แพทย์แนะวิธีเลี่ยงสารเคมีรั่วในโรงงาน ซ้อมแผนสารเคมีรั่วไหลเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แพทย์แนะวิธีเลี่ยงสารเคมีรั่วในโรงงาน ซ้อมแผนสารเคมีรั่วไหลเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน
แพทย์แนะวิธีเลี่ยงสารเคมีรั่วในโรงงาน ชี้โรงงานควรซ้อมแผนสารเคมีรั่วไหล เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน
กรมการแพทย์ชี้สารเคมีรั่วไหลทำให้มีอาการหลายระดับตั้งแต่ระคายเคืองทางเดินหายใจ ตา มีน้ำมูก น้ำตาไหล แสบตา แสบคอ แน่นหน้าอก ไอ บางรายสูดดมมาก จะมีคลื่นไส้อาเจียน เดินเซ ซึ่งหากเข้าไปในร่างกายปริมาณมากอาจเสียชีวิตได้ แนะควรมีการป้องกันและซ้อมแผนกรณีฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยของพนักงานนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีสารเคมีรั่วไหลภายในบริเวณโรงงานอุตสาหกรรมและมีการเผยแพร่ข่าวเป็นประจำผ่านสื่อต่างๆ ล่าสุดได้เกิดเหตุการณ์สารแอมโมเนียรั่วไหลในโรงน้ำแข็ง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หากสารเหล่านี้มีการรั่วไหลจำนวนมาก และไม่สามารถระงับเหตุได้ทัน ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบที่อยู่บริเวณโรงงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงงานที่อยู่ใกล้กับชุมชน รวมทั้งการมีสารเคมีตกค้างในสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้ผู้ที่ทำงานโรงงานและประชาชนเกิดอันตรายและมีความกลัวหรือกังวล เนื่องจากไม่รู้ว่าสารเคมีมีต่อผลต่อร่างกายอย่างไร ทั้งนี้ สารเคมีทุกชนิดก่อให้เกิดพิษหรือผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ทำให้ผิวหนังอักเสบ ระคายเคืองทางเดินหายใจ ตับอักเสบ ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและระยะเวลาการสัมผัสกับสารเคมีนั้นๆ ซึ่งในสถานที่ทำงานระดับการเป็นพิษของสารเคมี สามารถตรวจวัดได้โดยเครื่องตรวจวัดพิเศษ ทำให้สามารถควบคุมปริมาณสารเคมีในสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้พอเหมาะ การสัมผัสสารเคมีจำนวนมากเพียงครั้งเดียว จะส่งผลต่อร่างกายแบบเฉียบพลัน ถ้าคนที่สัมผัสสามารถหนีออกมาได้ทันและสัมผัสปริมาณไม่มาก จะแค่อาการระคายเคืองเท่านั้น แต่หากสัมผัสสารเคมีปริมาณมากหรือเป็นเวลานานอาจทำให้หมดสติ ดังนั้น สิ่งสำคัญ คือ พนักงานในโรงงานจะต้องทราบเสมอว่าตนเองทำงานกับสารเคมีอะไร และเมื่อเกิดเหตุการณ์จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการฝึกซ้อมเหตุการณ์ฉุกเฉิน กรณีสารเคมีรั่วไหล เพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงที
นพ.อดุลย์ บัณฑุกุล รองผู้อำนวยการด้านอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อเกิดการรั่วไหลของสารเคมี หากคนทำงานสูดดมเข้าไปในขั้นแรกจะรู้สึกถึงกลิ่นสารเคมีนั้น เมื่อได้กลิ่นจะรู้สึกผิดปกติ ส่วนมากจะวิ่งหนีได้ทัน ยกเว้นก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่ไม่มีกลิ่น ซึ่งบางโรงงานจะมีคำแนะนำเรื่องการทำงาน และสารเคมีที่เกี่ยวข้อง ให้แก่คนทำงานเพื่อให้รู้จักหลบหลีก และมีการซ้อมแผนอพยพ เพื่อความปลอดภัย แต่ถ้าโรงงานที่ไม่มีการซ้อมแผน คนทำงานจะหนีกันคนละทิศละทางทำให้ไปปิดบังทางออก ไม่สามารถออกได้ หรือเบียดกัน จนทำให้หมดสติ สำหรับอาการที่สำคัญเมื่อสูดดมสารเคมีเข้าไปแล้ว จะมีการระคายเคืองทางเดินหายใจ น้ำมูก น้ำตาไหล แสบตา แสบคอ แน่นหน้าอก ไอ หากสูดดมมาก จะมีคลื่นไส้อาเจียน เดินเซ แต่อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะดีขึ้นเมื่อไม่มีการหายใจสารเคมีนั้นเข้าไปอีกส่วนสารเคมีที่ละลายน้ำได้ เช่น กรด ด่าง แอมโมเนีย จะละลายในจมูก คอ หรือทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งมีการหลั่งน้ำออกมาหล่อลื่นตามปกติอยู่แล้ว และอาจมีการระคายเคืองอย่างมาก ทำให้มีอาการแสบ ไอ แน่นหน้าอก ถ้าหายใจปริมาณมากเป็นเวลานาน จะมีการบวมของหลอดเสียง หรือหลอดลมส่วนต้น ทำให้ปิดทางเดินหายใจ ลมหายใจเข้าไปในปอดไม่ได้ มีอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิต อาการเหล่านี้จะแสดงภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังการหายใจสารเคมีเข้าไป ดังนั้น การถอดเสื้อผ้าหรือล้างตัวเมื่อถูกสารเคมีจะช่วยลดการหายใจเอาสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย เนื่องจากสารเคมีที่ติดตามเสื้อผ้า จะทำให้มีการหายใจสารเคมีเข้าสู่ร่างกายแต่ที่น่ากลัวคือสารเคมีที่มีคุณสมบัติไม่ละลายน้ำ เช่น สารฟอสจีน ฟอสฟีน การสูดดมสารเคมีเหล่านี้ จะเข้าไปถึงถุงลมส่วนล่างของปอด ทำปฏิกิริยาภายในถุงลม และมีการหลั่งน้ำออกมามาก ทำให้เกิดปอดบวมน้ำ อาการคล้ายคนเป็นโรคหัวใจวายเฉียบพลัน หายใจไม่ได้ และเสียชีวิตในที่สุด โดยอาการนี้จะเกิดภายใน 8 ชั่วโมงหลังสูดดมสารเคมีเหล่านี้เข้าไป
อย่างไรก็ตามการรู้ชนิดของสารเคมีที่สูดดมเข้าไปจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษา ในบางครั้งผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือและผู้รักษาพยาบาลนั้นไม่ทราบชนิดของสารเคมี ทำให้ไม่สามารถรักษาพยาบาลได้ถูกต้อง ปัจจุบันเมื่อมีเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลเกิดขึ้น ยังไม่มีศูนย์กลางในการให้ข้อมูลสารเคมี ทำให้ไม่ทราบชนิดของสารเคมี และโรงงานไม่ยอมบอกชนิดของสารเคมีที่รั่วไหล เนื่องจากถือเป็นความลับ ทำให้การรักษาพยาบาลค่อนข้างยาก
ทั้งนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหล สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังตนเองหลังหายใจสารเคมีจำนวนมาก คือ จะต้องแจ้งอาการให้แพทย์ทราบเป็นระยะ ถ้ามีอาการแสบคอ หรือจมูกเกินกว่า 2 วัน มีอาการเดินเซ เวียนศีรษะไม่หาย หรือมีอาการหอบเหนื่อยแต่ที่สำคัญที่สุด คือจะต้องทราบเสมอว่าตนเองทำงานกับสารเคมีอะไร และเมื่อเกิดเหตุการณ์จะต้องรีบหนีให้ทันท่วงที
แพทย์แนะวิธีเลี่ยงสารเคมีรั่วในโรงงาน ซ้อมแผนสารเคมีรั่วไหลเพื่อความปลอดภัยของพนักงาน
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (110 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (118 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (129 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (144 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (188 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (193 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (168 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (163 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google Adsense [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
