?โรคพยาธิในช่องคลอด? ภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เสี่ยงติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- สุขภาพดี ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 18 มี.ค. 2011 9:10 am
?โรคพยาธิในช่องคลอด? ภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เสี่ยงติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งเกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวที่มีชื่อว่า Trichomonas vaginalis พบได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย แต่จะพบได้ในเพศหญิงมากกว่า ซึ่งตัวพยาธินั้นมีขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าต้องดูผ่านกล้องจุลทรรศน์เท่านั้น ความน่ากลัวของโรคนี้คือหากเป็นแล้วจะพบผู้ป่วยที่แสดงอาการเพียง 20-30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้หลายคนไม่รู้ตัว และแพร่กระจายเชื้อไปสู่คู่นอนได้
อาการของโรคพยาธิในช่องคลอด
- มีตกขาวมากผิดปกติ ตกขาวเป็นฟอง และอาจส่งกลิ่นเหม็นคาวปลา
- มีเลือดไหลออกจากช่องคลอด
- บวม แดง คัน หรือรู้สึกแสบบริเวณอวัยวะเพศ
- ปวดปัสสาวะบ่อย
- เจ็บปวดขณะปัสสาวะ หรือมีเพศสัมพันธ์
หากเป็นแล้วปล่อยทิ้งไว้ ไม่รีบรักษา จะลุกลามไปถึงท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะทำให้อักเสบได้ เนื่องจากท่อปัสสาวะและช่องคลอดอยู่ใกล้กันจึงสามารถติดเชื้อได้ง่าย ในระยะยาวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงโรคมะเร็งปากมดลูก และส่งผลให้มีบุตรยากในอนาคต
เชื้อราในช่องคลอดและพยาธิในช่องคลอดต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างของเชื้อราในช่องคลอดและพยาธิในช่องคลอดสามารถแยกได้จากลักษณะอาการที่เด่น ๆ เช่น เชื้อราในช่องคลอดมักจะก่อให้เกิดอาการคันมากกว่า และตกขาวจะมีลักษณะเหมือนแป้งเปียก แต่พยาธิในช่องคลอดจะก่อให้เกิดการระคายเคืองและมีอาการแสบบริเวณอวัยวะเพศเมื่อปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์
วิธีการป้องกันโรคพยาธิในช่องคลอด
โรคพยาธิในช่องคลอดสามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นโรคนี้จึงสามารถป้องกันได้ด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์เช่นเดียวกับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ และไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย นอกจากนี้หากพบว่ามีอาการตกขาวผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที
วิธีการรักษา
โรคพยาธิในช่องคลอดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการรับประทานยาตามแพทย์สั่งต่อเนื่อง 7-10 วัน แต่ถึงแม้จะรักษาจนหายขาดแล้วก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ เนื่องจากกลับไปมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนเดิมที่ติดเชื้อ ดังนั้นในทางการแพทย์จะแนะนำให้ผู้ที่สงสัยว่าจะเป็นโรคพยาธิในช่องคลอดและคู่นอน มารับการตรวจและรักษาไปพร้อม ๆ กัน เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำใหม่นั่นเอง
###
ข้อมูลโดย ผศ.พญ.อรวิน วัลลิภากร สาขาวิชาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
คลิกชมรายการได้ที่ https://youtu.be/fv53ahU8SUY
?โรคพยาธิในช่องคลอด? ภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เสี่ยงติดต่อทางเพศสัมพันธ์
Lady Women's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพเพศหญิง ผู้หญิง กระทู้สุขภาพผู้หญิง
Lady Women's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพเพศหญิง ผู้หญิง กระทู้สุขภาพผู้หญิง
- pcos คือ การรักษาและการจัดการภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (38 views)
- สิ่งที่สาวๆควรรู้! ก่อนตัดสินใจฉีดสารเติมเต็มบริเวณอวัยวะเพศหญิง (8413 views)
- เข้าใจสาเหตุและอาการปวดไหล่ที่คุณควรรู้ เพื่อการดูแลที่ถูกต้อง (2188 views)
- มะเร็งปากมดลูก Cervical cancer : โรคร้ายที่ป้องกันได้ (2206 views)
- แนะแนวทางปลอดภัยให้คนทำงานเป็นกะ ลดความเสี่ยงเกิดโรคและเสียชีวิต (1980 views)
- ชวนคนไทยร่วมรณรงค์วันเอดส์โลก 1 ธันวาคม 2568 รอบรู้เรื่องสิทธิ–ป้องกันรอบด้าน–เข้าถึงบริการตรวจรักษาเอชไอวีได้ทุกคน (9791 views)
- มะเร็งเต้านม ปัจจัยเสี่ยง สัญญาณเตือน การตรวจคัดกรอง การปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยง (2453 views)
- เมื่อมะเร็งใกล้ตัวกว่าที่เราคิด (2621 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
