แพทย์เตือนแห่แชร์เข็มจิ้มปล่อยเลือดผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอันตรายถึงชีวิต
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แพทย์เตือนแห่แชร์เข็มจิ้มปล่อยเลือดผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอันตรายถึงชีวิต
เผยสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง อ่อนแรงแขนขาครึ่งซีก เดินเซ พูดไม่ชัด เวียนและปวดศีรษะรุนแรง แนะหากพบบุคคลใกล้ชิดมีอาการดังกล่าว ให้รีบไปโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็ว ห้ามใช้เข็มจิ้มบริเวณร่างกายผู้ป่วยเด็ดขาด เพราะอาจอันตรายถึงชีวิต
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่โลกโซเชียลได้เผยแพร่ข้อมูลการปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกเฉียบพลันด้วยวิธี ?ปล่อยเลือด? โดยใช้เข็มฉีดยาหรือเข็มเย็บผ้าแทงเข้าไปที่ปลายนิ้วมือ ทั้ง 10 ของผู้ป่วยเพื่อให้เลือดไหลออกมานั้น ขอชี้แจงว่าเป็นการช่วยเหลือที่ผิดวิธีและเป็นอันตรายแก่ผู้ป่วยเพราะสมองและระบบประสาทเป็นอวัยวะที่มีความความสำคัญ เนื่องจากสมองเป็นศูนย์รวมของระบบประสาทที่ควบคุมกลไกต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานร่วมกันควบคุมความคิด ความจำ และการเรียนรู้ ตอบสนองด้วยการสั่งงานไปยังอวัยวะต่างๆของร่างกาย ซึ่งหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับสมองหรือระบบประสาท ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างรวดเร็วจากแพทย์ เพราะถ้าหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้ ซึ่งในประเทศไทยพบสถิติของโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุของความพิการหรือเสียชีวิตเป็นลำดับต้นๆโดยโรคดังกล่าว แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ โรคหลอดเลือดสมองตีบ เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองเกิดการตีบหรืออุดตัน เป็นผลมาจากการที่ผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง บริโภคอาหารไขมันสูง สูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย ซึ่งผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงสะสมเป็นเวลานานจะทำให้ผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว เกิดการตีบหรืออุดตัน สมองขาดเลือดเป็นอัมพาต โรคหลอดเลือดสมองแตก เกิดจากหลอดเลือดมีความเปราะบางลงร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูง ทำให้บริเวณที่เปราะบางนั้นโป่งพองหรือที่เรียกว่าโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เส้นเลือดสมองแตก
นพ.ชลภิวัฒน์ ตรีพงษ์ อายุรแพทย์โรคระบบประสาทและสมอง สถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า วิธีการ ?ปล่อยเลือด? เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลันนั้นเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะการใช้เข็มจิ้มเพื่อปล่อยเลือด นอกจากความเจ็บปวดแล้ว ยังไม่ถูกสุขลักษณะอาจเพิ่มโอกาสติดเชื้อและลุกลามได้ นอกจากนี้จะทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดเป็นเหตุให้ความดันต่ำหรือช็อคจนเสียชีวิตได้ วิธีที่ถูกต้องคือเมื่อบุคคลใกล้ชิด มีอาการผิดปกติ คือ อ่อนแรงแขนขาครึ่งซีก อาการปวดหัวอย่างรุนแรงมักเกิดขึ้นแบบทันทีทันใดร่วมกับอาการ คลื่นไส้ อาเจียน พูดไม่ชัด เดินเซ สับสน หมดสติ ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่ใกล้และเร็วที่สุดเพื่อพิจารณาให้ยาฉีดละลายลิ่มเลือดได้ในเวลาไม่เกิน 4.5 ชั่วโมง ซึ่งวิธีดังกล่าวจะสามารถทำให้ผู้ป่วยหายเป็นปกติหรือใกล้เคียง
สำหรับแนวทางลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง คือ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหาร
ที่มีรสเค็มจัด ไขมันสูง กินผักและผลไม้ให้มาก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ตรวจสุขภาพประจำปี ในกรณีที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้ว ต้องรักษาและรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งปฎิบัติตัวภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำอีก
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่โลกโซเชียลได้เผยแพร่ข้อมูลการปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกเฉียบพลันด้วยวิธี ?ปล่อยเลือด? โดยใช้เข็มฉีดยาหรือเข็มเย็บผ้าแทงเข้าไปที่ปลายนิ้วมือ ทั้ง 10 ของผู้ป่วยเพื่อให้เลือดไหลออกมานั้น ขอชี้แจงว่าเป็นการช่วยเหลือที่ผิดวิธีและเป็นอันตรายแก่ผู้ป่วยเพราะสมองและระบบประสาทเป็นอวัยวะที่มีความความสำคัญ เนื่องจากสมองเป็นศูนย์รวมของระบบประสาทที่ควบคุมกลไกต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานร่วมกันควบคุมความคิด ความจำ และการเรียนรู้ ตอบสนองด้วยการสั่งงานไปยังอวัยวะต่างๆของร่างกาย ซึ่งหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับสมองหรือระบบประสาท ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างรวดเร็วจากแพทย์ เพราะถ้าหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้ ซึ่งในประเทศไทยพบสถิติของโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุของความพิการหรือเสียชีวิตเป็นลำดับต้นๆโดยโรคดังกล่าว แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ โรคหลอดเลือดสมองตีบ เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองเกิดการตีบหรืออุดตัน เป็นผลมาจากการที่ผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง บริโภคอาหารไขมันสูง สูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย ซึ่งผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงสะสมเป็นเวลานานจะทำให้ผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว เกิดการตีบหรืออุดตัน สมองขาดเลือดเป็นอัมพาต โรคหลอดเลือดสมองแตก เกิดจากหลอดเลือดมีความเปราะบางลงร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูง ทำให้บริเวณที่เปราะบางนั้นโป่งพองหรือที่เรียกว่าโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เส้นเลือดสมองแตก
นพ.ชลภิวัฒน์ ตรีพงษ์ อายุรแพทย์โรคระบบประสาทและสมอง สถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า วิธีการ ?ปล่อยเลือด? เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลันนั้นเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะการใช้เข็มจิ้มเพื่อปล่อยเลือด นอกจากความเจ็บปวดแล้ว ยังไม่ถูกสุขลักษณะอาจเพิ่มโอกาสติดเชื้อและลุกลามได้ นอกจากนี้จะทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดเป็นเหตุให้ความดันต่ำหรือช็อคจนเสียชีวิตได้ วิธีที่ถูกต้องคือเมื่อบุคคลใกล้ชิด มีอาการผิดปกติ คือ อ่อนแรงแขนขาครึ่งซีก อาการปวดหัวอย่างรุนแรงมักเกิดขึ้นแบบทันทีทันใดร่วมกับอาการ คลื่นไส้ อาเจียน พูดไม่ชัด เดินเซ สับสน หมดสติ ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่ใกล้และเร็วที่สุดเพื่อพิจารณาให้ยาฉีดละลายลิ่มเลือดได้ในเวลาไม่เกิน 4.5 ชั่วโมง ซึ่งวิธีดังกล่าวจะสามารถทำให้ผู้ป่วยหายเป็นปกติหรือใกล้เคียง
สำหรับแนวทางลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง คือ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหาร
ที่มีรสเค็มจัด ไขมันสูง กินผักและผลไม้ให้มาก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ตรวจสุขภาพประจำปี ในกรณีที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้ว ต้องรักษาและรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งปฎิบัติตัวภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำอีก
แพทย์เตือนแห่แชร์เข็มจิ้มปล่อยเลือดผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอันตรายถึงชีวิต
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โบลท์ (Bolt) เปิดตัวโครงการ "Bolt Sure" ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมสนับสนุนพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่อย่างครบวงจร (2 views)
- MEDEZE Group ผู้นำด้านการเก็บสเต็มเซลล์ มาตรฐานสากล (1 views)
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (2 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (16 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (16 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (79 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
