เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:14 pm
เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา
โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) แนะนำเรื่องต้องรู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา เพื่อรักษาเลนส์ที่ขุ่นเป็นฝ้า หรือเพื่อควบคุมอาการ โรคทางจอตา เช่น เบาหวานขึ้นจอตา ต้อหิน เลสิก ฯลฯ เป็นต้น
นพ.พงษ์ศักดิ์ นิติการุญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ในยุคปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างมาก การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตเป็นเวลานานติดต่อกัน รวมถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มลภาวะ ฝุ่นละออง และแสงแดด ส่งผลให้ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาและอัตราการเกิดโรคตาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นภาวะสายตาผิดปกติ (สั้น ยาว เอียง) โรคตาแห้ง โรคต้อชนิดต่างๆ หรือโรคทางจอตาจากพฤติกรรมและการเสื่อมตามวัย การดูแลสุขภาพดวงตาและการรู้เท่าทันความเสี่ยงจึงเป็น สิ่งสำคัญที่จะช่วยปกป้องการมองเห็นให้อยู่กับเราไปได้นานที่สุด
นพ.กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผอ.รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า สาเหตุหลักของปัญหาทางตาและความเสื่อมของดวงตาในปัจจุบันมาจากหลายปัจจัยร่วมกันได้แก่ พฤติกรรมการใช้สายตา การเพ่งมองหน้าจอดิจิทัลนานๆ ทำให้กะพริบตาลดลง ส่งผลให้เกิดอาการตาแห้ง ระคายเคืองตา และกล้ามเนื้อตาทำงานหนัก ความเสื่อมตามวัย โครงสร้างดวงตาและเลนส์ตาเสื่อมสภาพไป ตามอายุที่เพิ่มขึ้น โรคประจำตัว โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน (เสี่ยงเกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอตา) ความดันโลหิตสูง และโรคภูมิแพ้ที่มีผลกระทบต่อเยื่อบุตา ปัจจัยภายนอก การสัมผัสรังสี UV จากแสงแดด ฝุ่นควัน มลพิษ หรือการใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่ถูกสุขลักษณะจนเกิดการติดเชื้อและ การอักเสบเรื้อรัง
สิ่งที่ควรรู้และการปฏิบัติตัวเมื่อจักษุแพทย์แนะนำให้ยิงเลเซอร์รักษาโรคทางตา การยิงเลเซอร์เป็นหัตถการที่ปลอดภัยและทำในห้องหัตถการของแผนกผู้ป่วยนอกจักษุ
1.การเตรียมตัวก่อนไปโรงพยาบาล
1) ห้ามขับรถมาเอง ควรมีญาติหรือผู้ติดตามมาด้วย เนื่องจากก่อนทำเลเซอร์ผู้ป่วยจะได้รับการหยอดยาขยายหรือหดม่านตา ซึ่งจะทำให้ตาพร่ามัวและสู้แสงไม่ได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง
2) รับประทานอาหารและยาประจำตัวตามปกติ หากรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ไม่จำเป็นต้องหยุดยา (ยกเว้นแพทย์สั่ง) แต่ควรแจ้งให้จักษุแพทย์และพยาบาลทราบล่วงหน้า รวมถึงแจ้งโรคประจำตัวอื่น ๆเพื่อเฝ้าระวังภาวะเสี่ยง
3) เตรียมแว่นกันแดดไปด้วย เพื่อใส่กรองแสงหลังยิงเลเซอร์และต้องออกสู่ที่มีแสงจ้า
2.การปฏิบัติตัวขณะเลเซอร์ตา
1) ท่านจะได้รับการวัดค่าสายตา ความดันลูกตา และหยอดยาขยายหรือหดม่านตา หยอดยาชาก่อนยิงเลเซอร์
2) ขณะยิงเลเซอร์ ผู้ป่วยนั่งหน้าเครื่องเลเซอร์โดยวางคางบนแท่นและหน้าผากชิดที่กั้น ในท่าที่ผ่อนคลาย ไม่เกร็ง ลืมตาทั้งสองข้างและมองตามตำแหน่งที่จักษุแพทย์แนะนำ ห้ามกลอกตาไปมา เพราะอาจทำให้แสงเลเซอร์โดนจุดรับภาพชัดได้ หากมีอาการผิดปกติ รู้สึกหน้ามืด เวียนศีรษะ อยากไอหรือจาม ให้ส่งสัญญาณบอกจักษุแพทย์ทันที เพื่อพักการยิงเลเซอร์ชั่วคราว
3.การปฏิบัติหลังยิงเลเซอร์ตา
1) ห้ามขยี้ตาข้างที่ทำเลเซอร์อย่างน้อย 30 นาทีแรกเนื่องจากตายังชาอยู่อาจทำให้กระจกตาถลอกเป็นแผลได้
2) อาการตามัวจากการหยอดยาขยายหรือหดม่านตา จะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 6-8 ชั่วโมง
3) สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอื่นๆได้ตามปกติ
4) อาการผิดปกติที่ควรรีบไปพบจักษุแพทย์โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด เช่น ปวดตาอย่างรุนแรง (ทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น) ตาแดงมากขึ้น หรือสายตามัวลงจากเดิมอย่างเฉียบพลัน

นพ.กิตติวัฒน์ มะโนจันทร์ ผอ.รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า สาเหตุหลักของปัญหาทางตาและความเสื่อมของดวงตาในปัจจุบันมาจากหลายปัจจัยร่วมกันได้แก่ พฤติกรรมการใช้สายตา การเพ่งมองหน้าจอดิจิทัลนานๆ ทำให้กะพริบตาลดลง ส่งผลให้เกิดอาการตาแห้ง ระคายเคืองตา และกล้ามเนื้อตาทำงานหนัก ความเสื่อมตามวัย โครงสร้างดวงตาและเลนส์ตาเสื่อมสภาพไป ตามอายุที่เพิ่มขึ้น โรคประจำตัว โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน (เสี่ยงเกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอตา) ความดันโลหิตสูง และโรคภูมิแพ้ที่มีผลกระทบต่อเยื่อบุตา ปัจจัยภายนอก การสัมผัสรังสี UV จากแสงแดด ฝุ่นควัน มลพิษ หรือการใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่ถูกสุขลักษณะจนเกิดการติดเชื้อและ การอักเสบเรื้อรัง
สิ่งที่ควรรู้และการปฏิบัติตัวเมื่อจักษุแพทย์แนะนำให้ยิงเลเซอร์รักษาโรคทางตา การยิงเลเซอร์เป็นหัตถการที่ปลอดภัยและทำในห้องหัตถการของแผนกผู้ป่วยนอกจักษุ
1.การเตรียมตัวก่อนไปโรงพยาบาล
1) ห้ามขับรถมาเอง ควรมีญาติหรือผู้ติดตามมาด้วย เนื่องจากก่อนทำเลเซอร์ผู้ป่วยจะได้รับการหยอดยาขยายหรือหดม่านตา ซึ่งจะทำให้ตาพร่ามัวและสู้แสงไม่ได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง
2) รับประทานอาหารและยาประจำตัวตามปกติ หากรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ไม่จำเป็นต้องหยุดยา (ยกเว้นแพทย์สั่ง) แต่ควรแจ้งให้จักษุแพทย์และพยาบาลทราบล่วงหน้า รวมถึงแจ้งโรคประจำตัวอื่น ๆเพื่อเฝ้าระวังภาวะเสี่ยง
3) เตรียมแว่นกันแดดไปด้วย เพื่อใส่กรองแสงหลังยิงเลเซอร์และต้องออกสู่ที่มีแสงจ้า
2.การปฏิบัติตัวขณะเลเซอร์ตา
1) ท่านจะได้รับการวัดค่าสายตา ความดันลูกตา และหยอดยาขยายหรือหดม่านตา หยอดยาชาก่อนยิงเลเซอร์
2) ขณะยิงเลเซอร์ ผู้ป่วยนั่งหน้าเครื่องเลเซอร์โดยวางคางบนแท่นและหน้าผากชิดที่กั้น ในท่าที่ผ่อนคลาย ไม่เกร็ง ลืมตาทั้งสองข้างและมองตามตำแหน่งที่จักษุแพทย์แนะนำ ห้ามกลอกตาไปมา เพราะอาจทำให้แสงเลเซอร์โดนจุดรับภาพชัดได้ หากมีอาการผิดปกติ รู้สึกหน้ามืด เวียนศีรษะ อยากไอหรือจาม ให้ส่งสัญญาณบอกจักษุแพทย์ทันที เพื่อพักการยิงเลเซอร์ชั่วคราว
3.การปฏิบัติหลังยิงเลเซอร์ตา
1) ห้ามขยี้ตาข้างที่ทำเลเซอร์อย่างน้อย 30 นาทีแรกเนื่องจากตายังชาอยู่อาจทำให้กระจกตาถลอกเป็นแผลได้
2) อาการตามัวจากการหยอดยาขยายหรือหดม่านตา จะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 6-8 ชั่วโมง
3) สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอื่นๆได้ตามปกติ
4) อาการผิดปกติที่ควรรีบไปพบจักษุแพทย์โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด เช่น ปวดตาอย่างรุนแรง (ทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น) ตาแดงมากขึ้น หรือสายตามัวลงจากเดิมอย่างเฉียบพลัน
เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (13 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (75 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (78 views)
- รู้จักถังขยะ 5 สี แยกขยะ 5 ประเภท แยกถูกถัง ลดขยะ ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (80 views)
- รู้ทัน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) รู้ไว โอกาสหายขาดได้สูง (75 views)
- แพทย์เตือน จุดรับภาพชัดเสื่อม ภัยเงียบผู้สูงวัย “รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดเสี่ยงสูญเสียการมองเห็น” (67 views)
- ผู้ประกอบกิจการรู้ทัน Mpox (โรคฝีดาษวานร) สังเกตเร็ว • จัดการถูก • ลดการแพร่เชื้อ • ไม่ตีตราพนักงาน (122 views)
- ไข้เลือดออก อย่าชะล่าใจ สังเกตอาการเตือนอันตราย หากมีอาการเหล่านี้ 3-7 วัน หลังเริ่มป่วย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที! (100 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน
