ภัยเงียบสุขภาพ ฝุ่น PM 2.5 ทำลายปอด
- Health Topics ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 26 ธ.ค. 2025 6:14 pm
ภัยเงียบสุขภาพ ฝุ่น PM 2.5 ทำลายปอด
กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนประชาชนตระหนักถึงอันตรายของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ควรลดกิจกรรมกลางแจ้งและติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หากมีอาการไอเรื้อรัง ระคายเคืองตา คัดจมูก รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก หรือมีผื่นแดงบนผิวหนัง ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ฝุ่น PM 2.5 คืออนุภาคขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจได้โดยง่าย การได้รับสัมผัสในระยะยาวส่งผลให้เกิดการสะสมในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดลมและถุงลมในปอด ดังนั้น ฝุ่น PM 2.5 จึงเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่อาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรังได้ เช่น โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดในระยะยาว
นพ.ศักรินทร์ กังสุกุล อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดและทางเดินหายใจ สถาบันโรคทรวงอกกล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยคุณสมบัติของฝุ่น PM 2.5 ที่มีขนาดเล็กมาก จึงสามารถเข้าสู่ถุงลมในปอดและแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ ส่งผลให้เกิดภาวะการอักเสบเรื้อรังและกระทบต่อระบบการทำงานต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวด้านระบบทางเดินหายใจและหัวใจถือเป็น กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะจะส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจและกระทบต่อการทำงาน ของหัวใจ ทำให้ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคถุงลมโป่งพองหรือโรคหอบหืด มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการกำเริบ เช่น ไอมากขึ้น หายใจลำบาก หรือสีของเสมหะที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการใช้ยาพ่นขยายหลอดลมสำหรับโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ควรพกยาพ่นติดตัวเสมอในช่วงที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน
มาตรการป้องกันเบื้องต้นที่สามารถทำได้ทันที คือ การจำกัดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 หรือหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ 2 ชั้น เพื่อลดการรับฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ลดการสะสมของฝุ่นละอองภายในบ้าน ร่วมกับการใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA filter และติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้ จะช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงจากฝุ่น PM 2.5 และวางแผนการป้องกันตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นพ.ศักรินทร์ กังสุกุล อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดและทางเดินหายใจ สถาบันโรคทรวงอกกล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยคุณสมบัติของฝุ่น PM 2.5 ที่มีขนาดเล็กมาก จึงสามารถเข้าสู่ถุงลมในปอดและแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ ส่งผลให้เกิดภาวะการอักเสบเรื้อรังและกระทบต่อระบบการทำงานต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวด้านระบบทางเดินหายใจและหัวใจถือเป็น กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะจะส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจและกระทบต่อการทำงาน ของหัวใจ ทำให้ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคถุงลมโป่งพองหรือโรคหอบหืด มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการกำเริบ เช่น ไอมากขึ้น หายใจลำบาก หรือสีของเสมหะที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการใช้ยาพ่นขยายหลอดลมสำหรับโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ควรพกยาพ่นติดตัวเสมอในช่วงที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน
มาตรการป้องกันเบื้องต้นที่สามารถทำได้ทันที คือ การจำกัดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 หรือหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ 2 ชั้น เพื่อลดการรับฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ลดการสะสมของฝุ่นละอองภายในบ้าน ร่วมกับการใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA filter และติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้ จะช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงจากฝุ่น PM 2.5 และวางแผนการป้องกันตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภัยเงียบสุขภาพ ฝุ่น PM 2.5 ทำลายปอด
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (12 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (61 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (68 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (63 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (96 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (87 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (122 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (98 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน
