พัฒนาการตรวจวิเคราะห์การปนปลอมยาแผนปัจจุบันในอาหารเสริมทราบผลภายใน 24 ชั่วโมง
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
พัฒนาการตรวจวิเคราะห์การปนปลอมยาแผนปัจจุบันในอาหารเสริมทราบผลภายใน 24 ชั่วโมง
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาการตรวจวิเคราะห์การปนปลอมยาแผนปัจจุบันในอาหารเสริมทราบผลภายใน 24 ชั่วโมง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาศักยภาพการตรวจวิเคราะห์การปนปลอมของยาแผนปัจจุบันในอาหารให้ครอบคลุมชนิดของสารที่มีการนำมาใช้ ปัจจุบันได้ทำการตรวจวิเคราะห์ยาในกลุ่มที่จับตามองพิเศษ (priority watch list) 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ กลุ่มยาลดความอ้วน กลุ่มยาระบาย กลุ่มยาสเตียรอยด์ และกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท รวมทั้งปรับขั้นตอนการดำเนินงานและระยะเวลาการตรวจ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า อาหารที่มีการนำยาแผนปัจจุบันมาผสม จัดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ และเป็นสิ่งผิดกฎหมาย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ได้ร่วมกันเฝ้าระวัง การปนปลอมยาแผนปัจจุบันในอาหารมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2560 ได้ทำการตรวจวิเคราะห์อาหาร โดยแบ่งเป็น กาแฟสำเร็จรูปชนิดผง พบการปนปลอมของยาแผนปัจจุบันในอาหารเสริม ได้แก่ ไซบูทรามีนในกลุ่มยาลดความอ้วน ร้อยละ 3 ซิลเดนาฟิลในกลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ร้อยละ 30 และตรวจพบเดกซาเมธาโซน ในกลุ่มยาสเตียรอยด์ ร้อยละ 8 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พบว่ามีการปนปลอมกลุ่มยาลดความอ้วน ร้อยละ 24 ซึ่งส่วนใหญ่ ตรวจพบไซบูทรามีน ออลิสแตท และยาผสมทั้งสองชนิดร่วมกัน และพบกลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ร้อยละ 29 ส่วนใหญ่พบการปนปลอมซิลเดนาฟิล และเครื่องดื่ม ตรวจพบไซบูทรามีนในกลุ่มยาลดความอ้วน ร้อยละ 3
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีการพัฒนาขยายศักยภาพการตรวจให้ครอบคลุมชนิดสารที่นำมาใช้และปัจจุบันได้ตรวจวิเคราะห์ยาในกลุ่มที่จับตามองพิเศษ (priority watch list) ทั้งสิ้น 5 กลุ่ม 16 ชนิด ได้แก่ กลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ซิลเดนาฟิล, ทาดาลาฟิล และวาร์เดนาฟิล) กลุ่มยาลดความอ้วน (เอฟีดรีน, ซูโดเอฟีดีน, ออลิสแตท, เฟนฟลูรามีน, เฟนเทอร์มีน, ฟูออกซิทีน และไซบูทรามีน) กลุ่มยาระบาย (ฟีนอล์ฟทาลีน)กลุ่มยาสเตียรอยด์ (เดกซาเมธาโซน และเพรดนิโซโลน) และกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (อัลปราโซแลม, ไดอะซีแพม และลอราซีแพม) และปรับการดำเนินงานตรวจวิเคราะห์ยาแผนปัจจุบันปนปลอมในอาหารกรณีเร่งด่วน 1 ตัวอย่าง 1 รายการวิเคราะห์ สามารถรายงานผลภายใน 24 ชั่วโมง หรือ 1 วันทำการหลังจากรับตัวอย่างเข้าห้องปฏิบัติการ ในกรณีที่ตรวจไม่พบสารปนปลอม แต่หากตรวจพบจะต้องตรวจวิเคราะห์ยืนยันด้วยวิธี และเครื่องมือขั้นสูง สามารถรายงานผลได้ใน 2 วันทำการ ส่วนกรณีปกติ กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ
ในการเฝ้าระวัง พบว่า อาหารเสริมมีการปนปลอมยาแผนปัจจุบัน ดังนั้นหากผู้บริโภคประสงค์จะใช้ผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม ไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณา ควรใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อ เลือกผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการได้รับอันตรายจากผลข้างเคียงของยาที่ปนปลอม แต่หากมีอาการผิดปกติหลังการรับประทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ให้หยุดรับประทาน รีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาศักยภาพการตรวจวิเคราะห์การปนปลอมของยาแผนปัจจุบันในอาหารให้ครอบคลุมชนิดของสารที่มีการนำมาใช้ ปัจจุบันได้ทำการตรวจวิเคราะห์ยาในกลุ่มที่จับตามองพิเศษ (priority watch list) 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ กลุ่มยาลดความอ้วน กลุ่มยาระบาย กลุ่มยาสเตียรอยด์ และกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท รวมทั้งปรับขั้นตอนการดำเนินงานและระยะเวลาการตรวจ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า อาหารที่มีการนำยาแผนปัจจุบันมาผสม จัดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ และเป็นสิ่งผิดกฎหมาย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ได้ร่วมกันเฝ้าระวัง การปนปลอมยาแผนปัจจุบันในอาหารมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2560 ได้ทำการตรวจวิเคราะห์อาหาร โดยแบ่งเป็น กาแฟสำเร็จรูปชนิดผง พบการปนปลอมของยาแผนปัจจุบันในอาหารเสริม ได้แก่ ไซบูทรามีนในกลุ่มยาลดความอ้วน ร้อยละ 3 ซิลเดนาฟิลในกลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ร้อยละ 30 และตรวจพบเดกซาเมธาโซน ในกลุ่มยาสเตียรอยด์ ร้อยละ 8 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พบว่ามีการปนปลอมกลุ่มยาลดความอ้วน ร้อยละ 24 ซึ่งส่วนใหญ่ ตรวจพบไซบูทรามีน ออลิสแตท และยาผสมทั้งสองชนิดร่วมกัน และพบกลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ร้อยละ 29 ส่วนใหญ่พบการปนปลอมซิลเดนาฟิล และเครื่องดื่ม ตรวจพบไซบูทรามีนในกลุ่มยาลดความอ้วน ร้อยละ 3
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีการพัฒนาขยายศักยภาพการตรวจให้ครอบคลุมชนิดสารที่นำมาใช้และปัจจุบันได้ตรวจวิเคราะห์ยาในกลุ่มที่จับตามองพิเศษ (priority watch list) ทั้งสิ้น 5 กลุ่ม 16 ชนิด ได้แก่ กลุ่มยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ซิลเดนาฟิล, ทาดาลาฟิล และวาร์เดนาฟิล) กลุ่มยาลดความอ้วน (เอฟีดรีน, ซูโดเอฟีดีน, ออลิสแตท, เฟนฟลูรามีน, เฟนเทอร์มีน, ฟูออกซิทีน และไซบูทรามีน) กลุ่มยาระบาย (ฟีนอล์ฟทาลีน)กลุ่มยาสเตียรอยด์ (เดกซาเมธาโซน และเพรดนิโซโลน) และกลุ่มวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (อัลปราโซแลม, ไดอะซีแพม และลอราซีแพม) และปรับการดำเนินงานตรวจวิเคราะห์ยาแผนปัจจุบันปนปลอมในอาหารกรณีเร่งด่วน 1 ตัวอย่าง 1 รายการวิเคราะห์ สามารถรายงานผลภายใน 24 ชั่วโมง หรือ 1 วันทำการหลังจากรับตัวอย่างเข้าห้องปฏิบัติการ ในกรณีที่ตรวจไม่พบสารปนปลอม แต่หากตรวจพบจะต้องตรวจวิเคราะห์ยืนยันด้วยวิธี และเครื่องมือขั้นสูง สามารถรายงานผลได้ใน 2 วันทำการ ส่วนกรณีปกติ กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการ
ในการเฝ้าระวัง พบว่า อาหารเสริมมีการปนปลอมยาแผนปัจจุบัน ดังนั้นหากผู้บริโภคประสงค์จะใช้ผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม ไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณา ควรใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อ เลือกผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการได้รับอันตรายจากผลข้างเคียงของยาที่ปนปลอม แต่หากมีอาการผิดปกติหลังการรับประทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ให้หยุดรับประทาน รีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป
พัฒนาการตรวจวิเคราะห์การปนปลอมยาแผนปัจจุบันในอาหารเสริมทราบผลภายใน 24 ชั่วโมง
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โบลท์ (Bolt) เปิดตัวโครงการ "Bolt Sure" ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมสนับสนุนพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่อย่างครบวงจร (2 views)
- MEDEZE Group ผู้นำด้านการเก็บสเต็มเซลล์ มาตรฐานสากล (1 views)
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (2 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (16 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (16 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (79 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
