สธ. กำหนดแนวทางเว้นระยะห่างทางสังคมในโรงพยาบาล ลดความแออัด ลดการแพร่กระจาย
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
สธ. กำหนดแนวทางเว้นระยะห่างทางสังคมในโรงพยาบาล ลดความแออัด ลดการแพร่กระจาย
กระทรวงสาธารณสุข กำหนดแนวทางเว้นระยะห่างทางสังคมในโรงพยาบาล เพื่อลดความแออัด ลดการแพร่กระจายเชื้อในแผนกผู้ป่วยนอกช่วงการระบาดของเชื้อโควิด-19 ขอความร่วมมือประชาชนให้ข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อให้ได้รับการรักษาเร็ว ลดความเสี่ยงเกิดปอดอักเสบรุนแรง
9 เมษายน 2563 ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวในภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การให้บริการในแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐ มีความแออัดของผู้มารับบริการ ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังหรือผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง หากติดเชื้อจะมีอาการรุนแรงและมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า การเว้นระยะห่างทางสังคมซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่จะลดการแพร่กระจายเชื้อทำได้ค่อนข้างยาก กระทรวงสาธารณสุขจึงออกแนวทางลดความแออัดในแผนกผู้ป่วยนอก เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 เป็นการสำรองกำลังคนและอุปกรณ์ทางการแพทย์ไว้รองรับหากเกิดการระบาดรุนแรง
โดยผู้ป่วยที่มีอาการทั่วไปดี คงที่ และผลการตรวจล่าสุดคงที่ไม่มีปัญหา มีแนวทางคือ การรับยาร้านยาใกล้บ้าน ส่งยาถึงบ้านทางไปรษณีย์ เลื่อนนัดตรวจให้นานขึ้น หรือให้คำปรึกษาทางไกล (Tele-consult) สำหรับผู้ป่วยที่อาการไม่ดีขึ้นหรือผลการตรวจล่าสุดมีปัญหา ควรมาตรวจตามนัดเดิม โดยอาจสอบถามรายละเอียดและช่องทางอำนวยความสะดวกจาก รพ. ก่อนไปรับบริการ ส่วนผู้ป่วยที่เจ็บป่วยรุนแรงฉุกเฉินสามารถไปรับบริการห้องฉุกเฉินได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ได้ปรับแนวทางการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด 19 ล่าสุด ณ วันที่ 8 เมษายน 2563 ทำให้ผู้ป่วยที่มีภาวะปอดอักเสบจะได้รับยา Favipiravir เร็วขึ้นกว่าแนวทางการรักษาเดิม ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และโรงเรียนแพทย์ต่างๆ ปรับปรุงแนวทางเป็นระยะตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากความรู้ที่เข้ามาใหม่ สถานการณ์จำนวนผู้ป่วย และทรัพยากรที่มี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยในภาพรวมของประเทศ และขอย้ำว่า แม้ว่าจะติดเชื้อโควิด-19 แต่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อยคล้ายไข้หวัด ต้องเข้ารับการดูแลในโรงพยาบาลหรือสถานที่ที่โรงพยาบาลจัดไว้ให้ เช่น hospitel จนครบอย่างน้อย 14 วัน เพื่อความปลอดภัยของท่านและลดโอกาสแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นในสังคม จากนั้นเมื่อแพทย์ประเมินว่าหายจากโรค และปลอดภัยแล้วควรพักฟื้นต่อที่บ้านหรือหากจำเป็นต้องไปทำงานให้พยายามแยกตัวห่างจากผู้อื่น และสวมหน้ากากอนามัยไว้ตลอด จนครบ 1 เดือนนับจากตรวจพบเชื้อหรือเริ่มมีอาการ
?สิ่งสำคัญคือ ความร่วมมือจากประชาชนให้ข้อมูลที่เป็นจริงและครบถ้วน เพื่อการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องรวดเร็ว ลดความเสี่ยงของตัวเองต่อการเกิดปอดอักเสบรุนแรง ลดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่คนในครอบครัว และยังช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่จะต้องไปให้การดูแลรักษาผู้อื่นต่ออีกด้วย?
ข่าว-กรมการแพทย์
9 เมษายน 2563 ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวในภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การให้บริการในแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐ มีความแออัดของผู้มารับบริการ ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังหรือผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง หากติดเชื้อจะมีอาการรุนแรงและมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า การเว้นระยะห่างทางสังคมซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่จะลดการแพร่กระจายเชื้อทำได้ค่อนข้างยาก กระทรวงสาธารณสุขจึงออกแนวทางลดความแออัดในแผนกผู้ป่วยนอก เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 เป็นการสำรองกำลังคนและอุปกรณ์ทางการแพทย์ไว้รองรับหากเกิดการระบาดรุนแรง
โดยผู้ป่วยที่มีอาการทั่วไปดี คงที่ และผลการตรวจล่าสุดคงที่ไม่มีปัญหา มีแนวทางคือ การรับยาร้านยาใกล้บ้าน ส่งยาถึงบ้านทางไปรษณีย์ เลื่อนนัดตรวจให้นานขึ้น หรือให้คำปรึกษาทางไกล (Tele-consult) สำหรับผู้ป่วยที่อาการไม่ดีขึ้นหรือผลการตรวจล่าสุดมีปัญหา ควรมาตรวจตามนัดเดิม โดยอาจสอบถามรายละเอียดและช่องทางอำนวยความสะดวกจาก รพ. ก่อนไปรับบริการ ส่วนผู้ป่วยที่เจ็บป่วยรุนแรงฉุกเฉินสามารถไปรับบริการห้องฉุกเฉินได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ได้ปรับแนวทางการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด 19 ล่าสุด ณ วันที่ 8 เมษายน 2563 ทำให้ผู้ป่วยที่มีภาวะปอดอักเสบจะได้รับยา Favipiravir เร็วขึ้นกว่าแนวทางการรักษาเดิม ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และโรงเรียนแพทย์ต่างๆ ปรับปรุงแนวทางเป็นระยะตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากความรู้ที่เข้ามาใหม่ สถานการณ์จำนวนผู้ป่วย และทรัพยากรที่มี เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยในภาพรวมของประเทศ และขอย้ำว่า แม้ว่าจะติดเชื้อโควิด-19 แต่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อยคล้ายไข้หวัด ต้องเข้ารับการดูแลในโรงพยาบาลหรือสถานที่ที่โรงพยาบาลจัดไว้ให้ เช่น hospitel จนครบอย่างน้อย 14 วัน เพื่อความปลอดภัยของท่านและลดโอกาสแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นในสังคม จากนั้นเมื่อแพทย์ประเมินว่าหายจากโรค และปลอดภัยแล้วควรพักฟื้นต่อที่บ้านหรือหากจำเป็นต้องไปทำงานให้พยายามแยกตัวห่างจากผู้อื่น และสวมหน้ากากอนามัยไว้ตลอด จนครบ 1 เดือนนับจากตรวจพบเชื้อหรือเริ่มมีอาการ
?สิ่งสำคัญคือ ความร่วมมือจากประชาชนให้ข้อมูลที่เป็นจริงและครบถ้วน เพื่อการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องรวดเร็ว ลดความเสี่ยงของตัวเองต่อการเกิดปอดอักเสบรุนแรง ลดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่คนในครอบครัว และยังช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่จะต้องไปให้การดูแลรักษาผู้อื่นต่ออีกด้วย?
ข่าว-กรมการแพทย์
สธ. กำหนดแนวทางเว้นระยะห่างทางสังคมในโรงพยาบาล ลดความแออัด ลดการแพร่กระจาย
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (14 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (79 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
