กรมวิทย์ - มหาวิทยาลัยโตเกียว วิจัยพบว่าความแตกต่างของสายพันธุ์เชื้อวัณโรคในไทย
- Press ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 17 เม.ย. 2012 4:56 pm
กรมวิทย์ - มหาวิทยาลัยโตเกียว วิจัยพบว่าความแตกต่างของสายพันธุ์เชื้อวัณโรคในไทย
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยโตเกียว วิจัยพบว่าความแตกต่างของสายพันธุ์เชื้อวัณโรคในไทยส่งผลต่อการควบคุม

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยโตเกียว ศึกษาวิจัยพบว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยจากเชื้อวัณโรคหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละสายมีปฏิสัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกันของคนไม่เหมือนกัน อาจควบคุมวัณโรคได้ยากกว่าประเทศอื่น ที่มักพบผู้ป่วยวัณโรคจากเชื้อเพียงสายพันธุ์เดียว
นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า เว็บไซต์ www.genomeweb.com ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่นำเสนอผลงานวิจัยและวิชาการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้เผยแพร่ผลงานการศึกษาวิจัยด้านวัณโรค ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างนักวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยระบุว่าในประเทศไทยมีเชื้อวัณโรคที่พบบ่อยสองสายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ปักกิ่งและสายพันธุ์แอฟริกาตะวันออกและอินเดีย ซึ่งสายพันธุ์ปักกิ่งมักพบได้ในผู้ป่วยวัยทำงาน ส่วนสายพันธุ์แอฟริกาตะวันออกและอินเดีย มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ การศึกษาทางระบาดวิทยาพันธุศาสตร์ ทำให้ทราบว่าผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อวัณโรคคนละสายพันธุ์มีความเสี่ยงไม่เหมือนกัน กล่าวคือ ผู้ป่วยจากเชื้อวัณโรคสายพันธุ์ปักกิ่ง มักมียีน HLA-DRB1*09:01 ซึ่งเป็นยีนที่พบได้บ่อยในคนเอเชียและทำหน้าที่ในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อแบคทีเรีย ในขณะที่ผู้ที่ป่วยจากเชื้อวัณโรคสายพันธุ์แอฟริกาตะวันออกและอินเดีย มักจะพบยีน CD53 ทำงานไม่เหมือนกับคนปกติ ซึ่งแสดงว่าเชื้อวัณโรคทั้งสองสายพันธุ์มีกลไกในการก่อโรคที่แตกต่างกัน ทำให้คนที่ป่วยเป็นวัณโรคจากเชื้อสายพันธุ์หนึ่งและรักษาจนหายแล้วยังมีโอกาสป่วยเป็นวัณโรคซ้ำจากเชื้อสายพันธุ์อื่นได้อีก สำหรับประเทศไทยและประเทศแถบอาเซียน พบผู้ป่วยจากเชื้อวัณโรคหลากหลาย สายพันธุ์ ทำให้ควบคุมโรคได้ยากกว่าประเทศอื่นที่มักพบผู้ป่วยวัณโรคจากเชื้อเพียงสายพันธุ์เดียว
ความหลากหลายทางสายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคที่ระบาดในประเทศไทย ทำให้การควบคุมวัณโรคยากลำบากกว่าประเทศอื่น โดยการยุติวัณโรคในประเทศที่มีเชื้อวัณโรคหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา จำเป็นต้องใช้มาตรการเชิงรุก ได้แก่ การค้นหาผู้ป่วยวัณโรคตั้งแต่ยังไม่มีอาการ การคัดกรองผู้สัมผัสโรคอย่างเป็นระบบและรักษาวัณโรคแฝงในเด็ก ซึ่งเป็นมาตรการคัดกรองโรคที่มีประสิทธิภาพและเป็นตัวชี้วัดสำคัญ สำหรับกลยุทธ์ยุติวัณโรคขององค์การอนามัยโลก ซึ่งประเทศไทยจะต้องรายงานตัวชี้วัดนี้ทุกปี ดังนั้นการค้นหาและตรวจพบผู้ป่วยที่แพร่เชื้อได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการจะช่วยลดการแพร่เชื้อวัณโรคได้ทุกสายพันธุ์และลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
?ที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโตเกียวในการวิจัยด้านวัณโรคและได้รับการสนับสนุนการวิจัยจาก Japan International Cooperation Agency (JICA) ประเทศไทย และ Japan Agency for Medical Research and Development (AMED) จนได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ที่สามารถนำมาใช้ประกอบการวินิจฉัยและรักษาวัณโรค ประกอบไปด้วย การตรวจเลือดเพื่อประเมินการแสดงออกของยีนที่ช่วยในการวินิจฉัยการติดเชื้อวัณโรค การถอดรหัสพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคเพื่อการประเมินภาวะดื้อต่อยาต้านวัณโรค วิธีตรวจระดับยาต้านวัณโรคเพื่อประเมินขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสม และการตรวจพันธุกรรม เพื่อปรับขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสมกับลักษณะพันธุกรรมทำให้การวินิจฉัยโรคได้รวดเร็วขึ้น สามารถเลือกใช้ยาและปรับขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสม ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้นและลดการเกิดผลข้างเคียงจากยาต้านวัณโรค? นายแพทย์สุขุม กล่าว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยโตเกียว ศึกษาวิจัยพบว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยจากเชื้อวัณโรคหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละสายมีปฏิสัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกันของคนไม่เหมือนกัน อาจควบคุมวัณโรคได้ยากกว่าประเทศอื่น ที่มักพบผู้ป่วยวัณโรคจากเชื้อเพียงสายพันธุ์เดียว
นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า เว็บไซต์ www.genomeweb.com ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่นำเสนอผลงานวิจัยและวิชาการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้เผยแพร่ผลงานการศึกษาวิจัยด้านวัณโรค ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างนักวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยระบุว่าในประเทศไทยมีเชื้อวัณโรคที่พบบ่อยสองสายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ปักกิ่งและสายพันธุ์แอฟริกาตะวันออกและอินเดีย ซึ่งสายพันธุ์ปักกิ่งมักพบได้ในผู้ป่วยวัยทำงาน ส่วนสายพันธุ์แอฟริกาตะวันออกและอินเดีย มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ การศึกษาทางระบาดวิทยาพันธุศาสตร์ ทำให้ทราบว่าผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อวัณโรคคนละสายพันธุ์มีความเสี่ยงไม่เหมือนกัน กล่าวคือ ผู้ป่วยจากเชื้อวัณโรคสายพันธุ์ปักกิ่ง มักมียีน HLA-DRB1*09:01 ซึ่งเป็นยีนที่พบได้บ่อยในคนเอเชียและทำหน้าที่ในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อแบคทีเรีย ในขณะที่ผู้ที่ป่วยจากเชื้อวัณโรคสายพันธุ์แอฟริกาตะวันออกและอินเดีย มักจะพบยีน CD53 ทำงานไม่เหมือนกับคนปกติ ซึ่งแสดงว่าเชื้อวัณโรคทั้งสองสายพันธุ์มีกลไกในการก่อโรคที่แตกต่างกัน ทำให้คนที่ป่วยเป็นวัณโรคจากเชื้อสายพันธุ์หนึ่งและรักษาจนหายแล้วยังมีโอกาสป่วยเป็นวัณโรคซ้ำจากเชื้อสายพันธุ์อื่นได้อีก สำหรับประเทศไทยและประเทศแถบอาเซียน พบผู้ป่วยจากเชื้อวัณโรคหลากหลาย สายพันธุ์ ทำให้ควบคุมโรคได้ยากกว่าประเทศอื่นที่มักพบผู้ป่วยวัณโรคจากเชื้อเพียงสายพันธุ์เดียว
ความหลากหลายทางสายพันธุ์ของเชื้อวัณโรคที่ระบาดในประเทศไทย ทำให้การควบคุมวัณโรคยากลำบากกว่าประเทศอื่น โดยการยุติวัณโรคในประเทศที่มีเชื้อวัณโรคหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา จำเป็นต้องใช้มาตรการเชิงรุก ได้แก่ การค้นหาผู้ป่วยวัณโรคตั้งแต่ยังไม่มีอาการ การคัดกรองผู้สัมผัสโรคอย่างเป็นระบบและรักษาวัณโรคแฝงในเด็ก ซึ่งเป็นมาตรการคัดกรองโรคที่มีประสิทธิภาพและเป็นตัวชี้วัดสำคัญ สำหรับกลยุทธ์ยุติวัณโรคขององค์การอนามัยโลก ซึ่งประเทศไทยจะต้องรายงานตัวชี้วัดนี้ทุกปี ดังนั้นการค้นหาและตรวจพบผู้ป่วยที่แพร่เชื้อได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการจะช่วยลดการแพร่เชื้อวัณโรคได้ทุกสายพันธุ์และลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
?ที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโตเกียวในการวิจัยด้านวัณโรคและได้รับการสนับสนุนการวิจัยจาก Japan International Cooperation Agency (JICA) ประเทศไทย และ Japan Agency for Medical Research and Development (AMED) จนได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ที่สามารถนำมาใช้ประกอบการวินิจฉัยและรักษาวัณโรค ประกอบไปด้วย การตรวจเลือดเพื่อประเมินการแสดงออกของยีนที่ช่วยในการวินิจฉัยการติดเชื้อวัณโรค การถอดรหัสพันธุกรรมของเชื้อวัณโรคเพื่อการประเมินภาวะดื้อต่อยาต้านวัณโรค วิธีตรวจระดับยาต้านวัณโรคเพื่อประเมินขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสม และการตรวจพันธุกรรม เพื่อปรับขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสมกับลักษณะพันธุกรรมทำให้การวินิจฉัยโรคได้รวดเร็วขึ้น สามารถเลือกใช้ยาและปรับขนาดยาต้านวัณโรคให้เหมาะสม ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้นและลดการเกิดผลข้างเคียงจากยาต้านวัณโรค? นายแพทย์สุขุม กล่าว
กรมวิทย์ - มหาวิทยาลัยโตเกียว วิจัยพบว่าความแตกต่างของสายพันธุ์เชื้อวัณโรคในไทย
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (14 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (79 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
