
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคลมชักเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วโรคนี้สามารถรักษาหายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ โรคลมชักมีความหลากหลายทางอาการ บางอาการสังเกตยาก ทำให้ผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคดังกล่าว จึงไม่ได้รักษา เช่น ภาวะเหม่อลอย เบลอ จำอะไรไม่ได้ชั่วขณะ หลายวินาทีจนถึงไม่กี่นาทีแล้วหาย ทำให้ไม่ทันสังเกต ถ้ามีอาการเหล่านี้ซ้ำ ๆ แม้จะไม่มีอาการเกร็ง ชัก กระตุก ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา นอกจากนี้ยังมีอาการอื่น ๆ เช่น เกร็ง กระตุก ทำอะไรซ้ำ ๆ หยิบจับ ขยับมือ เคี้ยวปาก ตาลอย ทำให้บางครั้งคนทั่วไปอาจคิดว่าผีเข้าหรือเป็นเรื่องไสยศาสตร์ ประมาณร้อยละ 70 ของผู้ป่วยโรคลมชักรักษาและควบคุมได้ด้วยยากันชัก ส่วนที่เหลือมักจะดื้อต่อการรักษาด้วยยากันชัก แต่ก็สามารถตรวจประเมินเพื่อให้การรักษาด้วยการผ่าตัดได้ โดยทีมแพทย์เฉพาะด้านโรคลมชัก กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เป็นศูนย์กลางในการดูแลผู้ป่วยโรคลมชักขั้นสูงและครบวงจร ให้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรคลมชักทุกประเภท ด้วยความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีขั้นสูง จากทั่วประเทศ
นพ.เอนก กนกศิลป์ ผอ.สถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติม การปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการชัก ต้องทำให้ถูกวิธี ที่ผ่านมาพบว่ามีการเอาช้อนหรือสิ่งของต่าง ๆ ไปงัดปาก เพื่อป้องกันการกัดลิ้นผู้ป่วยซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะการเอาสิ่งของต่าง ๆ เข้าปากผู้ป่วยจะเพิ่มความเสี่ยงทำให้ ฟันหัก เกิดการสำลัก หรือสิ่งของนั้นหลุดลงไปในหลอดลม เกิดการอุดตันในทางเดินหายใจ อาจเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ วิธีที่ถูกต้องและจดจำง่ายสำหรับการช่วยเหลือคือ “ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมด ชักหยุดเอง” เพียงดูแลให้ผู้ป่วยชักอย่างปลอดภัย ดูแลสภาพสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยขณะมีอาการชัก เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย เช่น พลัดตก กระแทกของแข็ง ของมีคม ตกน้ำ หรืออุบัติเหตอื่นๆ เป็นต้น เมื่อผู้ป่วยหยุดชักจึงให้ผู้ป่วยนอนตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อระบายน้ำลายหรือสารคัดหลั่งในปาก คลายเสื้อผ้าให้หลวม อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเท ดูแลให้ความช่วยเหลือจนกว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวรู้เรื่องเป็นปกติ จึงค่อยถามไถ่ให้ความช่วยเหลือตามสถานการณ์ หากผู้ป่วยมีอาการชักเป็นครั้งแรก ชักนานกว่า 5 นาที หรือได้รับบาดเจ็บจากการชัก ให้นำส่งโรงพยาบาลหรือโทรฉุกเฉิน 1669 เพื่อการดูแลรักษาที่เหมาะสมต่อไป
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคลมชัก ที่ยังควบคุมอาการได้ไม่ดี ควรระมัดระวังในการทำกิจกรรมประจำวัน หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรือทรัพย์สิน ทั้งของตนเองและประชาชนทั่วไป อาทิ หลีกเลี่ยงการขับรถ จนกว่าจะไม่มีอาการชักต่อเนื่องตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ ปีนป่ายที่สูงโดยลำพัง หลีกเลี่ยงการใช้งานเครื่องจักร ของมีคม การประกอบอาหาร เพื่อหลีกเลี่ยงไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรืออันตรายจากของมีคม อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยที่ควบคุมอาการชักได้ดี หรือได้รับการรักษาจนอาการหายเป็นปกติ สามารถเรียนหนังสือ ประกอบสัมมาอาชีพ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามกำลังและความสามารถไม่แตกต่างจากคนทั่วไป สังคมจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใจทั้งอาการ การปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง การเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม และการไม่เลือกปฏิบัติ เพราะลมชัก รักษาได้
