สภากายภาพบำบัดชี้ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองกว่า 70% ยังไม่ได้กายภาพบำบัดตามเกณฑ์ เสนอ 4 มาตรการรับสังคมสูงวัย
- Health News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 11:50 am
สภากายภาพบำบัดชี้ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองกว่า 70% ยังไม่ได้กายภาพบำบัดตามเกณฑ์ เสนอ 4 มาตรการรับสังคมสูงวัย
สภากายภาพบำบัด ร่วมกับ สมาคมกายภาพบำบัดแห่งประเทศไทย จัดเสวนา เรื่อง “ไทยพร้อมหรือยัง? สู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ด้วยกายภาพบำบัด” ในงาน Bio+Healthtech International 2026 ณ เวทีไบโอสแควร์ ฮอลล์ 102 ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
การเสวนาครั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านสิทธิประโยชน์ทางสุขภาพ การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงวัยระดับเมือง กับบทบาทของกายภาพบำบัดและทิศทางนโยบายผู้สูงอายุของประเทศไทย ได้แก่ นพ.พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร ศ.กภ. ดร.ประวิตร เจนวรรธนะกุล นายกสภากายภาพบำบัด นายอัครพล ทองพูน คณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนและพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ตัวแทนพรรคประชาชน และ นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ผู้จัดการสำนักงานประสานนโยบายรองรับสังคมสูงวัย ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์
ศ.กภ.ดร.ประวิตร เจนวรรธนะกุล นายกสภากายภาพบำบัด เปิดเผยบนเวทีเสวนา “ไทยพร้อมหรือยัง? สู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ด้วยกายภาพบำบัด” ว่า มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เพียงร้อยละ 30 ที่ได้รับบริการกายภาพบำบัดตามแนวทางที่กำหนด เช่นเดียวกับ ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจากการหกล้ม ประมาณร้อยละ 30 ได้รับการฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด สะท้อนช่องว่างการเข้าถึงบริการที่อาจลดโอกาสฟื้นตัวและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะติดบ้าน-ติดเตียง พร้อมเสนอ 4 แนวทางสำคัญ ทั้งการเพิ่มกำลังจำนวนนักกายภาพบำบัดและมาตรการรักษาบุคลากรให้อยู่ในระบบ การขยายบริการสู่ชุมชนผ่านระบบสุขภาพปฐมภูมิ และการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เพื่อรองรับสังคมสูงวัยของไทยอย่างมีคุณภาพ
สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ ควรเป็นสังคมที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังคงกระฉับกระเฉง สามารถดูแลตนเอง ทำกิจวัตรประจำวัน เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม ออกกำลังกาย หรือทำงานได้อย่างอิสระ ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นให้คอยดูแล และมีผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง น้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม แม้ความก้าวหน้าทางการแพทย์จะช่วยให้คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 77.4 ปี แต่อายุขัยของการมีสุขภาพดียังอยู่ที่ประมาณ 68 ปี ทำให้คนไทยอาจต้องใช้ชีวิตช่วงเกือบ 10 ปีสุดท้าย ร่วมกับโรคเรื้อรังหรือข้อจำกัดทางสุขภาพ ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและครอบครัว ยังเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงคือ จำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2568 มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐ 162,049 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งมีจำนวนเกือบ 150,000 ราย การป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะเรื้อรัง ไม่ได้หายในทันที นั่นหมายความว่า เพียง 2 ปีที่ผ่านมา เรามีคนเป็นโรคหลอดเลือดสมองประมาณสามแสนคน ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสกลับมาเคลื่อนไหว ทำกิจวัตรประจำวัน และใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
แนวทางการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ฉบับปี พ.ศ. 2567 ของสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้ผู้ป่วยควรได้รับกายภาพบำบัดประมาณ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมไม่น้อยกว่า 30 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 เดือน หลังพ้นระยะเฉียบพลันและมีอาการคงที่ โดยความถี่ของการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของผู้ป่วย แต่จากข้อมูลที่มีอยู่พบว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพียงร้อยละ 30 ได้รับบริการกายภาพบำบัดตามแนวทางดังกล่าว หมายความว่า ยังมีผู้ป่วยอีกร้อยละ 70 ที่อาจไม่ได้รับกายภาพบำบัดอย่างเพียงพอหรือต่อเนื่องในช่วงเวลาสำคัญของการฟื้นตัว
นอกจากนี้ ภาวะหกล้มยังเป็นปัญหาสำคัญในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยในปี 2568 มีผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจากการหกล้มเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐ 28,841 ราย ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับกายภาพบำบัดภายหลังการผ่าตัด เพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและความสามารถในการดำเนินชีวิต แต่พบว่า มีผู้ป่วยเพียงประมาณร้อยละ 30 ที่ได้รับการกายภาพบำบัด
ข้อจำกัดและอุปสรรคสำคัญของการเข้าถึงบริการกายภาพบำบัดในโรงพยาบาลภาครัฐของผู้สูงอายุไทยที่เจ็บป่วย ทั้งโรคหลอดเลือดสมองและกระดูกสะโพกหัก คือ จำนวนบุคลากรและบริการที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องรอคิวเป็นเวลานาน ทั้งที่ช่วงเวลาหลังพ้นภาวะเฉียบพลันถือเป็นช่วงสำคัญของการฟื้นฟู หากผู้ป่วยเข้าถึงกายภาพบำบัดล่าช้าหรือได้รับบริการไม่ต่อเนื่อง โอกาสฟื้นตัวอาจลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะติดบ้าน ติดเตียงในระยะยาว
วิชาชีพกายภาพบำบัดยังมีบทบาทในการช่วยส่งเสริมสุขภาพและป้องกันความเสื่อมของร่างกายในผู้สูงอายุด้วย ผ่านการตรวจประเมินและวินิจฉัยทางกายภาพบำบัด เพื่อกำหนดวิธีการออกกำลังกายและให้คำแนะนำในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
สภากายภาพบำบัดจึงรณรงค์ให้นักกายภาพบำบัดทั่วประเทศร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด “สูงวัยสุขภาพดี เดินดี ไม่ลืม ไม่ล้ม อารมณ์แจ่มใส” เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุเดินไปได้ทุกที่อย่างมั่นคง ความจำยังดี ไม่เสี่ยงต่อการหกล้ม และมีสุขภาวะทางอารมณ์ที่ดี ร่าเริง ไม่ซึมเศร้า ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาวได้
สภากายภาพบำบัด เสนอ 4 มาตรการสำคัญขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ ได้แก่

ศ.กภ.ดร.ประวิตร เจนวรรธนะกุล นายกสภากายภาพบำบัด เปิดเผยบนเวทีเสวนา “ไทยพร้อมหรือยัง? สู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ด้วยกายภาพบำบัด” ว่า มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เพียงร้อยละ 30 ที่ได้รับบริการกายภาพบำบัดตามแนวทางที่กำหนด เช่นเดียวกับ ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจากการหกล้ม ประมาณร้อยละ 30 ได้รับการฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด สะท้อนช่องว่างการเข้าถึงบริการที่อาจลดโอกาสฟื้นตัวและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะติดบ้าน-ติดเตียง พร้อมเสนอ 4 แนวทางสำคัญ ทั้งการเพิ่มกำลังจำนวนนักกายภาพบำบัดและมาตรการรักษาบุคลากรให้อยู่ในระบบ การขยายบริการสู่ชุมชนผ่านระบบสุขภาพปฐมภูมิ และการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เพื่อรองรับสังคมสูงวัยของไทยอย่างมีคุณภาพ
สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ ควรเป็นสังคมที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังคงกระฉับกระเฉง สามารถดูแลตนเอง ทำกิจวัตรประจำวัน เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม ออกกำลังกาย หรือทำงานได้อย่างอิสระ ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นให้คอยดูแล และมีผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง น้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม แม้ความก้าวหน้าทางการแพทย์จะช่วยให้คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 77.4 ปี แต่อายุขัยของการมีสุขภาพดียังอยู่ที่ประมาณ 68 ปี ทำให้คนไทยอาจต้องใช้ชีวิตช่วงเกือบ 10 ปีสุดท้าย ร่วมกับโรคเรื้อรังหรือข้อจำกัดทางสุขภาพ ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและครอบครัว ยังเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงคือ จำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2568 มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐ 162,049 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งมีจำนวนเกือบ 150,000 ราย การป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะเรื้อรัง ไม่ได้หายในทันที นั่นหมายความว่า เพียง 2 ปีที่ผ่านมา เรามีคนเป็นโรคหลอดเลือดสมองประมาณสามแสนคน ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสกลับมาเคลื่อนไหว ทำกิจวัตรประจำวัน และใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
แนวทางการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ฉบับปี พ.ศ. 2567 ของสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้ผู้ป่วยควรได้รับกายภาพบำบัดประมาณ 1-3 ครั้งต่อสัปดาห์ รวมไม่น้อยกว่า 30 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 เดือน หลังพ้นระยะเฉียบพลันและมีอาการคงที่ โดยความถี่ของการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของผู้ป่วย แต่จากข้อมูลที่มีอยู่พบว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพียงร้อยละ 30 ได้รับบริการกายภาพบำบัดตามแนวทางดังกล่าว หมายความว่า ยังมีผู้ป่วยอีกร้อยละ 70 ที่อาจไม่ได้รับกายภาพบำบัดอย่างเพียงพอหรือต่อเนื่องในช่วงเวลาสำคัญของการฟื้นตัว
นอกจากนี้ ภาวะหกล้มยังเป็นปัญหาสำคัญในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยในปี 2568 มีผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจากการหกล้มเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐ 28,841 ราย ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับกายภาพบำบัดภายหลังการผ่าตัด เพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและความสามารถในการดำเนินชีวิต แต่พบว่า มีผู้ป่วยเพียงประมาณร้อยละ 30 ที่ได้รับการกายภาพบำบัด
ข้อจำกัดและอุปสรรคสำคัญของการเข้าถึงบริการกายภาพบำบัดในโรงพยาบาลภาครัฐของผู้สูงอายุไทยที่เจ็บป่วย ทั้งโรคหลอดเลือดสมองและกระดูกสะโพกหัก คือ จำนวนบุคลากรและบริการที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องรอคิวเป็นเวลานาน ทั้งที่ช่วงเวลาหลังพ้นภาวะเฉียบพลันถือเป็นช่วงสำคัญของการฟื้นฟู หากผู้ป่วยเข้าถึงกายภาพบำบัดล่าช้าหรือได้รับบริการไม่ต่อเนื่อง โอกาสฟื้นตัวอาจลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะติดบ้าน ติดเตียงในระยะยาว
วิชาชีพกายภาพบำบัดยังมีบทบาทในการช่วยส่งเสริมสุขภาพและป้องกันความเสื่อมของร่างกายในผู้สูงอายุด้วย ผ่านการตรวจประเมินและวินิจฉัยทางกายภาพบำบัด เพื่อกำหนดวิธีการออกกำลังกายและให้คำแนะนำในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
สภากายภาพบำบัดจึงรณรงค์ให้นักกายภาพบำบัดทั่วประเทศร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด “สูงวัยสุขภาพดี เดินดี ไม่ลืม ไม่ล้ม อารมณ์แจ่มใส” เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุเดินไปได้ทุกที่อย่างมั่นคง ความจำยังดี ไม่เสี่ยงต่อการหกล้ม และมีสุขภาวะทางอารมณ์ที่ดี ร่าเริง ไม่ซึมเศร้า ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาวได้
สภากายภาพบำบัด เสนอ 4 มาตรการสำคัญขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ ได้แก่
- เร่งผลิตนักกายภาพบำบัดตามแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกำลังคนและภารกิจบริการสาธารณสุขในภาพรวมทั้งระบบระยะ 10 ปี ของกระทรวงสาธารณสุข
- เพิ่มกรอบอัตรานักกายภาพบำบัดในสถานพยาบาลของรัฐ พร้อมมาตรการรักษาบุคลากรให้อยู่ในระบบ
- ขยายบริการกายภาพบำบัดสู่ชุมชนผ่านระบบสุขภาพปฐมภูมิ เพื่อให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางเข้าถึงบริการใกล้บ้าน
- เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับผู้สูงอายุในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครอบคลุมการป้องกันภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย และการคัดกรองความเสี่ยงต่อการหกล้ม
สภากายภาพบำบัดชี้ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองกว่า 70% ยังไม่ได้กายภาพบำบัดตามเกณฑ์ เสนอ 4 มาตรการรับสังคมสูงวัย
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (536 views)
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (591 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (528 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (530 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (545 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (578 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (500 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (493 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Baidu [Spider], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

