Skip ไปที่เนื้อหา

สบส.ให้ อสม. เฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้าทุกหมู่บ้าน ย้ำฤดูสุนัขติดสัด เชื้อมีโอกาสแพร่ง่าย!


  • News ออฟไลน์
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm

สบส.ให้ อสม. เฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้าทุกหมู่บ้าน ย้ำฤดูสุนัขติดสัด เชื้อมีโอกาสแพร่ง่าย!

 โพสต์ News    364

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านทั่วประเทศ เฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้า ทุกหมู่บ้าน ให้ความรู้ คำแนะนำประชาชนทุกหลังคาเรือนฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้สุนัข แมวเลี้ยง ชี้ช่วงฤดูสุนัขติดสัดเชื้อมีโอกาสแพร่ง่าย และหากถูกสุนัขทุกวัย กัด เลีย หรือข่วน ให้รีบล้างน้ำฟอกสบู่ เพื่อขจัดเชื้อออกจากแผลให้มากที่สุด และพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน เผยปี 2559นี้ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ถึงร้อยละ 60

นายแพทย์วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในปี 2559 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ? 6 พฤศจิกายน 2559 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ 8 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ถึงร้อยละ 60 ที่มี 5 ราย ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงที่สุนัขติดสัด จึงมีโอกาสเสี่ยงเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าแพร่ระบาดในกลุ่มของสุนัขง่ายขึ้น และคนมีโอกาสติดเชื้อหากถูกสุนัขที่มีเชื้อกัด กรมสบส.ได้ประสานประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในระดับประเทศ ภาค เขต จังหวัด และอำเภอ ขอให้เครือข่ายอสม.ทั่วประเทศซึ่งมี 1 ล้าน 4 หมื่นกว่าคน เฝ้าระวังสุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆในชุมชนที่เสี่ยงเป็นโรคพิษสุนัขบ้า พร้อมทั้งให้ความรู้ประชาชนให้นำสัตว์เลี้ยงในบ้านได้แก่ สุนัข แมว ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยสามารถฉีดในลูกสุนัขอายุตั้งแต่ 2-3 เดือนขึ้นไป และต้องฉีดทุกปี ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันโรคนี้ดีที่สุด เชื้อพิษสุนัขบ้านี้หากติดคนและมีอาการป่วย จะเสียชีวิตทุกราย

ด้านนายแพทย์ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า สังคมไทยขณะนี้ มีคนโสด และมีผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียวมากขึ้น จึงนิยมเลี้ยงสุนัขหรือแมวเป็นเพื่อน เป็นลูกแทน ซึ่งเป็นความใกล้ชิดผูกพัน ช่วยคลายความเหงา ต้องนำสัตว์ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคทุกปี แม้ว่าจะไม่ได้ปล่อยไปไหนก็ตาม เพราะมีโอกาสติดเชื้อโรคได้จากการยื่นปากไปกัดกับสัตว์อื่นนอกบ้าน และส่วนใหญ่บุคคลที่รักสัตว์มักจะขาดความระมัดระวัง เมื่อถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลีย คิดว่าไม่เป็นอะไร โดยเฉพาะกับลูกสุนัขเพราะคิดว่ายังเด็กไม่มีเชื้อโรค จึงทำให้ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าจนป่วยและเสียชีวิต ขอเรียนว่าเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าที่อยู่ในน้ำลายของสัตว์สามารถเข้าสู่ร่างกายคนทางบาดแผล รอยถลอก รอยขีดข่วน ริมฝีปาก หรือนัยน์ตาได้ ดังนั้นจึงขอให้ทุกคนยึดความปลอดภัยไว้ก่อน หากถูกสัตว์กัดหรือเลียให้รีบล้างด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่ที่แผลเพื่อขจัดเชื้อออกจากแผลให้ได้มากที่สุด จากนั้นให้ทายาฆ่าเชื้อและพบแพทย์เพื่อปรึกษาเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และห้ามรักษาแผลที่ถูกกัดหรือข่วนด้วยสมุนไพรหรือแพทย์แผนโบราณเด็ดขาด เนื่องจากไม่สามารถรักษาอาการโรคได้

ทางด้านสัตวแพทย์หญิงเสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย นายสัตวแพทย์เชี่ยวชาญ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า โดยทั่วไปสัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าจะมีลักษณะเด่นที่สังเกตได้ง่าย ดังนี้ ลิ้นห้อย น้ำลายไหล หางตก แววตาน่ากลัว เดินโซเซ ทรงตัวไม่ได้ โดยมีอาการแสดงให้เห็น 2 แบบ คือ แบบดุร้าย สัตว์จะหงุดหงิด ไล่กัดคนและสัตว์อื่น หรือกัดโซ่-กรงหากกักขัง และแบบเซื่องซึม จะมีอาการป่วยเหมือนสัตว์สัตว์เป็นโรคอื่น ทำให้สังเกตได้ยาก มักหลบไปนอนในที่เงียบๆ ไม่แสดงอาการดุร้าย จะกัดคนหรือสัตว์เมื่อถูกรบกวน เช่น เมื่อเอาน้ำ เอายาหรืออาหารไปให้ หากประชาชนพบเห็นสัตว์ที่มีอาการตามที่กล่าวมา ขอให้แจ้งสำนักงานปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรืออสม. ในพื้นที่ เพื่อดำเนินการป้องกันควบคุมโรคโดยทันที

 สบส.ให้ อสม. เฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้าทุกหมู่บ้าน ย้ำฤดูสุนัขติดสัด เชื้อมีโอกาสแพร่ง่าย!
 Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม

เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน