กรมควบคุมโรค รณรงค์ประชาชนนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมควบคุมโรค รณรงค์ประชาชนนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
กรมควบคุมโรค รณรงค์ประชาชนนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า พร้อมเผยผลดีดีซีโพล คนไทย ร้อยละ 32.4 ยังคิดว่าป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้ารักษาให้หายได้
28 กันยายน 2558 นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (World Rabies Day) เน้นย้ำป่วยด้วยโรคพิษสุนัขบ้าเสียชีวิตทุกราย จึงขอรณรงค์ให้ประชาชนพาสุนัขของตนที่มีอายุ 2-3 เดือนขึ้นไป ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และฉีดเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยงและเพื่อลดการเสียชีวิตของประชาชนจากโรคดังกล่าว ซึ่งจากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม?11 สิงหาคม 2558 มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว 4 ราย
นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อว่า กรมควบคุมโรคได้สำรวจทัศนคติความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพ ดีดีซีโพล (DDC Poll) เรื่อง?โรคพิษสุนัขบ้า?จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 3,024 ตัวอย่าง ช่วงอายุ 15 ปี ขึ้นไป ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และส่วนภูมิภาค 4 ภาค รวม 24 จังหวัด สำรวจในช่วงเดือนสิงหาคม 2558 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 1. ร้อยละ 41.4 คิดว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด สามารถป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ 2. ร้อยละ 40.9 คิดว่าสุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าต้องมีอาการดุร้ายทุกตัว 3. ร้อยละ 45.2 คิดว่าสุนัขที่วิ่งออกไปกัดกับสุนัขนอกบ้าน มีโอกาสติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ 4. ร้อยละ 49.0 คิดว่าลูกสุนัขอายุ 2-3 เดือน ต้องพาไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 5. ร้อยละ 40.7 คิดว่าสุนัขและแมว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเข็มเดียวสามารถป้องกันโรคได้ตลอดชีพ
6. ร้อยละ 43.3 พาสัตว์เลี้ยงไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าฉีดเป็นประจำทุกปีหรือฉีดตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ 7. ร้อยละ 39.6 ล้างแผล ใส่ยา ไปหาหมอเมื่อถูกสุนัข/แมวกัดหรือข่วนจนมีเลือดออก 8. ร้อยละ 40.4 ไม่แน่ใจต่ออาการของโรคพิษสุนัขบ้าสามารถรักษาให้หายได้ และร้อยละ 32.4 คิดว่า โรคพิษสุนัขบ้าป่วยแล้วรักษาให้หายได้ 9. ร้อยละ 62.6 คิดว่าการพาสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เป็นหน้าที่ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงและครอบครัว 10. ร้อยละ 49.4 ไม่เคยได้ยินวิธีป้องกันไม่ให้สุนัขกัดหรือทำร้าย 5 ย (อย่าแหย่, อย่าเหยียบ, อย่าแยก, อย่าหยิบ, อย่ายุ่ง กับสุนัขที่ไม่ปรากฏเจ้าของ หรือไม่ทราบประวัติ) 11. หากพบสุนัขหรือแมวมีอาการคล้ายโรคพิษสุนัขบ้า พบว่า ร้อยละ 32.1 จะแจ้งเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข
นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า กลุ่มตัวอย่างเพศหญิง อายุ 55-64 ปี การศึกษามัธยมต้น ไม่รู้ว่า ลูกสุนัข อายุ 2?3 เดือน ต้องพาไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า, กลุ่มตัวอย่างเพศชาย อายุ 25-34 ปี อาชีพรับจ้าง การศึกษาประถมหรือต่ำกว่า คิดว่า สุนัขและแมว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเข็มเดียวสามารถป้องกันโรคได้ตลอดชีพ, กลุ่มตัวอย่างที่คิดว่า สุนัขที่วิ่งออกไปกัดกับสุนัขนอกบ้านไม่มีโอกาสติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 55-64 ปี การศึกษาอนุปริญญา/ปวส., กลุ่มตัวอย่างที่คิดว่า โรคพิษสุนัขบ้าป่วยแล้วรักษาให้หายได้ ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 55-64 ปี การศึกษาประถมหรือต่ำกว่า และกลุ่มตัวอย่างเพศชาย ร้อยละ 5.7 และเพศหญิง ร้อยละ 4.5 ไม่คิดทำอะไร เมื่อถูกสุนัข/แมวกัดหรือข่วนจนมีเลือดออก ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า กรมควบคุมโรคจึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักและมีพฤติกรรมที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า
นายแพทย์โสภณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุส่วนใหญ่ของการเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากการถูกสุนัขหรือแมวกัด-ข่วนแล้วไม่ได้รับการดูแลรักษาหรือเข้ารับฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างถูกต้อง โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ เกิดจากเชื้อไวรัสเรบี่ส์ สัตว์นำโรคได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด เช่น สุนัข แมว หนู กระรอก กระต่าย ลิง ค้างคาว หรือแม้กระทั่งสัตว์เศรษฐกิจ วัว ควาย แพะ แต่สัตว์นำโรคที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย คือ สุนัข การติดเชื้อจะเกิดจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อพิษสุนัขบ้ากัด ข่วน หรือถูกน้ำลายกระเด็นเข้าบาดแผล
โรคพิษสุนัขบ้านั้น ไม่มียารักษาให้หายได้ หากติดเชื้อและมีอาการแล้ว จะเสียชีวิตทุกราย ดังนั้นหากพบเห็นสัตว์ที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า คือ มีอาการหางตก เดินโซเซ น้ำลายย้อย ลิ้นห้อย ตาขวาง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือผู้นำชุมชน และให้ช่วยกันจับอย่างระมัดระวังอย่าให้ถูกกัดหรือข่วน จากนั้นกักสัตว์ไว้ดูอาการ 10 วัน หากสัตว์ตายให้นำหัวสัตว์หรือตัวสัตว์ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์ ต่อไป ในกรณีที่ถูกสุนัขบ้านหรือถูกสุนัขจรจัด แมว หรือสัตว์อื่นๆ กัด ให้รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อรักษาแผลสด เพื่อช่วยลดอัตราเกิดโรคหลังจากนั้นให้รีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้เร็วที่สุด เพื่อพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคจนครบตามที่แพทย์แนะนำ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
28 กันยายน 2558 นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (World Rabies Day) เน้นย้ำป่วยด้วยโรคพิษสุนัขบ้าเสียชีวิตทุกราย จึงขอรณรงค์ให้ประชาชนพาสุนัขของตนที่มีอายุ 2-3 เดือนขึ้นไป ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และฉีดเป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยงและเพื่อลดการเสียชีวิตของประชาชนจากโรคดังกล่าว ซึ่งจากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม?11 สิงหาคม 2558 มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว 4 ราย
นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อว่า กรมควบคุมโรคได้สำรวจทัศนคติความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพ ดีดีซีโพล (DDC Poll) เรื่อง?โรคพิษสุนัขบ้า?จากกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 3,024 ตัวอย่าง ช่วงอายุ 15 ปี ขึ้นไป ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และส่วนภูมิภาค 4 ภาค รวม 24 จังหวัด สำรวจในช่วงเดือนสิงหาคม 2558 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 1. ร้อยละ 41.4 คิดว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด สามารถป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ 2. ร้อยละ 40.9 คิดว่าสุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าต้องมีอาการดุร้ายทุกตัว 3. ร้อยละ 45.2 คิดว่าสุนัขที่วิ่งออกไปกัดกับสุนัขนอกบ้าน มีโอกาสติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ 4. ร้อยละ 49.0 คิดว่าลูกสุนัขอายุ 2-3 เดือน ต้องพาไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 5. ร้อยละ 40.7 คิดว่าสุนัขและแมว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเข็มเดียวสามารถป้องกันโรคได้ตลอดชีพ
6. ร้อยละ 43.3 พาสัตว์เลี้ยงไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าฉีดเป็นประจำทุกปีหรือฉีดตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ 7. ร้อยละ 39.6 ล้างแผล ใส่ยา ไปหาหมอเมื่อถูกสุนัข/แมวกัดหรือข่วนจนมีเลือดออก 8. ร้อยละ 40.4 ไม่แน่ใจต่ออาการของโรคพิษสุนัขบ้าสามารถรักษาให้หายได้ และร้อยละ 32.4 คิดว่า โรคพิษสุนัขบ้าป่วยแล้วรักษาให้หายได้ 9. ร้อยละ 62.6 คิดว่าการพาสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เป็นหน้าที่ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงและครอบครัว 10. ร้อยละ 49.4 ไม่เคยได้ยินวิธีป้องกันไม่ให้สุนัขกัดหรือทำร้าย 5 ย (อย่าแหย่, อย่าเหยียบ, อย่าแยก, อย่าหยิบ, อย่ายุ่ง กับสุนัขที่ไม่ปรากฏเจ้าของ หรือไม่ทราบประวัติ) 11. หากพบสุนัขหรือแมวมีอาการคล้ายโรคพิษสุนัขบ้า พบว่า ร้อยละ 32.1 จะแจ้งเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข
นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า กลุ่มตัวอย่างเพศหญิง อายุ 55-64 ปี การศึกษามัธยมต้น ไม่รู้ว่า ลูกสุนัข อายุ 2?3 เดือน ต้องพาไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า, กลุ่มตัวอย่างเพศชาย อายุ 25-34 ปี อาชีพรับจ้าง การศึกษาประถมหรือต่ำกว่า คิดว่า สุนัขและแมว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเข็มเดียวสามารถป้องกันโรคได้ตลอดชีพ, กลุ่มตัวอย่างที่คิดว่า สุนัขที่วิ่งออกไปกัดกับสุนัขนอกบ้านไม่มีโอกาสติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 55-64 ปี การศึกษาอนุปริญญา/ปวส., กลุ่มตัวอย่างที่คิดว่า โรคพิษสุนัขบ้าป่วยแล้วรักษาให้หายได้ ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 55-64 ปี การศึกษาประถมหรือต่ำกว่า และกลุ่มตัวอย่างเพศชาย ร้อยละ 5.7 และเพศหญิง ร้อยละ 4.5 ไม่คิดทำอะไร เมื่อถูกสุนัข/แมวกัดหรือข่วนจนมีเลือดออก ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า กรมควบคุมโรคจึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักและมีพฤติกรรมที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า
นายแพทย์โสภณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุส่วนใหญ่ของการเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากการถูกสุนัขหรือแมวกัด-ข่วนแล้วไม่ได้รับการดูแลรักษาหรือเข้ารับฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างถูกต้อง โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ เกิดจากเชื้อไวรัสเรบี่ส์ สัตว์นำโรคได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด เช่น สุนัข แมว หนู กระรอก กระต่าย ลิง ค้างคาว หรือแม้กระทั่งสัตว์เศรษฐกิจ วัว ควาย แพะ แต่สัตว์นำโรคที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย คือ สุนัข การติดเชื้อจะเกิดจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อพิษสุนัขบ้ากัด ข่วน หรือถูกน้ำลายกระเด็นเข้าบาดแผล
โรคพิษสุนัขบ้านั้น ไม่มียารักษาให้หายได้ หากติดเชื้อและมีอาการแล้ว จะเสียชีวิตทุกราย ดังนั้นหากพบเห็นสัตว์ที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า คือ มีอาการหางตก เดินโซเซ น้ำลายย้อย ลิ้นห้อย ตาขวาง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือผู้นำชุมชน และให้ช่วยกันจับอย่างระมัดระวังอย่าให้ถูกกัดหรือข่วน จากนั้นกักสัตว์ไว้ดูอาการ 10 วัน หากสัตว์ตายให้นำหัวสัตว์หรือตัวสัตว์ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์ ต่อไป ในกรณีที่ถูกสุนัขบ้านหรือถูกสุนัขจรจัด แมว หรือสัตว์อื่นๆ กัด ให้รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ใส่ยาฆ่าเชื้อรักษาแผลสด เพื่อช่วยลดอัตราเกิดโรคหลังจากนั้นให้รีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้เร็วที่สุด เพื่อพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคจนครบตามที่แพทย์แนะนำ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
กรมควบคุมโรค รณรงค์ประชาชนนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (216 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (215 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (221 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (241 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (277 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (276 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (246 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (242 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Applebot [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
