กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เฝ้าระวังปริมาณไอโอดีนในเกลือบริโภค
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เฝ้าระวังปริมาณไอโอดีนในเกลือบริโภค
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยผลดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพของเกลือที่จำหน่าย ในประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555-2558 พร้อมให้บริการทดสอบความชำนาญการตรวจวิเคราะห์ปริมาณไอโอดีนในเกลือและสนับสนุนวัสดุอ้างอิงไอโอดีนในเกลือให้กับโรงงานผลิตเกลือและห้องปฏิบัติการที่ตรวจปริมาณไอโอดีนในเกลือ เพื่อนำไปใช้ในการควบคุมคุณภาพและพัฒนาศักยภาพของห้องปฏิบัติการตรวจปริมาณไอโอดีนในเกลือ ซึ่งจะทำให้การผลิตเกลือเสริมไอโอดีนได้มาตรฐานมากขึ้น สร้างความมั่นใจ แก่คนไทยว่าจะได้รับปริมาณไอโอดีนที่เหมาะสมและเพียงพอกับร่างกายและมีสุขภาพที่ดี โดยให้บริการฟรี
นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า เกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์ เป็นวัตถุดิบที่สำคัญในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การผลิตคลอรีน โซดาไฟ โซดาแอช แก้ว และกระดาษ เป็นต้น ในส่วนของอุตสาหกรรมอาหารใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตน้ำปลา ปลาร้า ซอส ซีอิ้ว ผักและผลไม้ดอง นอกจากนี้เกลือยังใช้เป็นทั้งเครื่องปรุงรสและใช้ในการถนอมอาหารมาตั้งแต่สมัยโบราณ เกลือบริโภคที่บริโภคในประเทศไทยมีแหล่งกำเนิดมาจากเกลือสมุทรและเกลือสินเธาว์ ซึ่งพบว่ามีปริมาณไอโอดีนต่ำมากหรือไม่มีเลย และข้อมูลทางการแพทย์บ่งชี้ว่าปริมาณไอโอดีนที่เพียงพอและเหมาะสมมีผลต่อสุขภาวะและสติปัญญาของมนุษย์ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดาจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความต้องการไอโอดีนในผู้ใหญ่วันละ 150 ไมโครกรัม ส่วนหญิงมีครรภ์และให้นมบุตรต้องการเพิ่มเป็นวันละ 250 ไมโครกรัม ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยจะได้รับไอโอดีนในปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสม รัฐบาลจึงมีมาตรการเรื่องการผลิตและการกระจายเกลือเสริมไอโอดีน โดยใช้มาตรการหลัก คือ เกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้า (Universal Salt Iodization)
ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตเกลือสำหรับบริโภคปีละ 5,000,000 ตันต่อปี ปัจจุบันมีโรงงานผลิตเกลือกระจายอยู่ทั่วประเทศถึง 272 แห่ง (ขนาดใหญ่ 5 โรง ขนาดกลาง 56 โรง และ ขนาดเล็ก 211 โรง) ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องเกลือบริโภคต้องมีไอโอดีนไม่น้อยกว่า 20 และไม่เกิน 40 มิลลิกรัมต่อเกลือบริโภค 1 กิโลกรัม เพื่อสุขภาพของประชาชนและต้องการให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 สมุทรสงคราม ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 7 ขอนแก่น ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา ได้ดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพของเกลือที่จำหน่ายในประเทศมาตลอด ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555-2558 ตรวจปริมาณไอโอดีนในเกลือ ด้วยวิธีไตเตรชั่น ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน รวมจำนวน 619 ตัวอย่าง พบว่า มีเกลือที่มีปริมาณไอโอดีนไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดร้อยละ 29.7 โดยในจำนวนนี้มีเกลือที่พบว่ามีปริมาณไอโอดีนน้อยกว่า 20 และสูงกว่า 40 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมถึงร้อยละ 68.5 และ 31.5 ตามลำดับ โดยปริมาณไอโอดีนสูงสุดที่พบสูงถึง 192 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม จึงเป็นความเสี่ยงของผู้บริโภค กลุ่มที่มีโอกาสได้รับไอโอดีนน้อย เช่น กลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบทมีโอกาสได้รับไอโอดีนน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ
เนื่องจากมาตรการเรื่องการเสริมไอโอดีนในเกลือเป็นเครื่องมือสำคัญของประเทศที่จะทำให้มั่นใจว่าคนไทยจะได้รับปริมาณไอโอดีนที่เหมาะสมและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย แต่จากข้อมูล ที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าเกลือที่จำหน่ายในประเทศยังพบว่ามีปริมาณไอโอดีนไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด จึงจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตของโรงงานผลิตเกลือ และมีระบบกำกับติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น โดยในปีนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะให้บริการทดสอบความชำนาญการตรวจวิเคราะห์ปริมาณไอโอดีนในเกลือและสนับสนุนวัสดุอ้างอิงไอโอดีนในเกลือ (Reference Material) ให้กับโรงงานผลิตเกลือและห้องปฏิบัติการที่ตรวจปริมาณไอโอดีนในเกลือเพื่อนำไปใช้ในการควบคุมคุณภาพและพัฒนาศักยภาพของห้องปฏิบัติการตรวจปริมาณไอโอดีนในเกลือซึ่งจะทำให้การผลิตเกลือเสริมไอโอดีนได้มาตรฐานมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคนไทยจะได้รับปริมาณไอโอดีนที่เหมาะสมและเพียงพอกับร่างกาย และมีสุขภาพที่ดีทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยบริการทั้ง 2 นี้ ให้บริการฟรี ทั้งนี้ผู้ผลิตเกลือและห้องปฏิบัติการที่ตรวจปริมาณไอโอดีนในเกลือ มีความสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 0 2951 0000 ต่อ 99630
นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า เกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์ เป็นวัตถุดิบที่สำคัญในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การผลิตคลอรีน โซดาไฟ โซดาแอช แก้ว และกระดาษ เป็นต้น ในส่วนของอุตสาหกรรมอาหารใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตน้ำปลา ปลาร้า ซอส ซีอิ้ว ผักและผลไม้ดอง นอกจากนี้เกลือยังใช้เป็นทั้งเครื่องปรุงรสและใช้ในการถนอมอาหารมาตั้งแต่สมัยโบราณ เกลือบริโภคที่บริโภคในประเทศไทยมีแหล่งกำเนิดมาจากเกลือสมุทรและเกลือสินเธาว์ ซึ่งพบว่ามีปริมาณไอโอดีนต่ำมากหรือไม่มีเลย และข้อมูลทางการแพทย์บ่งชี้ว่าปริมาณไอโอดีนที่เพียงพอและเหมาะสมมีผลต่อสุขภาวะและสติปัญญาของมนุษย์ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดาจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความต้องการไอโอดีนในผู้ใหญ่วันละ 150 ไมโครกรัม ส่วนหญิงมีครรภ์และให้นมบุตรต้องการเพิ่มเป็นวันละ 250 ไมโครกรัม ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยจะได้รับไอโอดีนในปริมาณที่เพียงพอและเหมาะสม รัฐบาลจึงมีมาตรการเรื่องการผลิตและการกระจายเกลือเสริมไอโอดีน โดยใช้มาตรการหลัก คือ เกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้า (Universal Salt Iodization)
ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตเกลือสำหรับบริโภคปีละ 5,000,000 ตันต่อปี ปัจจุบันมีโรงงานผลิตเกลือกระจายอยู่ทั่วประเทศถึง 272 แห่ง (ขนาดใหญ่ 5 โรง ขนาดกลาง 56 โรง และ ขนาดเล็ก 211 โรง) ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องเกลือบริโภคต้องมีไอโอดีนไม่น้อยกว่า 20 และไม่เกิน 40 มิลลิกรัมต่อเกลือบริโภค 1 กิโลกรัม เพื่อสุขภาพของประชาชนและต้องการให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 สมุทรสงคราม ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 7 ขอนแก่น ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา ได้ดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพของเกลือที่จำหน่ายในประเทศมาตลอด ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555-2558 ตรวจปริมาณไอโอดีนในเกลือ ด้วยวิธีไตเตรชั่น ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน รวมจำนวน 619 ตัวอย่าง พบว่า มีเกลือที่มีปริมาณไอโอดีนไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดร้อยละ 29.7 โดยในจำนวนนี้มีเกลือที่พบว่ามีปริมาณไอโอดีนน้อยกว่า 20 และสูงกว่า 40 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมถึงร้อยละ 68.5 และ 31.5 ตามลำดับ โดยปริมาณไอโอดีนสูงสุดที่พบสูงถึง 192 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม จึงเป็นความเสี่ยงของผู้บริโภค กลุ่มที่มีโอกาสได้รับไอโอดีนน้อย เช่น กลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบทมีโอกาสได้รับไอโอดีนน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ
เนื่องจากมาตรการเรื่องการเสริมไอโอดีนในเกลือเป็นเครื่องมือสำคัญของประเทศที่จะทำให้มั่นใจว่าคนไทยจะได้รับปริมาณไอโอดีนที่เหมาะสมและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย แต่จากข้อมูล ที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าเกลือที่จำหน่ายในประเทศยังพบว่ามีปริมาณไอโอดีนไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด จึงจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตของโรงงานผลิตเกลือ และมีระบบกำกับติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น โดยในปีนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะให้บริการทดสอบความชำนาญการตรวจวิเคราะห์ปริมาณไอโอดีนในเกลือและสนับสนุนวัสดุอ้างอิงไอโอดีนในเกลือ (Reference Material) ให้กับโรงงานผลิตเกลือและห้องปฏิบัติการที่ตรวจปริมาณไอโอดีนในเกลือเพื่อนำไปใช้ในการควบคุมคุณภาพและพัฒนาศักยภาพของห้องปฏิบัติการตรวจปริมาณไอโอดีนในเกลือซึ่งจะทำให้การผลิตเกลือเสริมไอโอดีนได้มาตรฐานมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคนไทยจะได้รับปริมาณไอโอดีนที่เหมาะสมและเพียงพอกับร่างกาย และมีสุขภาพที่ดีทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยบริการทั้ง 2 นี้ ให้บริการฟรี ทั้งนี้ผู้ผลิตเกลือและห้องปฏิบัติการที่ตรวจปริมาณไอโอดีนในเกลือ มีความสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 0 2951 0000 ต่อ 99630
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เฝ้าระวังปริมาณไอโอดีนในเกลือบริโภค
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (189 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (188 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (189 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (212 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (251 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (247 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (220 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (217 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
