ปลัด สธ.สั่งฝ่ายกฎหมาย ถอนระเบียบ กรณีทุจริต ละเมิดของเจ้าหน้าที่
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
ปลัด สธ.สั่งฝ่ายกฎหมาย ถอนระเบียบ กรณีทุจริต ละเมิดของเจ้าหน้าที่
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สั่งฝ่ายกฎหมาย ถอนระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ตั้งคณะกรรมการทบทวน เพื่อให้ตรงเจตนารมณ์ที่ต้องการบังคับใช้ในกรณีทุจริต
18 ธ.ค.58 นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับฝ่ายกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ว่า ขณะนี้มีกระแสความวิตกกังวลถึงการบังคับใช้ระเบียบฉบับนี้ในเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อป้องกันการเข้าใจคลาดเคลื่อน ได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายถอนระเบียบออกมาก่อนเพื่อปรับปรุง โดยตั้งคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาทบทวน เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปตามเจตนารมณ์
สำหรับเจตนารมณ์ของระเบียบฉบับนี้ ต้องการให้มีผลบังคับใช้กับผู้ที่ทำการทุจริต ยักยอกทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อนำทรัพย์สินของทางราชการกลับมา โดยมีคดีที่ค้างอยู่ประมาณ 21 คดีตั้งแต่ปี 2540 เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์เป็นกรณียักยอกทรัพย์
ทั้งนี้ ในส่วนคดีที่ยังค้างอยู่ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานต่อไปได้สะดวก จะตั้งคณะกรรมการพิจารณาเป็นรายกรณีไป คล้ายๆ กับการสอบวินัยร้ายแรง โดยอิงจากกฎหมายที่มีอยู่คือ มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และมาตรา 57 ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ.2539
ด้านนายแพทย์วิศิษฎ์ ตั้งนภากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในกรณีคดีจากบริการทางการแพทย์ หากศาลพิพากษาแล้วว่าฝ่ายผู้ให้บริการทำผิด แต่ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยราชการ รัฐต้องรับผิดชอบชดเชยให้แก่ผู้เสียหาย และต้องพิสูจน์ว่ามีเจตนาทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่ ที่ผ่านมาคดีที่กระทรวงสาธารณสุขชดใช้ ไม่ปรากฏว่าผู้ให้บริการจงใจทำผิดหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จนต้องไล่เบี้ยเอากับเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ
สำหรับกรณีที่รัฐเสียหายจากการที่เจ้าหน้าที่กระทำทุจริตยักยอกทรัพย์ เป็นประเด็นที่ทำให้ต้องออกระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ในครั้งนี้ เป็นการออกวิธีการปฏิบัติ แต่ระเบียบดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด จึงอาจถอนระเบียบออกมาเพื่อทบทวนและทำให้ชัดเจน ระหว่างนั้นก็ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายใช้กฎหมายที่มีอยู่คือมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และมาตรา 57 ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ.2539 ดำเนินการในกรณีที่ต้องบังคับคดี
18 ธ.ค.58 นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับฝ่ายกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ว่า ขณะนี้มีกระแสความวิตกกังวลถึงการบังคับใช้ระเบียบฉบับนี้ในเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อป้องกันการเข้าใจคลาดเคลื่อน ได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายถอนระเบียบออกมาก่อนเพื่อปรับปรุง โดยตั้งคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาทบทวน เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปตามเจตนารมณ์
สำหรับเจตนารมณ์ของระเบียบฉบับนี้ ต้องการให้มีผลบังคับใช้กับผู้ที่ทำการทุจริต ยักยอกทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อนำทรัพย์สินของทางราชการกลับมา โดยมีคดีที่ค้างอยู่ประมาณ 21 คดีตั้งแต่ปี 2540 เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์เป็นกรณียักยอกทรัพย์
ทั้งนี้ ในส่วนคดีที่ยังค้างอยู่ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานต่อไปได้สะดวก จะตั้งคณะกรรมการพิจารณาเป็นรายกรณีไป คล้ายๆ กับการสอบวินัยร้ายแรง โดยอิงจากกฎหมายที่มีอยู่คือ มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และมาตรา 57 ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ.2539
ด้านนายแพทย์วิศิษฎ์ ตั้งนภากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในกรณีคดีจากบริการทางการแพทย์ หากศาลพิพากษาแล้วว่าฝ่ายผู้ให้บริการทำผิด แต่ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยราชการ รัฐต้องรับผิดชอบชดเชยให้แก่ผู้เสียหาย และต้องพิสูจน์ว่ามีเจตนาทำให้เกิดความเสียหายหรือไม่ ที่ผ่านมาคดีที่กระทรวงสาธารณสุขชดใช้ ไม่ปรากฏว่าผู้ให้บริการจงใจทำผิดหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จนต้องไล่เบี้ยเอากับเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ
สำหรับกรณีที่รัฐเสียหายจากการที่เจ้าหน้าที่กระทำทุจริตยักยอกทรัพย์ เป็นประเด็นที่ทำให้ต้องออกระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ในครั้งนี้ เป็นการออกวิธีการปฏิบัติ แต่ระเบียบดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด จึงอาจถอนระเบียบออกมาเพื่อทบทวนและทำให้ชัดเจน ระหว่างนั้นก็ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายใช้กฎหมายที่มีอยู่คือมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และมาตรา 57 ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง พ.ศ.2539 ดำเนินการในกรณีที่ต้องบังคับคดี
ปลัด สธ.สั่งฝ่ายกฎหมาย ถอนระเบียบ กรณีทุจริต ละเมิดของเจ้าหน้าที่
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (14 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
