สธ. ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมรับมือโรคไวรัสเมอร์สใน รพ.เอกชน
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
สธ. ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมรับมือโรคไวรัสเมอร์สใน รพ.เอกชน
สธ. ลงพื้นที่ตรวจสอบการเตรียมความพร้อมรับมือการแพร่ระบาดโรคไวรัสเมอร์สในโรง พยาบาลเอกชน เดินหน้าสร้างความมั่นใจแก่คนไทยและชาวต่างชาติ
กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลเอกชน ตรวจสอบมาตรการการป้องกัน แนวทาง และการคัดแยกผู้ที่มีความเสี่ยงให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคเมอร์ส สร้างความมั่นใจให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (24 มิถุนายน 2558) พร้อมด้วย นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมรับมือการแพร่ระบาดโรคเมอร์ส (MERS) ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีชาวต่างชาติมารับบริการเป็นจำนวนมาก เพื่อตรวจการเตรียมความพร้อม การเฝ้าระวัง การวินิจฉัย การดูแลรักษาพยาบาล ทั้งแพทย์และบุคลากร ห้องแยกควบคุมโรค (Isolation room) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เบื้องต้นพบว่าโรงพยาบาลได้มีการเตรียมความพร้อม อย่างเข้มข้น คือ มีการเปิดประตูทางเข้าโรงพยาบาลเพียงทางเดียวเพื่อคัดกรองผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยทุกคนจะต้องผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนบริเวณประตูทางเข้าโรงพยาบาลหากพบผู้ต้องสงสัยจะนำผู้ป่วยออกบริเวณด้านนอกซึ่งมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก และส่งต่อไปยังแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลซึ่งมีห้องแยกควบคุมโรค (Isolation room) เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ และควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสซึ่งหากตรวจพบผู้ป่วยมีการติดเชื้อไวรัสเมอร์สจะนำส่งไปยังห้องควบคุมการแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ (Negative pressure) เพื่อทำการรักษา และแจ้งให้ทางกระทรวงสาธารณสุขทราบทันที
ด้าน น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำถึง 3 มาตรการ การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเมอร์ส (MERS) อย่างเคร่งครัด ดังนี้ 1.การติดป้ายแสดงข้อความผู้เข้าข่ายต้องสงสัยโรคเมอร์ส เพื่อแจ้งเตือนประชาชน และเจ้าหน้าที่ให้เห็นได้ชัดเจนในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน 2.จัดตั้งหน่วยคัดกรองต้องมีระบบ One Stop Service เป็นช่องทางเฉพาะ แยกจากผู้ป่วยนอกทั่วไปหรือห้องฉุกเฉิน ให้บริการสำหรับผู้ที่เข้าข่ายต้องสงสัย โดยมีเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย ที่จุดบริการเป็นต้น 3.สถานพยาบาลเอกชนที่มีการนัดหมายผู้ป่วยจากต่างประเทศที่มีภาวะระบาดอยู่ ให้มีกระบวนการคัดกรองจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด หรือหากมีข้อสงสัยให้งดรับผู้ป่วยดังกล่าวในระยะนี้ 4.การส่งต่อและการรายงานผู้ป่วย ในกรณีที่มีผู้ป่วยต้องสงสัยและเข้าเกณฑ์ควรมีการเฝ้าระวังเข้มงวดโดยประสานสายด่วน กรมควบคุมโรค 1422 เพื่อจัดระบบส่งต่อไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยเดินทางไปรับการรักษาต่อด้วยตนเอง หากสถานพยาบาลเอกชนใดฝ่าฝืนจะมีความคิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ และพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป
นอกจากนี้ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอย้ำถึงข้อปฏิบัติสำหรับ ผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีทางศาสนา(ฮัจย์) และผู้ที่จำเป็นผู้เดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง เช่น ประเทศซาอุดิอาระเบีย สาธารณรัฐเกาหลี โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตวาย และผู้สูงอายุ ดังนี้ 1.ควรหลีกเลี่ยงหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หรือผู้ที่มีอาการไอ จาม 2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า เช่น อูฐ 3.หากตนเองหรือผู้ใกล้ชิด มีอาการไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก และเจ็บคอ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสคลุกคลีกับบุคคลอื่น ควรสวมหน้ากากอนามัย เน้นมาตรการกินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค และควรพบแพทย์ทันที
ข่าว ? กลุ่มประชาสัมพันธ์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สธ.
กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลเอกชน ตรวจสอบมาตรการการป้องกัน แนวทาง และการคัดแยกผู้ที่มีความเสี่ยงให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคเมอร์ส สร้างความมั่นใจให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (24 มิถุนายน 2558) พร้อมด้วย นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมรับมือการแพร่ระบาดโรคเมอร์ส (MERS) ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีชาวต่างชาติมารับบริการเป็นจำนวนมาก เพื่อตรวจการเตรียมความพร้อม การเฝ้าระวัง การวินิจฉัย การดูแลรักษาพยาบาล ทั้งแพทย์และบุคลากร ห้องแยกควบคุมโรค (Isolation room) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เบื้องต้นพบว่าโรงพยาบาลได้มีการเตรียมความพร้อม อย่างเข้มข้น คือ มีการเปิดประตูทางเข้าโรงพยาบาลเพียงทางเดียวเพื่อคัดกรองผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยทุกคนจะต้องผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนบริเวณประตูทางเข้าโรงพยาบาลหากพบผู้ต้องสงสัยจะนำผู้ป่วยออกบริเวณด้านนอกซึ่งมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก และส่งต่อไปยังแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลซึ่งมีห้องแยกควบคุมโรค (Isolation room) เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ และควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสซึ่งหากตรวจพบผู้ป่วยมีการติดเชื้อไวรัสเมอร์สจะนำส่งไปยังห้องควบคุมการแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ (Negative pressure) เพื่อทำการรักษา และแจ้งให้ทางกระทรวงสาธารณสุขทราบทันที
ด้าน น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำถึง 3 มาตรการ การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเมอร์ส (MERS) อย่างเคร่งครัด ดังนี้ 1.การติดป้ายแสดงข้อความผู้เข้าข่ายต้องสงสัยโรคเมอร์ส เพื่อแจ้งเตือนประชาชน และเจ้าหน้าที่ให้เห็นได้ชัดเจนในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน 2.จัดตั้งหน่วยคัดกรองต้องมีระบบ One Stop Service เป็นช่องทางเฉพาะ แยกจากผู้ป่วยนอกทั่วไปหรือห้องฉุกเฉิน ให้บริการสำหรับผู้ที่เข้าข่ายต้องสงสัย โดยมีเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย ที่จุดบริการเป็นต้น 3.สถานพยาบาลเอกชนที่มีการนัดหมายผู้ป่วยจากต่างประเทศที่มีภาวะระบาดอยู่ ให้มีกระบวนการคัดกรองจากต่างประเทศอย่างเข้มงวด หรือหากมีข้อสงสัยให้งดรับผู้ป่วยดังกล่าวในระยะนี้ 4.การส่งต่อและการรายงานผู้ป่วย ในกรณีที่มีผู้ป่วยต้องสงสัยและเข้าเกณฑ์ควรมีการเฝ้าระวังเข้มงวดโดยประสานสายด่วน กรมควบคุมโรค 1422 เพื่อจัดระบบส่งต่อไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยเดินทางไปรับการรักษาต่อด้วยตนเอง หากสถานพยาบาลเอกชนใดฝ่าฝืนจะมีความคิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ และพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป
นอกจากนี้ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอย้ำถึงข้อปฏิบัติสำหรับ ผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีทางศาสนา(ฮัจย์) และผู้ที่จำเป็นผู้เดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง เช่น ประเทศซาอุดิอาระเบีย สาธารณรัฐเกาหลี โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตวาย และผู้สูงอายุ ดังนี้ 1.ควรหลีกเลี่ยงหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ หรือผู้ที่มีอาการไอ จาม 2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า เช่น อูฐ 3.หากตนเองหรือผู้ใกล้ชิด มีอาการไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก และเจ็บคอ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสคลุกคลีกับบุคคลอื่น ควรสวมหน้ากากอนามัย เน้นมาตรการกินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค และควรพบแพทย์ทันที
ข่าว ? กลุ่มประชาสัมพันธ์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สธ.
สธ. ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมรับมือโรคไวรัสเมอร์สใน รพ.เอกชน
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (270 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (262 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (269 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (284 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (321 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (316 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (285 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (279 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
