สธ.เร่งขจัดตาต้อกระจกผู้สูงอายุ เข้าถึงบริการ ลดการตาบอด มองไม่เห็น ด้วย 7 มาตรการ
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
สธ.เร่งขจัดตาต้อกระจกผู้สูงอายุ เข้าถึงบริการ ลดการตาบอด มองไม่เห็น ด้วย 7 มาตรการ
กระทรวงสาธารณสุข เผยผู้สูงอายุมีโอกาสป่วยด้วยโรคต้อกระจกปีละ 65,000 คน เร่งขจัดตาต้อกระจก เปลี่ยนกระจกตา และคัดกรองสายตาเด็ก ด้วย 7 มาตรการ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพตาดี ในปี 2560
6 มิ.ย. 59 ที่ โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาตา ปี 2559-2565 เพื่อพัฒนาบุคลากรในการดูแลผู้ป่วยต้อกระจก ผู้ป่วยเปลี่ยนกระจกตา การคัดกรองและแก้ปัญหาสายตาเด็ก โดยมีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป จักษุแพทย์ พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพทางตากว่า 300 คน เข้าร่วมการประชุม
กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ใน 13 สาขา ภายใต้หลักการ ?เครือข่ายบริการที่ไร้รอยต่อ? เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ จนถึงศูนย์เชี่ยวชาญระดับสูง มีระบบส่งต่อภายในเครือข่าย เกิดการดูแลแบบเบ็ดเสร็จ เพิ่มการเข้าถึงบริการอย่างมีคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งสาขาตาเป็น 1 ในทั้งหมดที่มีความสำคัญมาก โดยประชากรไทยมีความชุกตาบอดร้อยละ 0.59 สาเหตุสำคัญของภาวะตาบอดเกิดจากโรคต้อกระจก พบมากในผู้สูงอายุร้อยละ 51และคาดการจำนวนคนที่ตาบอดจากต้อกระจกตกค้างอยู่ประมาณ 98,000 คนโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ และผลสำรวจของรพ.เมตตาประชารักษ์ ปีพ.ศ.2556 พบว่า ผู้สูงอายุที่ตาบอดจากต้อกระจกยังคงตกค้างอีกประมาณ 65,000 คน และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปีหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้ตาบอดถาวรได้ กระทรวงสาธารณสุขจึงจัดทำโครงการ ?ขจัดตาบอดและสายตาเลือนรางจากต้อกระจกปี 2560 เพื่อให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงบริการที่มีมาตรฐานได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม นำสู่การมีสุขภาพตาดี (VISION2020thailand)?ตามเป้าหมายองค์การอนามัยโลกคือลดความชุกภาวะตาบอดให้เหลือร้อยละ 0.3 ผู้ป่วยเข้าถึงบริการรวดเร็ว มีมาตรฐาน คุณภาพชีวิตดีขึ้น
สำหรับ 7 มาตรการ จัดการโรคต้อกระจก คือ 1.สร้างความตระหนักแก่ผู้สูงอายุในการดูแลสุขภาพตา 2.พัฒนาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกระดับให้สามารถคัดกรองสายตาผู้สูงอายุได้ 3.ค้นหาและคัดกรองผู้ป่วยต้อกระจกระยะบอดเชิงรุก 4.พัฒนาระบบส่งต่อให้ผู้ป่วยต้อกระจกเข้ารับการตรวจที่รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไปในเขตสุขภาพ โดยใช้ระบบวีซ่าเพื่อระบุผู้ที่จำเป็นต้องรับการผ่าตัดต้อกระจก 5.เร่งรัดการผ่าตัดต้อกระจกให้ได้ตามเป้า พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์และบุคลากรให้เพียงพอ 6.บูรณาการทำงานร่วมมือทั้งในกระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายต่างๆ และ7.กำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโดยใช้ฐานข้อมูลจากโปรแกรม VISION2020thailand คาดว่าแนวทางนี้จะช่วยขจัดปัญหาตาบอดและสายตาเลือนลางจากต้อกระจก และลดระยะเวลารอคอยการผ่าตัดตาต้อกระจกได้ ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และได้รับการคัดกรองสายตามากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการที่ดี มีประสิทธิภาพ เป็นบริการที่ไร้รอยต่อและใช้ทรัพยากรร่วมกันสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข และร่วมกับ 4 หน่วยงานหลัก คือ สภากาชาด กรมบัญชีกลาง สำนักงานประกันสังคม และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระดมความช่วยเหลือผู้ป่วยกระจกตาพิการ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญ พระชนมพรรษา 84 พรรษา และทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย 60 ปี และจัดโครงการ ?เด็กไทยสายตาดีเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้? และขยายผลในนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ในปีการศึกษา 2560 ต่อไป
6 มิ.ย. 59 ที่ โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาตา ปี 2559-2565 เพื่อพัฒนาบุคลากรในการดูแลผู้ป่วยต้อกระจก ผู้ป่วยเปลี่ยนกระจกตา การคัดกรองและแก้ปัญหาสายตาเด็ก โดยมีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป จักษุแพทย์ พยาบาลเวชปฏิบัติทางตา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพทางตากว่า 300 คน เข้าร่วมการประชุม
กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ใน 13 สาขา ภายใต้หลักการ ?เครือข่ายบริการที่ไร้รอยต่อ? เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ จนถึงศูนย์เชี่ยวชาญระดับสูง มีระบบส่งต่อภายในเครือข่าย เกิดการดูแลแบบเบ็ดเสร็จ เพิ่มการเข้าถึงบริการอย่างมีคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งสาขาตาเป็น 1 ในทั้งหมดที่มีความสำคัญมาก โดยประชากรไทยมีความชุกตาบอดร้อยละ 0.59 สาเหตุสำคัญของภาวะตาบอดเกิดจากโรคต้อกระจก พบมากในผู้สูงอายุร้อยละ 51และคาดการจำนวนคนที่ตาบอดจากต้อกระจกตกค้างอยู่ประมาณ 98,000 คนโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ และผลสำรวจของรพ.เมตตาประชารักษ์ ปีพ.ศ.2556 พบว่า ผู้สูงอายุที่ตาบอดจากต้อกระจกยังคงตกค้างอีกประมาณ 65,000 คน และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปีหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้ตาบอดถาวรได้ กระทรวงสาธารณสุขจึงจัดทำโครงการ ?ขจัดตาบอดและสายตาเลือนรางจากต้อกระจกปี 2560 เพื่อให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงบริการที่มีมาตรฐานได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม นำสู่การมีสุขภาพตาดี (VISION2020thailand)?ตามเป้าหมายองค์การอนามัยโลกคือลดความชุกภาวะตาบอดให้เหลือร้อยละ 0.3 ผู้ป่วยเข้าถึงบริการรวดเร็ว มีมาตรฐาน คุณภาพชีวิตดีขึ้น
สำหรับ 7 มาตรการ จัดการโรคต้อกระจก คือ 1.สร้างความตระหนักแก่ผู้สูงอายุในการดูแลสุขภาพตา 2.พัฒนาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกระดับให้สามารถคัดกรองสายตาผู้สูงอายุได้ 3.ค้นหาและคัดกรองผู้ป่วยต้อกระจกระยะบอดเชิงรุก 4.พัฒนาระบบส่งต่อให้ผู้ป่วยต้อกระจกเข้ารับการตรวจที่รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไปในเขตสุขภาพ โดยใช้ระบบวีซ่าเพื่อระบุผู้ที่จำเป็นต้องรับการผ่าตัดต้อกระจก 5.เร่งรัดการผ่าตัดต้อกระจกให้ได้ตามเป้า พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์และบุคลากรให้เพียงพอ 6.บูรณาการทำงานร่วมมือทั้งในกระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายต่างๆ และ7.กำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโดยใช้ฐานข้อมูลจากโปรแกรม VISION2020thailand คาดว่าแนวทางนี้จะช่วยขจัดปัญหาตาบอดและสายตาเลือนลางจากต้อกระจก และลดระยะเวลารอคอยการผ่าตัดตาต้อกระจกได้ ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และได้รับการคัดกรองสายตามากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการที่ดี มีประสิทธิภาพ เป็นบริการที่ไร้รอยต่อและใช้ทรัพยากรร่วมกันสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข และร่วมกับ 4 หน่วยงานหลัก คือ สภากาชาด กรมบัญชีกลาง สำนักงานประกันสังคม และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระดมความช่วยเหลือผู้ป่วยกระจกตาพิการ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญ พระชนมพรรษา 84 พรรษา และทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย 60 ปี และจัดโครงการ ?เด็กไทยสายตาดีเพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้? และขยายผลในนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ในปีการศึกษา 2560 ต่อไป
สธ.เร่งขจัดตาต้อกระจกผู้สูงอายุ เข้าถึงบริการ ลดการตาบอด มองไม่เห็น ด้วย 7 มาตรการ
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (225 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (222 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (228 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (247 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (283 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (280 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (251 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (247 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, GoogleBot 66.249. และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
