แพทย์เผยผลการผ่าตัดผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วด้วยอุปกรณ์พิเศษรายแรกของไทยได้ผลดีเยี่ยม
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แพทย์เผยผลการผ่าตัดผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วด้วยอุปกรณ์พิเศษรายแรกของไทยได้ผลดีเยี่ยม
กรมการแพทย์เผยผลการผ่าตัดผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วด้วยอุปกรณ์พิเศษรายแรกของไทย เฉลิมพระเกียรติ 5 รอบ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้ผลดีเยี่ยม
กรมการแพทย์ เผยความก้าวหน้าโครงการเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผ่าตัดผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจผ่านสายสวนหัวใจ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง พบผลการรักษาผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการทุกรายได้ผลดี ลดความเจ็บปวด ลดภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น
23 พฤศจิกายน 2558 ที่สถาบันโรคทรวงอก จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการแถลงข่าวความก้าวหน้าของโครงการมหากุศลเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ มีอัตราการเสียชีวิตติดอันดับ 1 ใน 4 ของโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงสุดในประเทศไทย และพบจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นจากข้อมูลของสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2553 ? 2557) มีผู้ป่วยนอกเข้ามารับการรักษาจำนวน 1,024,148 ครั้ง โดยเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจเข้ารับบริการ 592,893 ครั้ง สำหรับผู้ป่วยในที่รักษาในสถาบันโรคทรวงอก มีจำนวน 55,423 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจ 34,103 ราย และในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจ จำนวน 4,390 ราย ซึ่งการรักษาและดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ต้องพร้อมทั้งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอกเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการมหากุศลเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ประกอบด้วยโครงการสำคัญ 2 โครงการ คือ 1. โครงการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออติค ผ่านทางสายสวนหัวใจ (Transcatheter Aortic Valve Implantation) หรือ TAVI เป็นการใส่ลิ้นหัวใจใหม่เข้าไปสวมทับลิ้นหัวใจเดิมโดยใช้สายสวนผ่านเส้นเลือดแดงใหญ่ บริเวณขาหนีบทั้ง 2 ข้าง หรือบริเวณหน้าอกด้านซ้าย มีข้อดี คือ ผู้ป่วยไม่ต้องได้รับการผ่าตัดใหญ่ เสียเลือดจากการผ่าตัดน้อย แผลเล็ก ไม่ต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม การพักฟื้นเร็วประมาณ 2 ? 3 วัน สามารถกลับบ้านได้ และ 2. โครงการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วโดยใช้อุปกรณ์พิเศษ MitraClip (MitraClip for the Treatment of Mitral regurgitation) เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการรักษาโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่ว โดยการใช้ Clip ผ่านสายสวนเข้าไปหนีบบริเวณช่องว่างระหว่างลิ้นหัวใจไมตรัลที่รั่ว ขณะทำจะมีการใช้เครื่องตรวจคลื่นหัวใจด้วยเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านหลอดอาหาร เพื่อความแม่นยำและให้ได้ผลการรักษาที่ดี จากการศึกษาวิธีการรักษาด้วย MitraClip ทั่วโลก พบว่า การใช้ clip 1 ? 3 ตัว สามารถลดความรุนแรงของอาการลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วได้อย่างมาก ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวดีขึ้น อัตราการเสียชีวิตพบได้ ร้อยละ 0.9 ? 4 อัตราการเสียชีวิตที่ 30 วันประมาณร้อยละ 0.7 ? 8 ผลแทรกซ้อนอื่นๆ น้อยกว่าร้อยละ 5 และมีระยะเวลาอยู่โรงพยาบาลเพียง 3 ? 5 วัน ความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 2 โครงการดังกล่าว เป็นที่น่าพอใจของคณะแพทย์ผู้รักษา ผลการรักษาผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการทุกรายได้ผลดี ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น เพราะความเจ็บปวดแผลที่น้อยลง เนื่องจากไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ รวมถึงความเสี่ยงในการรักษาลดลง ภาวะแทรกซ้อนน้อยลง ผู้ป่วยจะมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยทั้ง 2 โครงการดำเนินการในห้อง Hybrid OR ซึ่งเป็นห้องผ่าตัดที่ทันสมัยใช้ในการทำสายสวนทางหลอดเลือด ร่วมกับการผ่าตัดทั่วไป เป็นห้องผ่าตัดที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นแห่งแรกของกระทรวงสาธารณสุขทั้งนี้ ในการรักษาและดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ต้องพร้อมทั้งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย กรมการแพทย์ได้สนับสนุนทั้งด้านวิชาการ การศึกษา วิจัย และงบประมาณแก่สถาบันโรคทรวงอก ในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนเทคโนโลยีขั้นสูงที่ทันสมัย เพื่อประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด และเป็นการเพิ่มศักยภาพของบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญ สามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศ ทำให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ แพทย์หญิงวิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคลิ้นหัวใจเอออติคตีบ ซึ่งเป็นลิ้นหัวใจที่กั้นห้องล่างซ้ายและหลอดเลือดแดงใหญ่ ถือว่าเป็นโรคที่ค่อนข้างอันตราย เกิดจากการสะสมของหินปูนที่ตัวลิ้นหัวใจเอออติค ทำให้ไม่สามารถเปิดปิดได้ พบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เป็นลม หมดสติ เหนื่อยงาน และอาจหัวใจวาย นอกจากนี้ยังมีโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่ว ซึ่งเป็นลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างหัวใจห้องบนซ้ายและห้องล่างซ้าย ถือเป็นภัยเงียบที่น่ากลัว เพราะโรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มแรก อาจพบเมื่อเข้าสู่วัยกลางคนถึงผู้สูงอายุ โดยพบได้ถึงร้อยละ 70 ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี สาเหตุของโรค ได้แก่ ลิ้นหัวใจเสื่อมตามอายุ การติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ โรคลิ้นหัวใจรูห์มาติก และกล้ามเนื้อหัวใจด้านซ้ายโตมากบีบตัวอ่อนทำให้ลิ้นหัวใจไมตรัลปิดไม่สนิท ผู้ป่วยจะมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ บางรายอาจเสียชีวิตเนื่องจากการทำงานของหัวใจล้มเหลว ซึ่งการรักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจทั้ง 2 กลุ่มนี้มีอัตราเสี่ยงจากการผ่าตัดสูง เนื่องจากอายุมากและมีโรคต่าง ๆ ร่วมด้วย สถาบันโรคทรวงอกให้ความสำคัญกับการพัฒนาการรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ดำเนินโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ดังกล่าว โดยมีผลการดำเนินโครงการ คือ 1. โครงการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออติค ผ่านทางสายสวนหัวใจ (Transcatheter Aortic Valve Implantation) หรือ TAVI โดยมีนายแพทย์ทวีศักดิ์ โชติวัฒนพงษ์ เป็นประธานโครงการ TAVI พร้อมทั้งศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศแคนาดามาร่วม Workshop รักษาผู้ป่วย ซึ่งมีผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการและได้รับการรักษาแล้วจำนวน 4 ราย จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในโครงการจำนวน 10 ราย ซึ่งผู้ป่วยทั้ง 4 ราย เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี และเป็นโรคลิ้นหัวใจระดับรุนแรง มีภาวะเสี่ยงสูง ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ได้ ผลการรักษาด้วยวิธีใส่สายสวน ได้ผลสำเร็จดี ผู้ป่วย รู้สึกตัวดี พูดคุยได้ปกติ และสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ภายใน 24 ชั่วโมง หลังการทำผ่าตัด 2. โครงการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วโดยใช้อุปกรณ์พิเศษ MitraClip (MitraClip for the Treatment of Mitral regurgitation) โดยมีนายแพทย์เกรียงไกร เฮงรัศมี นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กลุ่มงานอายุรศาสตร์หัวใจเป็นหัวหน้าทีมแพทย์ ซึ่งมีผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการและได้รับการรักษาแล้วจำนวน 1 ราย จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในโครงการจำนวน 4 ราย ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ใช้การรักษาด้วยวิธีดังกล่าว ผลการรักษาพบว่าการรั่วของลิ้นหัวใจไมตรัลจากระดับที่รุนแรง เป็นการรั่วที่น้อยมาก ผู้ป่วยอาการเหนื่อยดีขึ้นมาก ไม่มีผลแทรกซ้อน และสามารถกลับบ้านไปได้หลังทำหัตถการ 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยได้มาตรวจติดตามที่ 1 เดือน พบว่าอาการเหนื่อยลดลง นอนราบได้ และตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจซ้ำพบว่าอุปกรณ์ MitraClip อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวจะดำเนินให้ครบตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และจะนำผลที่รักษาผู้ป่วยไปพัฒนาต่อยอดในการรักษาผู้ป่วยรายต่อไปให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
กรมการแพทย์ เผยความก้าวหน้าโครงการเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผ่าตัดผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจผ่านสายสวนหัวใจ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง พบผลการรักษาผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการทุกรายได้ผลดี ลดความเจ็บปวด ลดภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น
23 พฤศจิกายน 2558 ที่สถาบันโรคทรวงอก จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการแถลงข่าวความก้าวหน้าของโครงการมหากุศลเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ มีอัตราการเสียชีวิตติดอันดับ 1 ใน 4 ของโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงสุดในประเทศไทย และพบจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นจากข้อมูลของสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2553 ? 2557) มีผู้ป่วยนอกเข้ามารับการรักษาจำนวน 1,024,148 ครั้ง โดยเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจเข้ารับบริการ 592,893 ครั้ง สำหรับผู้ป่วยในที่รักษาในสถาบันโรคทรวงอก มีจำนวน 55,423 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจ 34,103 ราย และในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจ จำนวน 4,390 ราย ซึ่งการรักษาและดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ต้องพร้อมทั้งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอกเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการมหากุศลเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ประกอบด้วยโครงการสำคัญ 2 โครงการ คือ 1. โครงการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออติค ผ่านทางสายสวนหัวใจ (Transcatheter Aortic Valve Implantation) หรือ TAVI เป็นการใส่ลิ้นหัวใจใหม่เข้าไปสวมทับลิ้นหัวใจเดิมโดยใช้สายสวนผ่านเส้นเลือดแดงใหญ่ บริเวณขาหนีบทั้ง 2 ข้าง หรือบริเวณหน้าอกด้านซ้าย มีข้อดี คือ ผู้ป่วยไม่ต้องได้รับการผ่าตัดใหญ่ เสียเลือดจากการผ่าตัดน้อย แผลเล็ก ไม่ต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม การพักฟื้นเร็วประมาณ 2 ? 3 วัน สามารถกลับบ้านได้ และ 2. โครงการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วโดยใช้อุปกรณ์พิเศษ MitraClip (MitraClip for the Treatment of Mitral regurgitation) เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการรักษาโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่ว โดยการใช้ Clip ผ่านสายสวนเข้าไปหนีบบริเวณช่องว่างระหว่างลิ้นหัวใจไมตรัลที่รั่ว ขณะทำจะมีการใช้เครื่องตรวจคลื่นหัวใจด้วยเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านหลอดอาหาร เพื่อความแม่นยำและให้ได้ผลการรักษาที่ดี จากการศึกษาวิธีการรักษาด้วย MitraClip ทั่วโลก พบว่า การใช้ clip 1 ? 3 ตัว สามารถลดความรุนแรงของอาการลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วได้อย่างมาก ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวดีขึ้น อัตราการเสียชีวิตพบได้ ร้อยละ 0.9 ? 4 อัตราการเสียชีวิตที่ 30 วันประมาณร้อยละ 0.7 ? 8 ผลแทรกซ้อนอื่นๆ น้อยกว่าร้อยละ 5 และมีระยะเวลาอยู่โรงพยาบาลเพียง 3 ? 5 วัน ความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 2 โครงการดังกล่าว เป็นที่น่าพอใจของคณะแพทย์ผู้รักษา ผลการรักษาผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการทุกรายได้ผลดี ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น เพราะความเจ็บปวดแผลที่น้อยลง เนื่องจากไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ รวมถึงความเสี่ยงในการรักษาลดลง ภาวะแทรกซ้อนน้อยลง ผู้ป่วยจะมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยทั้ง 2 โครงการดำเนินการในห้อง Hybrid OR ซึ่งเป็นห้องผ่าตัดที่ทันสมัยใช้ในการทำสายสวนทางหลอดเลือด ร่วมกับการผ่าตัดทั่วไป เป็นห้องผ่าตัดที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นแห่งแรกของกระทรวงสาธารณสุขทั้งนี้ ในการรักษาและดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ต้องพร้อมทั้งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย กรมการแพทย์ได้สนับสนุนทั้งด้านวิชาการ การศึกษา วิจัย และงบประมาณแก่สถาบันโรคทรวงอก ในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตลอดจนเทคโนโลยีขั้นสูงที่ทันสมัย เพื่อประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด และเป็นการเพิ่มศักยภาพของบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญ สามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศ ทำให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ แพทย์หญิงวิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคลิ้นหัวใจเอออติคตีบ ซึ่งเป็นลิ้นหัวใจที่กั้นห้องล่างซ้ายและหลอดเลือดแดงใหญ่ ถือว่าเป็นโรคที่ค่อนข้างอันตราย เกิดจากการสะสมของหินปูนที่ตัวลิ้นหัวใจเอออติค ทำให้ไม่สามารถเปิดปิดได้ พบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เป็นลม หมดสติ เหนื่อยงาน และอาจหัวใจวาย นอกจากนี้ยังมีโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่ว ซึ่งเป็นลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างหัวใจห้องบนซ้ายและห้องล่างซ้าย ถือเป็นภัยเงียบที่น่ากลัว เพราะโรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มแรก อาจพบเมื่อเข้าสู่วัยกลางคนถึงผู้สูงอายุ โดยพบได้ถึงร้อยละ 70 ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี สาเหตุของโรค ได้แก่ ลิ้นหัวใจเสื่อมตามอายุ การติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ โรคลิ้นหัวใจรูห์มาติก และกล้ามเนื้อหัวใจด้านซ้ายโตมากบีบตัวอ่อนทำให้ลิ้นหัวใจไมตรัลปิดไม่สนิท ผู้ป่วยจะมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ บางรายอาจเสียชีวิตเนื่องจากการทำงานของหัวใจล้มเหลว ซึ่งการรักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจทั้ง 2 กลุ่มนี้มีอัตราเสี่ยงจากการผ่าตัดสูง เนื่องจากอายุมากและมีโรคต่าง ๆ ร่วมด้วย สถาบันโรคทรวงอกให้ความสำคัญกับการพัฒนาการรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ดำเนินโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ดังกล่าว โดยมีผลการดำเนินโครงการ คือ 1. โครงการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออติค ผ่านทางสายสวนหัวใจ (Transcatheter Aortic Valve Implantation) หรือ TAVI โดยมีนายแพทย์ทวีศักดิ์ โชติวัฒนพงษ์ เป็นประธานโครงการ TAVI พร้อมทั้งศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศแคนาดามาร่วม Workshop รักษาผู้ป่วย ซึ่งมีผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการและได้รับการรักษาแล้วจำนวน 4 ราย จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในโครงการจำนวน 10 ราย ซึ่งผู้ป่วยทั้ง 4 ราย เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี และเป็นโรคลิ้นหัวใจระดับรุนแรง มีภาวะเสี่ยงสูง ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ได้ ผลการรักษาด้วยวิธีใส่สายสวน ได้ผลสำเร็จดี ผู้ป่วย รู้สึกตัวดี พูดคุยได้ปกติ และสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ภายใน 24 ชั่วโมง หลังการทำผ่าตัด 2. โครงการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วโดยใช้อุปกรณ์พิเศษ MitraClip (MitraClip for the Treatment of Mitral regurgitation) โดยมีนายแพทย์เกรียงไกร เฮงรัศมี นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กลุ่มงานอายุรศาสตร์หัวใจเป็นหัวหน้าทีมแพทย์ ซึ่งมีผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการและได้รับการรักษาแล้วจำนวน 1 ราย จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในโครงการจำนวน 4 ราย ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ใช้การรักษาด้วยวิธีดังกล่าว ผลการรักษาพบว่าการรั่วของลิ้นหัวใจไมตรัลจากระดับที่รุนแรง เป็นการรั่วที่น้อยมาก ผู้ป่วยอาการเหนื่อยดีขึ้นมาก ไม่มีผลแทรกซ้อน และสามารถกลับบ้านไปได้หลังทำหัตถการ 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยได้มาตรวจติดตามที่ 1 เดือน พบว่าอาการเหนื่อยลดลง นอนราบได้ และตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจซ้ำพบว่าอุปกรณ์ MitraClip อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวจะดำเนินให้ครบตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และจะนำผลที่รักษาผู้ป่วยไปพัฒนาต่อยอดในการรักษาผู้ป่วยรายต่อไปให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
แพทย์เผยผลการผ่าตัดผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจไมตรัลรั่วด้วยอุปกรณ์พิเศษรายแรกของไทยได้ผลดีเยี่ยม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (13 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], Bing [Bot], ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
