อย่าปล่อยให้ยุงฆาตกร (ร้อยศพ) ไข้เลือดออกลอยนวล แนะประชาชน รุมตัดตอนวงจรชีวิตยุ
- pr_dpc9 ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 ก.ย. 2011 3:14 am
อย่าปล่อยให้ยุงฆาตกร (ร้อยศพ) ไข้เลือดออกลอยนวล แนะประชาชน รุมตัดตอนวงจรชีวิตยุ
อย่าปล่อยให้ยุงฆาตกร (ร้อยศพ) ไข้เลือดออกลอยนวล แนะประชาชน รุมตัดตอนวงจรชีวิตยุงลายด้วย 5 ป.ก่อนโศกนาฏกรรมบทใหม่จะเริ่ม
เมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม 2555 เภสัชกรเชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค เผยว่า จากสภาพภูมิอากาศและภูมิศาสตร์ของประเทศไทยเป็นเขตร้อนชื้น มีอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หลายพื้นที่ช่วงนี้มีฝนตก หรือในบางพื้นที่มีพายุฝนเข้า ทำให้มีน้ำขังนิ่งเอื้ออำนวยต่อการเกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายตามธรรมชาติ ซึ่งยุงชนิดที่เป็นพาะหะนำโรคไข้เลือดออกในประเทศไทยได้แก่ ยุงลายบ้าน เป็นพาหะหลัก และยุงลายสวนเป็นพาหะรอง
โรคไข้เลือดออกที่พบในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ จึงเรียกชื่อว่าเดงกี่ฮีโมราจิคฟีเวอร์ ( Dengue Haemorrhagic Fever, DHF) ซึ่งไวรัสเดงกี่นี้มี 4 ชนิด และมีภูมิคุ้มกัน ของกลุ่มบางชนิดร่วมกัน เมื่อมีการติดเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่งแล้ว จะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสนั้นอย่างถาวรตลอดชีวิต แต่จะมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกี่อีก 3 ชนิด ในช่วงระยะสั้นๆประมาณ 6-12 เดือน หรืออาจสั้นกว่านั้น ดังนั้นผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มียุงลายชุกชุมอาจมีการติดเชื้อ 3 หรือ 4 ครั้งได้
ในแต่ละปีประเทศไทยพบผู้ป่วยไข้เลือดออกกว่า 6 หมื่นคน และเสียชีวิตหลักร้อยคน จากการรายงานทางระบาดวิทยา พบว่าสถานการณ์โรคนี้ในประเทศไทยปี 2555 นี้มีแนวโน้มสูงผิดปกติ ทั้งนี้มีผู้ป่วยสูงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2555 มีผู้ป่วยแล้ว 17,086 ราย เสียชีวิต 18 ราย ถือว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อน และพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีแนวโน้มอยู่ในกลุ่มอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป (วัยผู้ใหญ่) โดยมีผู้เสียชีวิตในวัยผู้ใหญ่ 9 ราย ซึ่งมีแนวโน้มว่าปีนี้การระบาดและความรุนแรงของโรคจะเพิ่มมากขึ้นโดยกระจายอยู่ในทั่วทุกภาคของประเทศ
โรคไข้เลือดออกมักเกิดกับเด็กโตหรือผู้ใหญ่คือ ไข้เดงกี่ อาจมีอาการไม่รุนแรง มีอาการไข้ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดรอบกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก และมีผื่น บางรายอาจมีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีเม็ดเลือดขาวต่ำได้ ในผู้ใหญ่เมื่อหายจากเป็นโรคแล้วจะมีอาการต่อเนื่องอยู่ โดยทั่วไปแล้วไม่สามารถวินิจฉัยจากการตรวจเลือดได้ ต้องอาศัยการตรวจทางน้ำเหลือง
เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนดูแล ป้องกัน โรคไข้เลือดออกได้ด้วยตนเอง จึงแนะนำประชาชนให้เดินหน้ารณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ตัดตอนวงจรชีวิต เน้นย้ำ มาตรการ ? 5 ป.ปราบยุงลาย ? ได้แก่ ปิด เปลี่ยน ปล่อย ปรับ ปฏิบัติ โดยมีวิธีทำได้ง่าย ๆ คือ
1. ปิด ปิดภาชนะขังน้ำให้มิดชิด ป้องกันยุงลายลงไปวางไข่
2. เปลี่ยน เปลี่ยนน้ำในแจกัน ถังเก็บน้ำ ทุก 7 วันที่ตรงกันทั้งชุมชนเพื่อตัดวงจรลูกน้ำที่จะกลายเป็นยุง
3. ปล่อย ปล่อยปลากินลูกน้ำในภาชนะใส่น้ำถาวร
4. ปรับ ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ปลอดโปร่ง โล่งสะอาด ลมพัดผ่าน ไม่เป็นที่เกาะพักของยุงลาย
5. ปฏิบัติเป็นประจำจนเป็นนิสัย ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอตลอดไป
เภสัชกรเชิดเกียรติ กล่าวแนะนำต่อว่า หากสงสัยบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก ไข้สูงลอยสูง 39-40 องศาเซลเซียส นานเกิน 2 วัน ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน ซึม เบื่ออาหาร หน้าแดง คอแดง ปวดศีรษะหรือปวดกระบอกตา อาจพบจุดเลือดที่ผิวหนัง กดเจ็บชายโครงด้านขวา มักไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ให้สงสัยเป็นโรคไข้เลือดออก และโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง อย่างเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ใหญ่ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออก หากมีมีอาการตามข้างต้นให้รีบไปรับการตรวจรักษาที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทันที จะทำให้ป้องกันและลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกได้ หรือหากประชาชนมีข้อสงสัยเรื่องโรคไข้เลือดออกสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ข้อความหลัก " 5 ป.ปราบยุงลาย เก็บให้เกลี้ยง ไม่เลี้ยงยุงลาย ทำลายแหล่งเพาะพันธ์ ป้องกันไข้เลือดออก?
กรมควบคุมโรค ห่วงใย อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี
ที่มา http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd/news/2555/07_05_dhf.html
เมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม 2555 เภสัชกรเชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค เผยว่า จากสภาพภูมิอากาศและภูมิศาสตร์ของประเทศไทยเป็นเขตร้อนชื้น มีอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หลายพื้นที่ช่วงนี้มีฝนตก หรือในบางพื้นที่มีพายุฝนเข้า ทำให้มีน้ำขังนิ่งเอื้ออำนวยต่อการเกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายตามธรรมชาติ ซึ่งยุงชนิดที่เป็นพาะหะนำโรคไข้เลือดออกในประเทศไทยได้แก่ ยุงลายบ้าน เป็นพาหะหลัก และยุงลายสวนเป็นพาหะรอง
โรคไข้เลือดออกที่พบในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ จึงเรียกชื่อว่าเดงกี่ฮีโมราจิคฟีเวอร์ ( Dengue Haemorrhagic Fever, DHF) ซึ่งไวรัสเดงกี่นี้มี 4 ชนิด และมีภูมิคุ้มกัน ของกลุ่มบางชนิดร่วมกัน เมื่อมีการติดเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่งแล้ว จะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสนั้นอย่างถาวรตลอดชีวิต แต่จะมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเดงกี่อีก 3 ชนิด ในช่วงระยะสั้นๆประมาณ 6-12 เดือน หรืออาจสั้นกว่านั้น ดังนั้นผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มียุงลายชุกชุมอาจมีการติดเชื้อ 3 หรือ 4 ครั้งได้
ในแต่ละปีประเทศไทยพบผู้ป่วยไข้เลือดออกกว่า 6 หมื่นคน และเสียชีวิตหลักร้อยคน จากการรายงานทางระบาดวิทยา พบว่าสถานการณ์โรคนี้ในประเทศไทยปี 2555 นี้มีแนวโน้มสูงผิดปกติ ทั้งนี้มีผู้ป่วยสูงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2555 มีผู้ป่วยแล้ว 17,086 ราย เสียชีวิต 18 ราย ถือว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อน และพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีแนวโน้มอยู่ในกลุ่มอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป (วัยผู้ใหญ่) โดยมีผู้เสียชีวิตในวัยผู้ใหญ่ 9 ราย ซึ่งมีแนวโน้มว่าปีนี้การระบาดและความรุนแรงของโรคจะเพิ่มมากขึ้นโดยกระจายอยู่ในทั่วทุกภาคของประเทศ
โรคไข้เลือดออกมักเกิดกับเด็กโตหรือผู้ใหญ่คือ ไข้เดงกี่ อาจมีอาการไม่รุนแรง มีอาการไข้ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดรอบกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก และมีผื่น บางรายอาจมีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีเม็ดเลือดขาวต่ำได้ ในผู้ใหญ่เมื่อหายจากเป็นโรคแล้วจะมีอาการต่อเนื่องอยู่ โดยทั่วไปแล้วไม่สามารถวินิจฉัยจากการตรวจเลือดได้ ต้องอาศัยการตรวจทางน้ำเหลือง
เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนดูแล ป้องกัน โรคไข้เลือดออกได้ด้วยตนเอง จึงแนะนำประชาชนให้เดินหน้ารณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ตัดตอนวงจรชีวิต เน้นย้ำ มาตรการ ? 5 ป.ปราบยุงลาย ? ได้แก่ ปิด เปลี่ยน ปล่อย ปรับ ปฏิบัติ โดยมีวิธีทำได้ง่าย ๆ คือ
1. ปิด ปิดภาชนะขังน้ำให้มิดชิด ป้องกันยุงลายลงไปวางไข่
2. เปลี่ยน เปลี่ยนน้ำในแจกัน ถังเก็บน้ำ ทุก 7 วันที่ตรงกันทั้งชุมชนเพื่อตัดวงจรลูกน้ำที่จะกลายเป็นยุง
3. ปล่อย ปล่อยปลากินลูกน้ำในภาชนะใส่น้ำถาวร
4. ปรับ ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ปลอดโปร่ง โล่งสะอาด ลมพัดผ่าน ไม่เป็นที่เกาะพักของยุงลาย
5. ปฏิบัติเป็นประจำจนเป็นนิสัย ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอตลอดไป
เภสัชกรเชิดเกียรติ กล่าวแนะนำต่อว่า หากสงสัยบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก ไข้สูงลอยสูง 39-40 องศาเซลเซียส นานเกิน 2 วัน ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน ซึม เบื่ออาหาร หน้าแดง คอแดง ปวดศีรษะหรือปวดกระบอกตา อาจพบจุดเลือดที่ผิวหนัง กดเจ็บชายโครงด้านขวา มักไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ให้สงสัยเป็นโรคไข้เลือดออก และโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง อย่างเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ใหญ่ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออก หากมีมีอาการตามข้างต้นให้รีบไปรับการตรวจรักษาที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทันที จะทำให้ป้องกันและลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกได้ หรือหากประชาชนมีข้อสงสัยเรื่องโรคไข้เลือดออกสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ข้อความหลัก " 5 ป.ปราบยุงลาย เก็บให้เกลี้ยง ไม่เลี้ยงยุงลาย ทำลายแหล่งเพาะพันธ์ ป้องกันไข้เลือดออก?
กรมควบคุมโรค ห่วงใย อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี
ที่มา http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd/news/2555/07_05_dhf.html
อย่าปล่อยให้ยุงฆาตกร (ร้อยศพ) ไข้เลือดออกลอยนวล แนะประชาชน รุมตัดตอนวงจรชีวิตยุ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (3 views)
- เปิดรายชื่อ Premium Clinic ด้านทันตกรรม เพิ่มทางเลือกประชาชน เข้าถึงบริการทันตกรรมเฉพาะทางคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม (2 views)
- เปิด “คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ครบวงจร” One Stop Service เพิ่มทางเลือกดูแลสุขภาพก่อนป่วย ด้วยราคาประชาชนเข้าถึงได้ (1 views)
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,183 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (31 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (8 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (9 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (15 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
