติดต่อสถานพยาบาล ให้สวมหน้ากากและเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือขอรถพยาบาลมารับ งดการเดินทางด้วยรถหรือเรือสาธารณะ
ขอแนะนำผู้ป่วยหรือผู้ใกล้ชิดว่า ให้หมั่นสังเกตอาการตนเอง วัดอุณหภูมิทุกวัน หากพบว่ามีไข้สูงมากกว่าหรือเท่ากับ 38?C ร่วมกับอาการทางเดินหายใจ เช่น ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว หากมีข้อสงสัยสามารถโทรสอบถามได้ที่โรงพยาบาลที่ไปรับการรักษา หรือสอบถามข้อมูลที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 หรือสายด่วนกรมการแพทย์ โทร.1668

30 ตุลาคม 2563 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีการตรวจพบชาวต่างชาติติดเชื้อโควิด 19 ในประเทศไทย นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า ในการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ กระทรวงสาธารณสุข ได้มีมาตรการและแนวทางปฏิบัติที่เข้มข้นและเป็นไปในทางเดียวกันมาโดยตลอด โดยได้มีการปรับปรุงและพัฒนาแนวทางปฏิบัติดังกล่าวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโรคอย่างต่อเนื่อง
ในกรณีชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ต้องลงทะเบียนที่สถานทูตไทย ณ ประเทศนั้นๆ พร้อมยื่นเอกสารต่างๆ ได้แก่ ใบรับรองสุขภาพ (Fit to fly) และใบรับรองผลการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ไม่พบเชื้อ (COVID-Free Certificate) ก่อนเดินทางไม่เกิน 72 ชั่วโมง มีประกันสุขภาพวงเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3 ล้านบาท) ใบจองที่พักซึ่งเป็นสถานที่กักกันโรค (ASQ) จากนั้นสถานทูตจะออกใบอนุญาต Certificate of Entry ให้เดินทางเข้ามาได้ และเมื่อเดินทางมาถึงไทยจะต้องถูกกักกันไว้สังเกตอาการ 14 วัน ในสถานที่ที่ทางรัฐกำหนด ซึ่งอาจจะเป็นโรงแรม (ASQ) หรือที่พักขององค์กร (OQ) ที่ได้รับการตรวจรับรองว่าผ่านมาตรฐานแล้ว
หากตรวจพบว่าชาวต่างชาติติดเชื้อโควิด 19 ระหว่างการกักกัน จะถูกส่งไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนคู่สัญญากับทางโรงแรมที่เป็นสถานที่กักกันโรค ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมดผู้ป่วยต้องรับผิดชอบเอง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจึงไม่เป็นภาระกับรัฐ โดยผู้ติดเชื้อจะได้รับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ อยู่ในห้องแยก หรือหอผู้ป่วยที่มีเฉพาะผู้ป่วยยืนยัน และแพทย์จะดูแลรักษาตามแนวทางของกรมการแพทย์ จนผู้ป่วยหายดีเป็นปกติ ไม่แพร่เชื้ออีก ซึ่งในรายที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการมักใช้เวลารักษาในโรงพยาบาลนานไม่เกิน 10 วัน ในกรณีที่อาการรุนแรง เช่น ปอดอักเสบอาจจะใช้เวลารักษานานถึง 1 เดือน แต่เป็นผู้ป่วยส่วนน้อย (ร้อยละ 5 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด)
ภายหลังจากหายดีแล้ว แพทย์จะอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยมีเกณฑ์ดังนี้ 1.เมื่อผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ ให้พักในโรงพยาบาล 10 วันนับจากวันที่ตรวจพบ 2.ผู้ป่วยที่อาการน้อย ให้พักในโรงพยาบาล 10 วันนับจากวันที่มีอาการ และพักจนไม่มีอาการแล้วอย่างน้อย 24 ชม. และ 3.ผู้ป่วยอาการรุนแรง รักษาตัวในโรงพยาบาลจนอาการดีขึ้นให้ออกจากโรงพยาบาลตามดุลยพินิจของแพทย์ โดยผู้ป่วยที่มีอาการดีขึ้นและผลถ่ายภาพรังสีปอดคงที่ อุณหภูมิไม่เกิน 37.8?C ต่อเนื่อง 24 ชม. อัตราการหายใจไม่เกิน 20 ครั้ง/นาที แพทย์จะพิจารณาให้ออกจากโรงพยาบาลได้
สำหรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวหลังกลับจากโรงพยาบาล มีดังนี้ 1.การดูแลสุขอนามัย ให้สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่าง เมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น 2.ล้างมือด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังจากถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระหรือถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ก่อนและหลังสัมผัสจุดเสี่ยงที่มีผู้อื่นในบ้านใช้ร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได มือจับตู้เย็น เป็นต้น 3.ไม่ใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารและแก้วน้ำร่วมกัน และ 4.หากมีอาการป่วยเกิดขึ้นใหม่ เช่น ไข้สูง ไอมาก เหนื่อย แน่นหน้าอก หอบ หายใจไม่สะดวก เบื่ออาหาร ให้รีบติดต่อสถานพยาบาล ให้สวมหน้ากากและเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือขอรถพยาบาลมารับ งดการเดินทางด้วยรถหรือเรือสาธารณะ
ขอแนะนำผู้ป่วยหรือผู้ใกล้ชิดว่า ให้หมั่นสังเกตอาการตนเอง วัดอุณหภูมิทุกวัน หากพบว่ามีไข้สูงมากกว่าหรือเท่ากับ 38?C ร่วมกับอาการทางเดินหายใจ เช่น ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว หากมีข้อสงสัยสามารถโทรสอบถามได้ที่โรงพยาบาลที่ไปรับการรักษา หรือสอบถามข้อมูลที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 หรือสายด่วนกรมการแพทย์ โทร.1668
กรมควบคุมโรค เผยแนวทางปฏิบัติกรณีชาวต่างชาติตรวจพบเชื้อโควิด 19 ในไทย
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (56 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (73 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (80 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (103 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (151 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (155 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (137 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (132 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Applebot [Bot], ClaudeBot, Google Adsense [Bot] และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
