ใช้หลัก 3 เก็บ ?เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ? จัดการสิ่งแวดล้อม กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
ใช้หลัก 3 เก็บ ?เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ? จัดการสิ่งแวดล้อม กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
กรมควบคุมโรค หนุนเครือข่ายภาคประชาชนใช้หลัก 3 เก็บ ?เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ? จัดการสิ่งแวดล้อม กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
27 พ.ย.58 นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทย ที่ยังพบผู้ป่วยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และตัวเมืองใหญ่ๆ ประกอบกับในบางพื้นที่ยังมีฝนตก ทำให้เกิดน้ำขังตามภาชนะต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย ซึ่งขณะนี้จะมีผู้ป่วยไข้เลือดออกประมาณ 4,000 รายต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตามจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีฝากความห่วงใยและสั่งการให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกให้ประสบความสำเร็จ ตอนนี้เราได้เห็นเครือข่ายหลายแห่ง รวมถึงประชาชนตื่นตัวในการร่วมกันป้องกันไข้เลือดออกและช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายมากขึ้น
กรมควบคุมโรค ขอเชิญชวนประชาชนและเครือข่ายทุกภาคส่วนช่วยกันรณรงค์และจัดการสิ่งแวดล้อมในครัวเรือน ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยเน้นใช้หลัก 3เก็บ ได้แก่ 1.เก็บบ้านให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก 2.เก็บขยะเศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และ 3.เก็บน้ำปิดให้มิดชิดหรือเปลี่ยนบ่อยๆ ไม่ให้ยุงลายลงไปวางไข่ เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริเวณครัวเรือน โรงเรียน ตลาดนัด เขตก่อสร้าง สถานีขนส่ง ที่รกร้าง และหอพักรอบมหาวิทยาลัย เป็นต้น โดยให้ดำเนินการอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
สำหรับในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งในการทำงานป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก ร่วมเป็น "เครือข่ายเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกในเมืองหลวง" หรือที่เรียกว่า "Metro DengueNet"(เมทโทร เดงกี่เนท) ร่วมกันแจ้งข้อมูล สอบถามประวัติผู้ป่วยที่เป็นประโยชน์ต่อการเฝ้าระวังโรค นำไปสู่การสอบสวนและควบคุมโรคไข้เลือดออกในชุมชนที่ตรงพื้นที่และรวดเร็วมากขึ้น ดังเช่นตัวอย่างในชุมชนเขตคันนายาว ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบที่มีความร่วมมือในการดำเนินงานเพื่อป้องกันไข้เลือดออกจากเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเครือข่าย อสส./อสม. ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่มีความเข้มแข็งมาก ทำให้มีอัตราป่วยในชุมชนเขตคันนายาวน้อยที่สุดในกรุงเทพฯ โดยชุมชนดังกล่าวมีการปฏิบัติการเชิงรุกภายในชุมชน เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงการป้องกันโรค และการมีส่วนร่วมในการควบคุมลูกน้ำยุงลาย รวมทั้งมีทีมเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติพ่นฆ่ายุงตามบ้านที่มีผู้ป่วยและรอบบ้านในรัศมี 100 เมตร เพื่อช่วยให้ประชาชนปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออก ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีหน่วยงานเครือข่ายที่ร่วมดำเนินการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกแล้ว จำนวน 110 แห่ง นอกจากนี้ยังมีองค์กรภาคประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุข และอาสาคอนโดมิเนียม ร่วมดำเนินการในครั้งนี้ด้วย
สำหรับโรคไข้เลือดออก พบได้ทุกกลุ่มวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อาการคือ มีไข้สูงและมักสูงลอยประมาณ 2-7 วัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตัว เบื่ออาหาร ปวดจุกแน่นท้อง อาจมีเลือดกำเดา มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง อาเจียนเป็นเลือด เป็นต้น ขอความร่วมมือประชาชนอย่าได้วางใจ หากมีไข้สูงต้องรีบไปพบแพทย์ อย่าซื้อยาแก้ไข้กินเอง เพราะยาบางชนิดอาจมีฤทธิ์ทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้ง่าย หากเป็นไข้เลือดออก ให้ทานยาพาราเซาตามอลเท่านั้น ร่วมกับการเช็ดตัวเพื่อลดไข้ ซึ่งช่วงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังในผู้ป่วยคือช่วงที่ไข้ลดลงในวันที่ 3-4 ถ้าผู้ป่วยซึมลงกินดื่มไม่ได้ กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น เหงื่อออก ชีพจรเต้นเร็ว คือสัญญาณอันตรายของโรคนี้ ควรนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที เพราะผู้ป่วยอาจมีอาการช็อกและเสียชีวิตได้ เมื่อเป็นไข้เลือดออกแล้ว ต้องป้องกันยุงกัดผู้ป่วยแล้วแพร่เชื้อไปสู่คนรอบข้างด้วย โดยการให้ผู้ป่วยทายากันยุง หรือนอนมุ้งครอบ กำจัดยุงลายภายในบ้านผู้ป่วยและเพื่อนบ้านอย่างเข้มข้น ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
27 พ.ย.58 นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทย ที่ยังพบผู้ป่วยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และตัวเมืองใหญ่ๆ ประกอบกับในบางพื้นที่ยังมีฝนตก ทำให้เกิดน้ำขังตามภาชนะต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย ซึ่งขณะนี้จะมีผู้ป่วยไข้เลือดออกประมาณ 4,000 รายต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตามจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีฝากความห่วงใยและสั่งการให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกให้ประสบความสำเร็จ ตอนนี้เราได้เห็นเครือข่ายหลายแห่ง รวมถึงประชาชนตื่นตัวในการร่วมกันป้องกันไข้เลือดออกและช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายมากขึ้น
กรมควบคุมโรค ขอเชิญชวนประชาชนและเครือข่ายทุกภาคส่วนช่วยกันรณรงค์และจัดการสิ่งแวดล้อมในครัวเรือน ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยเน้นใช้หลัก 3เก็บ ได้แก่ 1.เก็บบ้านให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก 2.เก็บขยะเศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และ 3.เก็บน้ำปิดให้มิดชิดหรือเปลี่ยนบ่อยๆ ไม่ให้ยุงลายลงไปวางไข่ เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริเวณครัวเรือน โรงเรียน ตลาดนัด เขตก่อสร้าง สถานีขนส่ง ที่รกร้าง และหอพักรอบมหาวิทยาลัย เป็นต้น โดยให้ดำเนินการอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
สำหรับในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งในการทำงานป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก ร่วมเป็น "เครือข่ายเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกในเมืองหลวง" หรือที่เรียกว่า "Metro DengueNet"(เมทโทร เดงกี่เนท) ร่วมกันแจ้งข้อมูล สอบถามประวัติผู้ป่วยที่เป็นประโยชน์ต่อการเฝ้าระวังโรค นำไปสู่การสอบสวนและควบคุมโรคไข้เลือดออกในชุมชนที่ตรงพื้นที่และรวดเร็วมากขึ้น ดังเช่นตัวอย่างในชุมชนเขตคันนายาว ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบที่มีความร่วมมือในการดำเนินงานเพื่อป้องกันไข้เลือดออกจากเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเครือข่าย อสส./อสม. ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่มีความเข้มแข็งมาก ทำให้มีอัตราป่วยในชุมชนเขตคันนายาวน้อยที่สุดในกรุงเทพฯ โดยชุมชนดังกล่าวมีการปฏิบัติการเชิงรุกภายในชุมชน เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงการป้องกันโรค และการมีส่วนร่วมในการควบคุมลูกน้ำยุงลาย รวมทั้งมีทีมเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติพ่นฆ่ายุงตามบ้านที่มีผู้ป่วยและรอบบ้านในรัศมี 100 เมตร เพื่อช่วยให้ประชาชนปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออก ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีหน่วยงานเครือข่ายที่ร่วมดำเนินการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกแล้ว จำนวน 110 แห่ง นอกจากนี้ยังมีองค์กรภาคประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุข และอาสาคอนโดมิเนียม ร่วมดำเนินการในครั้งนี้ด้วย
สำหรับโรคไข้เลือดออก พบได้ทุกกลุ่มวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อาการคือ มีไข้สูงและมักสูงลอยประมาณ 2-7 วัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตัว เบื่ออาหาร ปวดจุกแน่นท้อง อาจมีเลือดกำเดา มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง อาเจียนเป็นเลือด เป็นต้น ขอความร่วมมือประชาชนอย่าได้วางใจ หากมีไข้สูงต้องรีบไปพบแพทย์ อย่าซื้อยาแก้ไข้กินเอง เพราะยาบางชนิดอาจมีฤทธิ์ทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้ง่าย หากเป็นไข้เลือดออก ให้ทานยาพาราเซาตามอลเท่านั้น ร่วมกับการเช็ดตัวเพื่อลดไข้ ซึ่งช่วงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังในผู้ป่วยคือช่วงที่ไข้ลดลงในวันที่ 3-4 ถ้าผู้ป่วยซึมลงกินดื่มไม่ได้ กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น เหงื่อออก ชีพจรเต้นเร็ว คือสัญญาณอันตรายของโรคนี้ ควรนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที เพราะผู้ป่วยอาจมีอาการช็อกและเสียชีวิตได้ เมื่อเป็นไข้เลือดออกแล้ว ต้องป้องกันยุงกัดผู้ป่วยแล้วแพร่เชื้อไปสู่คนรอบข้างด้วย โดยการให้ผู้ป่วยทายากันยุง หรือนอนมุ้งครอบ กำจัดยุงลายภายในบ้านผู้ป่วยและเพื่อนบ้านอย่างเข้มข้น ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ใช้หลัก 3 เก็บ ?เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ? จัดการสิ่งแวดล้อม กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (13 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
