ทำอย่างไรวัยรุ่นไทยไม่ติดเอดส์
- pantip ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 09 เม.ย. 2011 10:35 pm
ทำอย่างไรวัยรุ่นไทยไม่ติดเอดส์
ในสังคมไทย อัตราการเกิดโรคเอดส์เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจมีผลมาจากเด็กวัยรุ่นไทยขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากการปลูกฝังความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับวัฒนธรรมทางเพศที่สืบทอดต่อๆ กันมาคือ
1. วัฒนธรรมทางเพศของเราทำให้ผู้ชายไม่เก็บงำความรู้สึกทางเพศ เมื่อมีความต้องการ และสอนให้สะสมประสบการณ์ทางเพศก่อนแต่งงานว่า ถ้ายิ่งมีประสบการณ์มากก็จะได้รับการยอมรับในกลุ่มเพื่อนมากขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์มากขึ้น
2. วัฒนธรรมทางเพศของเราสอนให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว ภาพลักษณ์ของความเป็นกุลสตรีไทยคือ รักษาพรหมจรรย์ไว้จนถึงวันแต่งงาน เป็นแม่บ้านที่ปรนนิบัติสามีและดูแลสมาชิกทุกคนในบ้านแต่ในปัจจุบัน ความเชื่อเรื่องรักนวลสงวนตัวนี้กำลังเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ
3. การสอนให้ผู้ชายพยายามมีประสบการณ์ทางเพศให้เร็วที่สุด ทำให้ผู้ชายไม่มีความละเอียดอ่อนในเรื่องเพศ และสั่งสมความไม่รับผิดชอบต่อเพศสัมพันธ์ที่ตนเองเป็นคนเริ่มต้น
4. ในขณะที่ผู้หญิงต้องมีประสบการณ์ทางเพศกับชายที่แต่งงานด้วยเพียงคนเดียว การสูญเสียพรหมจรรย์ก่อนการแต่งงานจึงเท่ากับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่แสดงว่าผู้หญิงไม่ใช่กุลสตรีอีกต่อไป ซึ่งความเชื่อนี้ทำให้ผู้หญิงบางคนสูญเสียความมั่นใจและ ประชดตัวเองด้วยการสำส่อนทางเพศ
5. ความสัมพันธ์ทางเพศก่อนแต่งงาน ซึ่งความสัมพันธ์ครั้งแรกมักเกิดโดยที่ฝ่ายหญิงมิดได้คาดหมาย ขณะที่ผู้ชายจะมุ่งมั่นให้เกิดขึ้นให้ได้ จึงนำไปสู่การเอารัดเอาเปรียบทางเพศโดยไม่รับผิดชอบ ซึ่งจะทำให้มีปัญหาตามมา เช่น ท้องเมื่อยังไม่พร้อม หรือการทำแท้ง
อย่างไรก็ตาม เรามีวิธีการลดพฤติกรรมเสี่ยงในการติดเอดส์ของวัยรุ่นมาแนะนำดังนี้ค่ะ
1. สังคมต้องทำความเข้าใจต่ออิทธิพลและวัฒนธรรม ซึ่งทำให้เกิดกระบวนการหล่อหลอมทางสังคมที่สร้างความแตกต่างระหว่างหญิงและชายก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมทางเพศ และต้องสร้างความเชื่อและทัศนคติใหม่ที่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันระหว่างหญิงและชาย
2. ต้องส่งเสริมและสร้างทักษะ ให้สังคมเรียนรู้และเข้าใจในสิทธิเหนือร่างกายมนุษย์ ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะต้องรู้จักปกป้องตนเอง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไม่พาตัวเองให้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศโดยที่ตนเองไม่ต้องการ
3. ต้องรณรงค์และสร้างค่านิยมเรื่องเพศที่เหมาะสม ให้เกิดขึ้นในสังคมให้ได้ เริ่มตั้งแต่เพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง ต้องมาจากความสมัครใจไม่บีบบังคับ ต้องเป็นเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรค
การใช้ถุงยางอนามัยและการสร้างวัฒนธรรมใหม่ โดยการมีเพศสัมพันธ์เมื่อพร้อมและมีอย่างรับผิดชอบ ถือว่าเป็นหนึ่งในการแสดงความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่นด้วย
ข้อมูลจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 149
http://www.ideaforlife.net/health/article/0102.html
1. วัฒนธรรมทางเพศของเราทำให้ผู้ชายไม่เก็บงำความรู้สึกทางเพศ เมื่อมีความต้องการ และสอนให้สะสมประสบการณ์ทางเพศก่อนแต่งงานว่า ถ้ายิ่งมีประสบการณ์มากก็จะได้รับการยอมรับในกลุ่มเพื่อนมากขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์มากขึ้น
2. วัฒนธรรมทางเพศของเราสอนให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว ภาพลักษณ์ของความเป็นกุลสตรีไทยคือ รักษาพรหมจรรย์ไว้จนถึงวันแต่งงาน เป็นแม่บ้านที่ปรนนิบัติสามีและดูแลสมาชิกทุกคนในบ้านแต่ในปัจจุบัน ความเชื่อเรื่องรักนวลสงวนตัวนี้กำลังเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ
3. การสอนให้ผู้ชายพยายามมีประสบการณ์ทางเพศให้เร็วที่สุด ทำให้ผู้ชายไม่มีความละเอียดอ่อนในเรื่องเพศ และสั่งสมความไม่รับผิดชอบต่อเพศสัมพันธ์ที่ตนเองเป็นคนเริ่มต้น
4. ในขณะที่ผู้หญิงต้องมีประสบการณ์ทางเพศกับชายที่แต่งงานด้วยเพียงคนเดียว การสูญเสียพรหมจรรย์ก่อนการแต่งงานจึงเท่ากับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่แสดงว่าผู้หญิงไม่ใช่กุลสตรีอีกต่อไป ซึ่งความเชื่อนี้ทำให้ผู้หญิงบางคนสูญเสียความมั่นใจและ ประชดตัวเองด้วยการสำส่อนทางเพศ
5. ความสัมพันธ์ทางเพศก่อนแต่งงาน ซึ่งความสัมพันธ์ครั้งแรกมักเกิดโดยที่ฝ่ายหญิงมิดได้คาดหมาย ขณะที่ผู้ชายจะมุ่งมั่นให้เกิดขึ้นให้ได้ จึงนำไปสู่การเอารัดเอาเปรียบทางเพศโดยไม่รับผิดชอบ ซึ่งจะทำให้มีปัญหาตามมา เช่น ท้องเมื่อยังไม่พร้อม หรือการทำแท้ง
อย่างไรก็ตาม เรามีวิธีการลดพฤติกรรมเสี่ยงในการติดเอดส์ของวัยรุ่นมาแนะนำดังนี้ค่ะ
1. สังคมต้องทำความเข้าใจต่ออิทธิพลและวัฒนธรรม ซึ่งทำให้เกิดกระบวนการหล่อหลอมทางสังคมที่สร้างความแตกต่างระหว่างหญิงและชายก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมทางเพศ และต้องสร้างความเชื่อและทัศนคติใหม่ที่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันระหว่างหญิงและชาย
2. ต้องส่งเสริมและสร้างทักษะ ให้สังคมเรียนรู้และเข้าใจในสิทธิเหนือร่างกายมนุษย์ ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะต้องรู้จักปกป้องตนเอง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไม่พาตัวเองให้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศโดยที่ตนเองไม่ต้องการ
3. ต้องรณรงค์และสร้างค่านิยมเรื่องเพศที่เหมาะสม ให้เกิดขึ้นในสังคมให้ได้ เริ่มตั้งแต่เพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง ต้องมาจากความสมัครใจไม่บีบบังคับ ต้องเป็นเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรค
การใช้ถุงยางอนามัยและการสร้างวัฒนธรรมใหม่ โดยการมีเพศสัมพันธ์เมื่อพร้อมและมีอย่างรับผิดชอบ ถือว่าเป็นหนึ่งในการแสดงความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่นด้วย
ข้อมูลจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 149
http://www.ideaforlife.net/health/article/0102.html
ทำอย่างไรวัยรุ่นไทยไม่ติดเอดส์
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (20 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (72 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (83 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (76 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (107 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (97 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (123 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (98 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน
