วารสาร The Lancet Infectious Diseases เผยผลวิจัยยา Lonafarnib
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
วารสาร The Lancet Infectious Diseases เผยผลวิจัยยา Lonafarnib
ปาโลอัลโต, แคลิฟอร์เนีย--21 ก.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
ไอเกอร์ ไบโอฟาร์มาซูติคัลส์ อินคอร์ปอเรทเต็ด (Eiger BioPharmaceuticals Incorporated) ประกาศผลการวิจัยตัวยา Lonafarnib ขั้น Phase 2a ครั้งแรก ในการรักษาผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ ดี (HDV) แบบเรื้อรัง การวิจัยดังกล่าวจัดทำขึ้นที่ศูนย์คลินิกของสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐ (NIH) ในเมืองเบเทสดา รัฐแมริแลนด์ โดยเป็นการทดลองแบบสุ่ม ปกปิดข้อมูลทั้งสองฝั่ง มีกลุ่มควบคุมที่กินยาหลอก และใช้ปริมาณยาแตกต่างกัน เพื่อประเมินผลจากการใช้ยา Lonafarnib 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 100 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง และขนาด 200 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง เป็นเวลาทั้งสิ้น 28 วัน
โลโก้ - http://photos.prnewswire.com/prnh/20141221/165715LOGO
"ศูนย์คลินิกของ NIH ได้ดำเนินการศึกษาจนเสร็จสิ้น และพบแนวทางที่สำคัญในการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ดี ซึ่งมักก่อให้เกิดโรคตับแข็งและภาวะอื่นๆที่เป็นอันตรายถึงชีวิต" นายแพทย์ธีโอ เฮลเลอร์ หัวหน้าคณะวิจัยจากสถาบันโรคเบาหวาน โรคระบบทางเดินอาหาร และโรคไตแห่งชาติ ในสังกัดของ NIH กล่าว "เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ผลการวิจัยครั้งนี้ได้เผยแพร่ในวารสาร The Lancet Infectious Diseases"
ผลวิจัยพบว่า ระดับของไวรัส HDV RNA ลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังผู้ป่วยได้รับยา Lonafarnib เป็นเวลา 28 วัน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก โดยอัตราการลดลงของไวรัส HDV RNA มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่มที่ได้รับยาขนาด 100 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง และขนาด 200 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (p = 0.03 และ <0.0001 ตามลำดับ) นอกจากนั้นยังพบว่า การปรับตัวลดลงของระดับไวรัส HDV RNA มีความสัมพันธ์กับระดับยา Lonafarnib อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือเป็นอีกหลักฐานที่บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพของ Lonafarnib ในการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ดี ชนิดเรื้อรัง ผลการวิจัยยังบ่งชี้ว่าร่างกายของผู้ป่วยยอมรับ Lonafarnib ได้ดี ส่วนอาการข้างเคียงไม่พึงประสงค์ที่พบได้มากที่สุดคืออาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร
"นี่เป็นการวิจัยครั้งแรกเพื่อประเมินตัวยา Lonafarnib ในการรักษาผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ ดี และเรายินดีเป็นอย่างยิ่งกับผลลัพธ์ที่ออกมา" เดวิด คอรี ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไอเกอร์ กล่าว "ไวรัสตับอักเสบ ดี เป็นโรคที่รุนแรงที่สุดในบรรดาโรคไวรัสตับอักเสบในมนุษย์ และจำเป็นต้องมียารักษา"
เกี่ยวกับ Lonafarnib
Lonafarnib เป็นสารที่จัดเรียงอนุภาคในขั้นสุดท้ายเพื่อยับยั้ง farnesyl transferase ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนผ่านทางกระบวนการเพิ่มโมเลกุลไม่ละลายน้ำในโปรตีน (prenylation) HDV จะอาศัยอยู่ในเซลล์โปรตีนนี้ในกระบวนการฟักเป็นตัวเต็มวัยในเซลล์ตับ Lonafarnib ยับยั้งไม่ให้เกิดกระบวนการเพิ่มโมเลกุลไม่ละลายน้ำในโปรตีนในการแบ่งตัวของ HDV ภายในเซลล์ตับและสกัดความสามารถในการแพร่ขยายตัวของไวรัส เนื่องจากการเพิ่มโมเลกุลไม่ละลายน้ำในโปรตีนเกิดขึ้นผ่านโฮสต์เอ็นไซม์ ในทางทฤษฎีแล้ว การรักษาด้วย Lonafarnib จึงเป็นการป้องกันไม่ให้ไวรัสเกิดการกลายพันธุ์และดื้อยา Lonafarnib ผ่านการรับรอง Orphan Drug Designation จากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) และหน่วยงานควบคุมยาของสหภาพยุโรป (EMA) รวมถึงการรับรอง Fast Track จาก US FDA อย่างไรก็ดี Lonafarnib ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้รักษา ทั้งนี้ Lonafarnib ได้รับใบอนุญาตจาก Merck Sharpe & Dohme Corp. (หรือที่รู้จักกันในนาม MSD นอกสหรัฐอเมริกาและแคนาดา)
เกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบ ดี
โรคไวรัสตับอักเสบ ดี เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ดี (HDV) ซึ่งถือเป็นไวรัสตับอักเสบชนิดรุนแรงที่สุดในมนุษย์ ไวรัสตับอักเสบ ดี เกิดขึ้นร่วมกับโรคไวรัสตับอักเสบ บี (HBV) เท่านั้น ส่งผลให้โรคตับมีความรุนแรงมากกว่าการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี เพียงชนิดเดียว และยังนำไปสู่การเกิดโรคตับแข็ง มะเร็งตับ และตับล้มเหลว โรคไวรัสตับอักเสบ ดี ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของผู้คนทั่วโลก โดยมีจำนวนผู้ป่วยทั่วโลกประมาณ 15 ล้านราย ขณะที่อัตราการติดเชื้อ HDV มีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคของโลก โดยมีรายงานผู้ติดเชื้อ HDV ทั่วโลกประมาณ 5-6% ของผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ บี ชนิดเรื้อรัง แต่ในบางภูมิภาค เช่น จีน มองโกเลีย รัสเซีย เอเชียกลาง ตุรกี แอฟริกา และอเมริกาใต้ พบอัตราการติดเชื้อ HDV ในสัดส่วนสูงถึง 70% ของกลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชิ้อ HBV
เกี่ยวกับ ไอเกอร์
ไอเกอร์เป็นบริษัทเอกชนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพที่มุ่งเน้นในเรื่องการวิจัย การพัฒนา และการทำตลาดนวัตกรรมการรักษาผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนา Lonafarnib เพื่อทำการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ดี (HDV) ซึ่งเป็นไวรัสตับอักเสบชนิดที่มีความรุนแรงมากที่สุด รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับไอเกอร์ รวมถึงงานวิจัยและพัฒนาของบริษัทได้ที่เว็บไซต์ www.eigerbio.com
ข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุน:
จิม แชฟเฟอร์
ไอเกอร์ ไบโอ อิงค์
โทร: +1-919-345-4256
อีเมล: jshaffer@eigerbio.com
ไอเกอร์ ไบโอฟาร์มาซูติคัลส์ อินคอร์ปอเรทเต็ด (Eiger BioPharmaceuticals Incorporated) ประกาศผลการวิจัยตัวยา Lonafarnib ขั้น Phase 2a ครั้งแรก ในการรักษาผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ ดี (HDV) แบบเรื้อรัง การวิจัยดังกล่าวจัดทำขึ้นที่ศูนย์คลินิกของสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐ (NIH) ในเมืองเบเทสดา รัฐแมริแลนด์ โดยเป็นการทดลองแบบสุ่ม ปกปิดข้อมูลทั้งสองฝั่ง มีกลุ่มควบคุมที่กินยาหลอก และใช้ปริมาณยาแตกต่างกัน เพื่อประเมินผลจากการใช้ยา Lonafarnib 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 100 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง และขนาด 200 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง เป็นเวลาทั้งสิ้น 28 วัน
โลโก้ - http://photos.prnewswire.com/prnh/20141221/165715LOGO
"ศูนย์คลินิกของ NIH ได้ดำเนินการศึกษาจนเสร็จสิ้น และพบแนวทางที่สำคัญในการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ดี ซึ่งมักก่อให้เกิดโรคตับแข็งและภาวะอื่นๆที่เป็นอันตรายถึงชีวิต" นายแพทย์ธีโอ เฮลเลอร์ หัวหน้าคณะวิจัยจากสถาบันโรคเบาหวาน โรคระบบทางเดินอาหาร และโรคไตแห่งชาติ ในสังกัดของ NIH กล่าว "เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ผลการวิจัยครั้งนี้ได้เผยแพร่ในวารสาร The Lancet Infectious Diseases"
ผลวิจัยพบว่า ระดับของไวรัส HDV RNA ลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังผู้ป่วยได้รับยา Lonafarnib เป็นเวลา 28 วัน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก โดยอัตราการลดลงของไวรัส HDV RNA มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่มที่ได้รับยาขนาด 100 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง และขนาด 200 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (p = 0.03 และ <0.0001 ตามลำดับ) นอกจากนั้นยังพบว่า การปรับตัวลดลงของระดับไวรัส HDV RNA มีความสัมพันธ์กับระดับยา Lonafarnib อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งถือเป็นอีกหลักฐานที่บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพของ Lonafarnib ในการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ดี ชนิดเรื้อรัง ผลการวิจัยยังบ่งชี้ว่าร่างกายของผู้ป่วยยอมรับ Lonafarnib ได้ดี ส่วนอาการข้างเคียงไม่พึงประสงค์ที่พบได้มากที่สุดคืออาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร
"นี่เป็นการวิจัยครั้งแรกเพื่อประเมินตัวยา Lonafarnib ในการรักษาผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ ดี และเรายินดีเป็นอย่างยิ่งกับผลลัพธ์ที่ออกมา" เดวิด คอรี ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไอเกอร์ กล่าว "ไวรัสตับอักเสบ ดี เป็นโรคที่รุนแรงที่สุดในบรรดาโรคไวรัสตับอักเสบในมนุษย์ และจำเป็นต้องมียารักษา"
เกี่ยวกับ Lonafarnib
Lonafarnib เป็นสารที่จัดเรียงอนุภาคในขั้นสุดท้ายเพื่อยับยั้ง farnesyl transferase ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนผ่านทางกระบวนการเพิ่มโมเลกุลไม่ละลายน้ำในโปรตีน (prenylation) HDV จะอาศัยอยู่ในเซลล์โปรตีนนี้ในกระบวนการฟักเป็นตัวเต็มวัยในเซลล์ตับ Lonafarnib ยับยั้งไม่ให้เกิดกระบวนการเพิ่มโมเลกุลไม่ละลายน้ำในโปรตีนในการแบ่งตัวของ HDV ภายในเซลล์ตับและสกัดความสามารถในการแพร่ขยายตัวของไวรัส เนื่องจากการเพิ่มโมเลกุลไม่ละลายน้ำในโปรตีนเกิดขึ้นผ่านโฮสต์เอ็นไซม์ ในทางทฤษฎีแล้ว การรักษาด้วย Lonafarnib จึงเป็นการป้องกันไม่ให้ไวรัสเกิดการกลายพันธุ์และดื้อยา Lonafarnib ผ่านการรับรอง Orphan Drug Designation จากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) และหน่วยงานควบคุมยาของสหภาพยุโรป (EMA) รวมถึงการรับรอง Fast Track จาก US FDA อย่างไรก็ดี Lonafarnib ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้รักษา ทั้งนี้ Lonafarnib ได้รับใบอนุญาตจาก Merck Sharpe & Dohme Corp. (หรือที่รู้จักกันในนาม MSD นอกสหรัฐอเมริกาและแคนาดา)
เกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบ ดี
โรคไวรัสตับอักเสบ ดี เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ดี (HDV) ซึ่งถือเป็นไวรัสตับอักเสบชนิดรุนแรงที่สุดในมนุษย์ ไวรัสตับอักเสบ ดี เกิดขึ้นร่วมกับโรคไวรัสตับอักเสบ บี (HBV) เท่านั้น ส่งผลให้โรคตับมีความรุนแรงมากกว่าการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี เพียงชนิดเดียว และยังนำไปสู่การเกิดโรคตับแข็ง มะเร็งตับ และตับล้มเหลว โรคไวรัสตับอักเสบ ดี ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของผู้คนทั่วโลก โดยมีจำนวนผู้ป่วยทั่วโลกประมาณ 15 ล้านราย ขณะที่อัตราการติดเชื้อ HDV มีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคของโลก โดยมีรายงานผู้ติดเชื้อ HDV ทั่วโลกประมาณ 5-6% ของผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ บี ชนิดเรื้อรัง แต่ในบางภูมิภาค เช่น จีน มองโกเลีย รัสเซีย เอเชียกลาง ตุรกี แอฟริกา และอเมริกาใต้ พบอัตราการติดเชื้อ HDV ในสัดส่วนสูงถึง 70% ของกลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชิ้อ HBV
เกี่ยวกับ ไอเกอร์
ไอเกอร์เป็นบริษัทเอกชนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพที่มุ่งเน้นในเรื่องการวิจัย การพัฒนา และการทำตลาดนวัตกรรมการรักษาผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนา Lonafarnib เพื่อทำการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ดี (HDV) ซึ่งเป็นไวรัสตับอักเสบชนิดที่มีความรุนแรงมากที่สุด รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับไอเกอร์ รวมถึงงานวิจัยและพัฒนาของบริษัทได้ที่เว็บไซต์ www.eigerbio.com
ข้อมูลติดต่อสำหรับนักลงทุน:
จิม แชฟเฟอร์
ไอเกอร์ ไบโอ อิงค์
โทร: +1-919-345-4256
อีเมล: jshaffer@eigerbio.com
วารสาร The Lancet Infectious Diseases เผยผลวิจัยยา Lonafarnib
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (13 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
