นักวิจัยบุกเบิกแนวทางใหม่ในการรักษาโรคมะเร็งระยะลุกลาม
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
นักวิจัยบุกเบิกแนวทางใหม่ในการรักษาโรคมะเร็งระยะลุกลาม
อูเทรคท์, เนเธอร์แลนด์--27 พ.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
แนวทางใหม่ได้ผนวกรวมการรักษาแบบ immunotherapy เข้ากับการรักษาแบบ photodynamic therapy เพื่อรักษาโรคมะเร็งระยะลุกลาม
ผลการวิจัยในห้องปฏิบัติการที่ Leiden University Medical Center (LUMC) ประเทศเนเธอร์แลนด์ เผยให้เห็นว่า การรักษาแบบ immunotherapy สามารถใช้ร่วมกับการรักษาแบบ photodynamic therapy (PDT) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถกำจัดเนื้องอกเฉพาะจุดได้ ทั้งยังกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโรคได้เป็นอย่างดี โดยผลการค้นพบดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออนไลน์ก่อนตีพิมพ์ทางวารสาร Clinical Cancer Research ฉบับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2558
(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20151126/291254-INFO )
"การวิจัยครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรก" ศาสตราจารย์เฟอร์รี ออสเซนดอร์ป หัวหน้าคณะวิจัย กล่าว "ขณะนี้เรากำลังเตรียมทำการวิจัยพรีคลินิกเพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้รับการยอมรับทางคลินิกในยุโรปตะวันตก" ทั้งนี้ ดร.ออสเซนดอร์ปเป็นผู้นำการวิจัยดังกล่าวร่วมกับแจน วิลเลม ไคลโนวิงค์ ว่าที่ดอกเตอร์จากแผนกภูมิคุ้มกันโลหิตวิทยาและการถ่ายเลือดประจำศูนย์ LUMC และยังได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับดร.คลีเมนส์ โลวิค ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ที่ Erasmus University Medical Center ในเมืองรอตเทอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์
ทางคณะนักวิจัยได้มุ่งเน้นไปที่การผสมผสานการรักษาอันเป็นที่ยอมรับ 2 วิธี นั่นคือ PDT และ immunotherapy เพื่อใช้ในการกำจัดเนื้องอกที่ลุกลามให้หมดไป โดย PDT เป็นการใช้สารพิเศษหรือสารก่อภาวะไวแสง (photosensitizer) ควบคู่กับออกซิเจนและแสง เพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาที่จะทำลายเนื้องอกเฉพาะจุด และทำให้เนื้องอกอ่อนแอต่อระบบภูมิคุ้มกัน ส่วน immunotherapy จริงๆแล้วเป็นการรักษาหลายแบบที่มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นกลไกและส่วนต่างๆของระบบภูมิคุ้มกัน
"การใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันได้ก่อให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพในการจัดการกับเนื้องอกที่ลุกลาม" ดร.ออสเซนดอร์ปกล่าว "ยิ่งไปกว่านั้น เรายังสังเกตเห็นว่าเนื้องอกที่อยู่ไกลออกไปก็หายไปด้วยในสัตว์ทดลองบางส่วน"
สำหรับสารก่อภาวะไวแสงที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ Bremachlorin สารปลอดพิษที่มาจากคลอโรฟิลล์ ซึ่งทำหน้าที่จับและส่งพลังงานแสงสำหรับการรักษาโรค ส่วนการรักษาแบบ immunotherapy ในการวิจัยครั้งนี้ ได้ใช้วัคซีนเปปไทด์ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นระบบทีเซลล์เพื่อจัดการกับมะเร็ง
การวิจัยครั้งนี้ทดลองในมะเร็ง 2 ประเภท ได้แก่ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะลุกลาม และมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม ซึ่งพบว่า การรักษาแบบ Bremachlorin-PDT สามารถชะลอการเติบโตของเนื้องอกได้อย่างชัดเจนในสัตว์ทดลองทุกกลุ่ม และเมื่อมีการผสาน PDT เข้ากับการใช้วัคซีนเปปไทด์แล้ว พบว่าหนูทดลองถึงหนึ่งในสามต่างหายขาดจากมะเร็ง ซึ่งหมายความว่ามะเร็งได้หายไปโดยสิ้นเชิง
นอกจากนี้ สัตว์ทดลองที่หายขาดทั้งหมดยังมีภูมิคุ้มกันโดยสมบูรณ์ ทำให้ไม่กลับมาเป็นมะเร็งชนิดเดิมอีก และการรักษาเนื้องอกปฐมภูมิด้วยวิธีผสมผสานยังช่วยกำจัดเนื้องอกทุติยภูมิหรือเนื้องอกที่ลุกลามไปไกลได้ด้วย อย่างไรก็ดี ดร.ออสเซนดอร์ปเน้นย้ำว่า การค้นพบครั้งใหญ่นี้จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม ทั้งนี้ โรคมะเร็งระยะลุกลามเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งเสียชีวิต
คณะนักวิจัยได้สรุปว่า การใช้ Bremachlorin-PDT ควบคู่กับวัคซีนเปปไทด์ ก่อให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันทั่วร่างกายที่มีศักยภาพในการจัดการกับมะเร็งระยะลุกลาม โดยรายงานที่เผยแพร่ทางวารสาร Clinical Cancer Research ระบุว่า การรักษาแบบผสมผสานระหว่าง immunotherapy กับ Bremachlorin-PDT ได้ก่อให้เกิด "แนวทางการรักษาแบบใหม่ที่มีศักยภาพในการจัดการกับมะเร็งระยะลุกลาม"
นับตั้งแต่ปี 2549 Bremachlorin(R) ได้รับการอนุมัติให้นำไปใช้ทางคลินิกในรัสเซียภายใต้ชื่อ Radachlorin(R) และได้รับการอนุมัติอย่างมีเงื่อนไขในเกาหลีใต้ ปัจจุบัน Bremachlorin(R) อยู่ระหว่างการวิจัยพรีคลินิกในเนเธอร์แลนด์ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้รับการยอมรับทางคลินิกในยุโรป ทั้งนี้ ดร.ออสเซนดอร์ปกล่าวว่า "หลังการวิจัยพรีคลินิกเสร็จสิ้นลง เราหวังว่าจะได้ทำการวิจัยเชิงคลินิกกับผู้ป่วยโรคมะเร็งในสหภาพยุโรป และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการรักษาแบบผสมผสานนี้จะได้รับการอนุมัติให้ใช้ในสหภาพยุโรปในอนาคต"
แหล่งข่าว: Photoimmune Discoveries
แนวทางใหม่ได้ผนวกรวมการรักษาแบบ immunotherapy เข้ากับการรักษาแบบ photodynamic therapy เพื่อรักษาโรคมะเร็งระยะลุกลาม
ผลการวิจัยในห้องปฏิบัติการที่ Leiden University Medical Center (LUMC) ประเทศเนเธอร์แลนด์ เผยให้เห็นว่า การรักษาแบบ immunotherapy สามารถใช้ร่วมกับการรักษาแบบ photodynamic therapy (PDT) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถกำจัดเนื้องอกเฉพาะจุดได้ ทั้งยังกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโรคได้เป็นอย่างดี โดยผลการค้นพบดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออนไลน์ก่อนตีพิมพ์ทางวารสาร Clinical Cancer Research ฉบับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2558

"การวิจัยครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรก" ศาสตราจารย์เฟอร์รี ออสเซนดอร์ป หัวหน้าคณะวิจัย กล่าว "ขณะนี้เรากำลังเตรียมทำการวิจัยพรีคลินิกเพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้รับการยอมรับทางคลินิกในยุโรปตะวันตก" ทั้งนี้ ดร.ออสเซนดอร์ปเป็นผู้นำการวิจัยดังกล่าวร่วมกับแจน วิลเลม ไคลโนวิงค์ ว่าที่ดอกเตอร์จากแผนกภูมิคุ้มกันโลหิตวิทยาและการถ่ายเลือดประจำศูนย์ LUMC และยังได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับดร.คลีเมนส์ โลวิค ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ที่ Erasmus University Medical Center ในเมืองรอตเทอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์
ทางคณะนักวิจัยได้มุ่งเน้นไปที่การผสมผสานการรักษาอันเป็นที่ยอมรับ 2 วิธี นั่นคือ PDT และ immunotherapy เพื่อใช้ในการกำจัดเนื้องอกที่ลุกลามให้หมดไป โดย PDT เป็นการใช้สารพิเศษหรือสารก่อภาวะไวแสง (photosensitizer) ควบคู่กับออกซิเจนและแสง เพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาที่จะทำลายเนื้องอกเฉพาะจุด และทำให้เนื้องอกอ่อนแอต่อระบบภูมิคุ้มกัน ส่วน immunotherapy จริงๆแล้วเป็นการรักษาหลายแบบที่มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นกลไกและส่วนต่างๆของระบบภูมิคุ้มกัน
"การใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันได้ก่อให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพในการจัดการกับเนื้องอกที่ลุกลาม" ดร.ออสเซนดอร์ปกล่าว "ยิ่งไปกว่านั้น เรายังสังเกตเห็นว่าเนื้องอกที่อยู่ไกลออกไปก็หายไปด้วยในสัตว์ทดลองบางส่วน"
สำหรับสารก่อภาวะไวแสงที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ Bremachlorin สารปลอดพิษที่มาจากคลอโรฟิลล์ ซึ่งทำหน้าที่จับและส่งพลังงานแสงสำหรับการรักษาโรค ส่วนการรักษาแบบ immunotherapy ในการวิจัยครั้งนี้ ได้ใช้วัคซีนเปปไทด์ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นระบบทีเซลล์เพื่อจัดการกับมะเร็ง
การวิจัยครั้งนี้ทดลองในมะเร็ง 2 ประเภท ได้แก่ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะลุกลาม และมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม ซึ่งพบว่า การรักษาแบบ Bremachlorin-PDT สามารถชะลอการเติบโตของเนื้องอกได้อย่างชัดเจนในสัตว์ทดลองทุกกลุ่ม และเมื่อมีการผสาน PDT เข้ากับการใช้วัคซีนเปปไทด์แล้ว พบว่าหนูทดลองถึงหนึ่งในสามต่างหายขาดจากมะเร็ง ซึ่งหมายความว่ามะเร็งได้หายไปโดยสิ้นเชิง
นอกจากนี้ สัตว์ทดลองที่หายขาดทั้งหมดยังมีภูมิคุ้มกันโดยสมบูรณ์ ทำให้ไม่กลับมาเป็นมะเร็งชนิดเดิมอีก และการรักษาเนื้องอกปฐมภูมิด้วยวิธีผสมผสานยังช่วยกำจัดเนื้องอกทุติยภูมิหรือเนื้องอกที่ลุกลามไปไกลได้ด้วย อย่างไรก็ดี ดร.ออสเซนดอร์ปเน้นย้ำว่า การค้นพบครั้งใหญ่นี้จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม ทั้งนี้ โรคมะเร็งระยะลุกลามเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งเสียชีวิต
คณะนักวิจัยได้สรุปว่า การใช้ Bremachlorin-PDT ควบคู่กับวัคซีนเปปไทด์ ก่อให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันทั่วร่างกายที่มีศักยภาพในการจัดการกับมะเร็งระยะลุกลาม โดยรายงานที่เผยแพร่ทางวารสาร Clinical Cancer Research ระบุว่า การรักษาแบบผสมผสานระหว่าง immunotherapy กับ Bremachlorin-PDT ได้ก่อให้เกิด "แนวทางการรักษาแบบใหม่ที่มีศักยภาพในการจัดการกับมะเร็งระยะลุกลาม"
นับตั้งแต่ปี 2549 Bremachlorin(R) ได้รับการอนุมัติให้นำไปใช้ทางคลินิกในรัสเซียภายใต้ชื่อ Radachlorin(R) และได้รับการอนุมัติอย่างมีเงื่อนไขในเกาหลีใต้ ปัจจุบัน Bremachlorin(R) อยู่ระหว่างการวิจัยพรีคลินิกในเนเธอร์แลนด์ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้รับการยอมรับทางคลินิกในยุโรป ทั้งนี้ ดร.ออสเซนดอร์ปกล่าวว่า "หลังการวิจัยพรีคลินิกเสร็จสิ้นลง เราหวังว่าจะได้ทำการวิจัยเชิงคลินิกกับผู้ป่วยโรคมะเร็งในสหภาพยุโรป และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการรักษาแบบผสมผสานนี้จะได้รับการอนุมัติให้ใช้ในสหภาพยุโรปในอนาคต"
แหล่งข่าว: Photoimmune Discoveries
นักวิจัยบุกเบิกแนวทางใหม่ในการรักษาโรคมะเร็งระยะลุกลาม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (13 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
