ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยระดับโลกเตือน สุขอนามัยภายในบ้านที่ไม่ดีเป็นต้นเหตุของการดื้อยาปฏิชีวนะ
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยระดับโลกเตือน สุขอนามัยภายในบ้านที่ไม่ดีเป็นต้นเหตุของการดื้อยาปฏิชีวนะ
ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของ Global Hygiene Council (GHC) ชี้การรักษาสุขอนามัยภายในบ้านโดยยึดหลักแนวความเสี่ยงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยควบคุมอัตราการคุกคามจากการที่เชื้อแบคทีเรียดื้อต่อยาปฏิชีวนะเพิ่มมากขึ้น
มีการคาดการณ์ว่า อัตราการดื้อยาปฏิชีวนะที่ใช้กันอย่างแพร่หลายอาจเพิ่มขึ้นเป็น 40-60% ในบางประเทศภายในปี 2573 [1] ขณะที่การดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial resistance: AMR) คาดว่าจะคร่าชีวิตผู้คนราว 10 ล้านคนภายในปี 2593 หากไม่มีการดำเนินการใดๆ [2] ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญของ GHC จึงเรียกร้องให้มีการทบทวนวิถีปฏิบัติด้านสุขอนามัยภายในบ้านและในชีวิตประจำวันให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับปัญหาเร่งด่วนด้านสาธารณสุขที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ทั้งการดื้อยาและโควิด-19
ในเอกสารวิชาการฉบับใหม่ที่ GHC จัดทำขึ้นและตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Infection Control ฉบับเดือนกันยายน ผู้เชี่ยวชาญได้เผยหลักฐานที่บ่งชี้ว่า การรักษาสุขอนามัยภายในบ้านและในชีวิตประจำวันของเราให้สะอาดขึ้นเป็นองค์ประกอบสำคัญในการต่อสู้กับแบคทีเรียดื้อยา นั่นเพราะการมีสุขอนามัยที่ดีมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการดื้อยาได้ 2 ทางด้วยกัน คือ ป้องกันการติดเชื้อซึ่งจะนำไปสู่การลดใช้ยาปฏิชีวนะ และป้องกันการแพร่เชื้อจากคนสู่คนอันเป็นสาเหตุที่ทำให้แบคทีเรียดื้อต่อยาปฏิชีวนะ
นอกจากนี้ เอกสารดังกล่าวยังพิสูจน์ให้เห็นว่า การลดโอกาสการแพร่เชื้อภายในบ้านและในชุมชน รวมถึงการปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยโดยยึดหลักแนวทางการประเมินความเสี่ยงนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น ตัวอย่างเช่น การกำจัดเชื้อโรคที่แพร่กระจายอยู่ตามพื้นผิวที่เสี่ยงต่อการเป็นแหล่งแพร่เชื้อ และมือเมื่อทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการติดโรค เช่น ขณะทำอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยลดการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ ขณะเดียวกัน งานวิจัยเชิงทดลองของเรายังบ่งชี้ด้วยว่า การดูแลสุขอนามัยของมือให้สะอาดขึ้นในเด็กที่ศูนย์ดูแลเด็กเล็กสามารถลดความจำเป็นในการใช้ยาปฏิชีวนะสำหรับรักษาโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่พบได้ทั่วไปลงถึง 30% [3]
ศาสตราจารย์ Sally Bloomfield ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและผู้ร่วมวิจัยในงานชิ้นนี้อธิบายว่า ?เราย้ำเตือนให้ทุกคนปฏิบัติตามแนวทางการรักษาสุขอนามัยตามกลุ่มเป้าหมาย (Targeted Hygiene) ซึ่งมีหลักฐานรองรับนี้ ทั้งภายในบ้านและในชีวิตประจำวัน แทนการทำความสะอาดบ้านทุกซอกทุกมุม โดยมุ่งเน้นไปที่ช่วงเวลาและบริเวณที่จุลชีพก่อโรคมีโอกาสแพร่เชื้อสูง ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยสกัดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังช่วยลดโอกาสที่เชื้อโรคจะดื้อยาด้วย?
โลโก้: https://mma.prnewswire.com/media/1196867/GHC_Logo.jpg
มีการคาดการณ์ว่า อัตราการดื้อยาปฏิชีวนะที่ใช้กันอย่างแพร่หลายอาจเพิ่มขึ้นเป็น 40-60% ในบางประเทศภายในปี 2573 [1] ขณะที่การดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial resistance: AMR) คาดว่าจะคร่าชีวิตผู้คนราว 10 ล้านคนภายในปี 2593 หากไม่มีการดำเนินการใดๆ [2] ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญของ GHC จึงเรียกร้องให้มีการทบทวนวิถีปฏิบัติด้านสุขอนามัยภายในบ้านและในชีวิตประจำวันให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับปัญหาเร่งด่วนด้านสาธารณสุขที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ทั้งการดื้อยาและโควิด-19
ในเอกสารวิชาการฉบับใหม่ที่ GHC จัดทำขึ้นและตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Infection Control ฉบับเดือนกันยายน ผู้เชี่ยวชาญได้เผยหลักฐานที่บ่งชี้ว่า การรักษาสุขอนามัยภายในบ้านและในชีวิตประจำวันของเราให้สะอาดขึ้นเป็นองค์ประกอบสำคัญในการต่อสู้กับแบคทีเรียดื้อยา นั่นเพราะการมีสุขอนามัยที่ดีมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการดื้อยาได้ 2 ทางด้วยกัน คือ ป้องกันการติดเชื้อซึ่งจะนำไปสู่การลดใช้ยาปฏิชีวนะ และป้องกันการแพร่เชื้อจากคนสู่คนอันเป็นสาเหตุที่ทำให้แบคทีเรียดื้อต่อยาปฏิชีวนะ
นอกจากนี้ เอกสารดังกล่าวยังพิสูจน์ให้เห็นว่า การลดโอกาสการแพร่เชื้อภายในบ้านและในชุมชน รวมถึงการปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยโดยยึดหลักแนวทางการประเมินความเสี่ยงนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น ตัวอย่างเช่น การกำจัดเชื้อโรคที่แพร่กระจายอยู่ตามพื้นผิวที่เสี่ยงต่อการเป็นแหล่งแพร่เชื้อ และมือเมื่อทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการติดโรค เช่น ขณะทำอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยลดการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ ขณะเดียวกัน งานวิจัยเชิงทดลองของเรายังบ่งชี้ด้วยว่า การดูแลสุขอนามัยของมือให้สะอาดขึ้นในเด็กที่ศูนย์ดูแลเด็กเล็กสามารถลดความจำเป็นในการใช้ยาปฏิชีวนะสำหรับรักษาโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่พบได้ทั่วไปลงถึง 30% [3]
ศาสตราจารย์ Sally Bloomfield ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและผู้ร่วมวิจัยในงานชิ้นนี้อธิบายว่า ?เราย้ำเตือนให้ทุกคนปฏิบัติตามแนวทางการรักษาสุขอนามัยตามกลุ่มเป้าหมาย (Targeted Hygiene) ซึ่งมีหลักฐานรองรับนี้ ทั้งภายในบ้านและในชีวิตประจำวัน แทนการทำความสะอาดบ้านทุกซอกทุกมุม โดยมุ่งเน้นไปที่ช่วงเวลาและบริเวณที่จุลชีพก่อโรคมีโอกาสแพร่เชื้อสูง ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยสกัดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังช่วยลดโอกาสที่เชื้อโรคจะดื้อยาด้วย?
โลโก้: https://mma.prnewswire.com/media/1196867/GHC_Logo.jpg
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยระดับโลกเตือน สุขอนามัยภายในบ้านที่ไม่ดีเป็นต้นเหตุของการดื้อยาปฏิชีวนะ
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (62 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (79 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (85 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (107 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (155 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (159 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (142 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (136 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Applebot [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
