คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. เผย 5 ข้อสุดว้าว! เตรียมตัวเป็นเด็กวิทย์ มธ.
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. เผย 5 ข้อสุดว้าว! เตรียมตัวเป็นเด็กวิทย์ มธ.
5 ข้อสุดว้าว!! ใครอยากเป็นเด็กวิทย์ มธ. ต้องรู้
หากพูดถึงการศึกษาต่อด้าน ?วิทยาศาสตร์? ในระดับอุดมศึกษา น้องๆ หลายคนอาจจะเบือนหน้าหนี เพราะมีภาพจำว่า จะต้องนั่งผสมสารเคมีหรือเรียนแต่ในห้องแล็บ แถมช่วงซัมเมอร์ก็เลือกฝึกงานได้แค่ในประเทศ และยังนึกภาพไม่ออกว่าจะประกอบอาชีพอะไรหลังเรียนจบ แต่ในวันนี้ ?คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ.? เปิดทางให้น้องๆ ไปได้ไกลกว่านั้น กับการเน้นหนักในเรื่องการเรียนรู้แบบ Project based learning และการคิดแบบผู้ประกอบการ (SCI + BUSINESS) ที่ไม่ว่าจะเรียนจบในหลักสูตรหรือสาขาไหนก็มีงานรองรับแน่นอน กับ 5 ข้อสุดว้าว!! สำหรับคนที่อยากเป็นเด็กวิทย์ มธ. ต้องรู้1) เป็นวิทย์แบบ SCI+BUSINESS เพราะคณะฯ มีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตให้สามารถต่อยอดความรู้แบบวิทย์ๆ สู่นวัตกรรม งานวิจัยหรือสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถต่อยอดได้เชิงพาณิชย์ จึงปรับโครงสร้างในทุกหลักสูตรไทย ด้วยการสอดแทรกรายวิชาด้านบริหารธุรกิจ จำนวน 3 หน่วยกิต เป็นรายวิชาบังคับพื้นฐานในชั้นปีที่ 1 เพื่อปรับพื้นฐานความคิดด้านธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเสริมการเรียนรู้ที่สมดุลระหว่างภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยเน้นใช้ Project based learning เป็นพื้นฐาน ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้ขยายเป็นหลักสูตรอินเตอร์ อย่าง ?หลักสูตรวิทยาศาสตร์อุตสาหการและการจัดการ? (iSC) ที่สามารถเรียนวิทย์ควบคู่กับการบริหารได้แห่งแรกและแห่งเดียวในไทย นอกจากนี้ คณะฯ ยังมีหลักสูตรอินเตอร์ด้านการออกแบบเกม-แอนิเมชั่น ที่จะได้รับปริญญาบัตร 2 ใบทันทีหลังเรียนจบ ทั้งจาก มธ. และสถาบันเทคโนโลยีดิจิเพน (DigiPen) ประเทศสหรัฐอเมริกา กับหลักสูตรการออกแบบเชิงนวัตกรรมดิจิทัล (IDD) และ เทคโนโลยีดิจิทัลแนวสร้างสรรค์ (CDT)

2) มีนักวิจัยรับรางวัลระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละปี ทั่วโลกจะมีการจัดงานประกวดสิ่งประดิษฐ์และงานวิจัย เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและความก้าวหน้าวิทยาศาสตร์ ที่พร้อมตอบโจทย์สังคมในแง่มุมต่างๆ และทุกครั้งของการจัดประกวด นักวิจัยคณะฯ ก็สามารถกวาดรางวัลงานวิจัยบนเวทีนานาชาติได้อย่างต่อเนื่องและมากที่สุดถึง 3 ปีซ้อน ทั้งเวทีวิจัย IWIS ณ กรุงวอร์ซอ สาธารณรัฐโปแลนด์ เวทีการประกวดนวัตกรรมนานาชาติ ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส และล่าสุด ที่งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์นานาชาติกรุงโซล (SIIF 2017) ประเทศเกาหลีใต้ ก็สามารถคว้ารางวัลสูงสุดได้ถึง 2 รางวัล กับผลงานชีวภัณฑ์อารักขาพืชสูตรละลายช้า และแผ่นปิดเมือกเห็ดป้องกันแผลกดทับ ที่เป็นความร่วมมือระหว่างความรู้ด้านเกษตรและพยาบาลเข้าด้วยกัน
3) มีโอกาสฝึกงานต่างประเทศ ในแต่ละปี คณะฯ จะมีการลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขา อย่าง Tokyo University of Agriculture (NODAI) ประเทศญี่ปุ่น ผู้นำด้านเทคโนโลยีเกษตร และ School of Media Science, Tokyo University of Technology ประเทศญี่ปุ่น เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลคอนเทนต์ ฯลฯ นั่นเพราะคณะฯ มีความตั้งใจให้นักศึกษาทุกคน ได้มีโอกาสสัมผัสความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในต่างแดน ตลอดจนนำมาประยุกต์และต่อยอดกับเทคโนโลยีบ้านเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนกับพี่ๆ ในสาขาเทคโนโลยีการเกษตร และสาขาการออกแบบเชิงนวัตกรรมดิจิทัล (IDD) เป็นต้น
4) นักศึกษาทุกคนจบไป จะมีโอกาสมีนวัตกรรมเป็นของตัวเอง เพราะการเรียนการสอนที่คณะฯ จะเป็นรูปแบบ Project based learning ที่เน้นการใช้โครงงานเป็นพื้นฐาน นับตั้งแต่ชั้นปีการศึกษาที่ 2 - 4 เพื่อให้นักศึกษาได้ทดลองพัฒนาโปรเจค ผ่านการถอดองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ บูรณาการร่วมกับศาสตร์อื่น เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ของสังคม อีกทั้งยังสามารถนำมาต่อยอดหรือสร้างมูลค่าเพิ่มได้ในอนาคต โดยมีคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา ตลอดการทำโปรเจค เช่น ?Smart Local Guide? แอปฯ สนับสนุนการท่องเที่ยว และโปรโมทสินค้าชุมชน ?Kidney Pro-Tech? แอปฯ ผู้ช่วยหมอตามติดพฤติกรรมเสี่ยงผู้ป่วยโรคไต และ ?Breathing Training? เกมฝึกบริหารลมหายใจผู้เล่นให้สมดุล เป็นต้น

5) มีบริษัทจองตัวทำงาน เพราะการเรียนรู้แบบ Project based learning ประกอบกับการมีใบสั่งจากอาจารย์ให้ต้องรวมกลุ่มกันคิดทำโปรเจคกันอยู่เนืองๆ ทำให้นักศึกษาในหลากหลายสาขา โดยเฉพาะสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีบริษัทเอกชนเข้ามารุมจีบจำนวนมาก ยิ่งในช่วงก่อนจบการศึกษาที่จะต้องนำเสนอผลงาน Senior Project ให้กับกรรมการจากหน่วยงานภายนอก รวมถึงบริษัทเอกชนที่สนใจมาดูงาน เรียกได้ว่าถ้าพรีเซ็นต์ถูกใจ คุยกันถูกคอ ก็อาจจะถูกจองตัวไปร่วมงานตั้งแต่ตอนนั้นเลยก็เป็นได้ ซึ่งวงในแอบบอกมาว่า สถิตินักศึกษาวิทยาการคอมพิวเตอร์กว่า 90% ต่อรุ่น มีงานรองรับทันทีหลังจบการศึกษา
สำหรับผู้สนใจสามารถตรวจสอบคุณสมบัติและสมัครออนไลน์ได้ที่ www.reg.tu.ac.th ในรอบรับตรงร่วมกัน ระหว่างวันที่ 9-13 พฤษภาคม 2560 และรอบแอดมิชชั่นกลาง ระหว่างวันที่ 6 - 10 มิถุนายน 2560 สอบถามเพิ่มเติม ฝ่ายรับเข้าศึกษา 02-564-4441-79 ต่อ 1634-1638 เว็บไซต์ www.tuadmissions.in.th
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. เผย 5 ข้อสุดว้าว! เตรียมตัวเป็นเด็กวิทย์ มธ.
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โบลท์ (Bolt) เปิดตัวโครงการ "Bolt Sure" ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมสนับสนุนพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่อย่างครบวงจร (0 views)
- MEDEZE Group ผู้นำด้านการเก็บสเต็มเซลล์ มาตรฐานสากล (1 views)
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (1 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (15 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (15 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (79 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
