รักษามะเร็งตับด้วยวิธีการฉีดสารกัมมันตรังสีผ่านหลอดเลือดแดง ทางเลือกใหม่ของการรักษามะเร็งตับ
- สุขภาพดี.com ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 11 เม.ย. 2016 2:16 pm
รักษามะเร็งตับด้วยวิธีการฉีดสารกัมมันตรังสีผ่านหลอดเลือดแดง ทางเลือกใหม่ของการรักษามะเร็งตับ
“มะเร็งตับ” ปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย พบบ่อยเป็นลำดับที่ 1 ในเพศชาย และลำดับที่ 5 ในเพศหญิง เกิดจากภาวะตับแข็งด้วยสาเหตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไวรัสตับอักเสบ แอลกอฮอล์เรื้อรัง ไขมันพอกตับเรื้อรัง และปัจจัยอื่น ๆ
นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันทางเลือกในการรักษามะเร็งตับมีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของผู้ป่วย สภาวะการทำงานของตับ และลักษณะของตัวโรค ซึ่งการรักษาทางเลือกหลักที่มีโอกาสหายขาดสูงสุด คือ การผ่าตัด แต่ข้อจำกัดการผ่าตัดมีหลายอย่าง ทั้งสภาวะร่างกายผู้ป่วยและปริมาตรของตับที่เหลือหลังการผ่าตัด การรักษาเฉพาะที่ (Locoregional treatment) เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบันสำหรับผู้ป่วยที่สภาวะโดยรวมไม่เหมาะสมต่อการผ่าตัด โดยอาจเป็นทางเลือกเพื่อการรักษาที่หายขาด (Curative treatment) หรือการรักษาเสริมเพื่อการเตรียมความพร้อมในการรักษาวิธีอื่น ๆ ต่อ (Adjunct treatment or bridging treatment) หนึ่งในวิธีการรักษาใหม่สำหรับมะเร็งตับ คือ การรักษามะเร็งตับด้วยวิธีการฉีดสารกัมมันตรังสีผ่านทางหลอดเลือดแดง (Transarterial Radioembolization - TARE)
เรืออากาศเอก นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า วิธีการฉีดสารกัมมันตรังสีผ่านทางหลอดเลือดแดง (Transarterial Radioembolization - TARE) เป็นการฉีดสารกัมมันตรังสี Yttrium-90 microsphere (Y-90) ผ่านทางหลอดเลือดแดงของตับที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง ซึ่งสารกัมมันตรังสีจะทำลายเนื้องอกระยะใกล้ภายในร่างกายผู้ป่วย ซึ่งการรักษาวิธีนี้เข้ามาเป็นส่วนช่วยในเพิ่มโอกาสการเข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัดสำหรับผู้ป่วย โดยเป็นการทำลายเนื้องอกเฉพาะที่ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยเพิ่มปริมาตรตับในส่วนที่ดีให้โตขึ้นทางอ้อม ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้หลังการรักษาที่ระยะเวลา 3-6 เดือน Y-90 TARE มีบทบาทในแนวทางการรักษามะเร็งตับระดับนานาชาติ เป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับที่ผ่าตัดไม่ได้ โดยถูกแนะนำให้เลือกใช้กับผู้ป่วยที่มีก้อนขนาดใหญ่ การกระจายตัวของก้อนหลายตำแหน่ง ผู้ป่วยที่มีโอกาสรับการผ่าตัดได้ หากสามารถควบคุมการแพร่กระจายของก้อนได้และมีปริมาตรของตับหลังการผ่าตัดเพียงพอ หรือผู้ป่วยที่เนื้องอกขนาดเล็กแต่ไม่สามารถรับการรักษาวิธีอื่นได้ เป็นต้น
พญ.อรรถพร อจลเสรีวงศ์ นายแพทย์ชำนาญการกลุ่มงานรังสีวินิจฉัยและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประสบการณ์การรักษาโดยการใช้สารกัมมันตรังสีในประเทศไทยพบว่า สามารถเพิ่มโอกาสการรักษาให้กับผู้ป่วยในกลุ่มที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ โดยสามารถลดระยะของโรค (Down staging) ให้กับผู้ป่วยได้ 50% และทำให้ผู้ป่วยที่เบื้องต้นไม่สามารถรับการรักษาผ่าตัดได้ สามารถรับการผ่าตัดได้ 33% ข้อจำกัดที่สำคัญของ Y-90 TARE คือมีราคาสูง และมีความยุ่งยากซับซ้อนในการรักษา โดยก่อนการรักษาแพทย์จะต้องฉีดสีประเมินการกระจายของอนุภาคอย่างละเอียดเพื่อประเมินกายวิภาคของก้อนเนื้องอก คำนวณปริมาณรังสีที่ใช้ในการรักษา และประเมินอวัยวะที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเนื่องจากสารกัมมันตรังสี
ทางทีมสหสาขาวิชาชีพในการรักษามะเร็งตับของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เล็งเห็นประโยชน์และความจำเป็นของการรักษาด้วย TARE จึงมีการพัฒนาทักษะของบุคลากร ปรับปรุงความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องมือ ในการให้บริการ TARE ให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ หากท่านมีข้อสงสัย สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติผ่านทาง Facebook : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute และ LINE : NCI รู้สู้มะเร็ง

เรืออากาศเอก นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า วิธีการฉีดสารกัมมันตรังสีผ่านทางหลอดเลือดแดง (Transarterial Radioembolization - TARE) เป็นการฉีดสารกัมมันตรังสี Yttrium-90 microsphere (Y-90) ผ่านทางหลอดเลือดแดงของตับที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง ซึ่งสารกัมมันตรังสีจะทำลายเนื้องอกระยะใกล้ภายในร่างกายผู้ป่วย ซึ่งการรักษาวิธีนี้เข้ามาเป็นส่วนช่วยในเพิ่มโอกาสการเข้ารับการรักษาโดยการผ่าตัดสำหรับผู้ป่วย โดยเป็นการทำลายเนื้องอกเฉพาะที่ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยเพิ่มปริมาตรตับในส่วนที่ดีให้โตขึ้นทางอ้อม ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้หลังการรักษาที่ระยะเวลา 3-6 เดือน Y-90 TARE มีบทบาทในแนวทางการรักษามะเร็งตับระดับนานาชาติ เป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับที่ผ่าตัดไม่ได้ โดยถูกแนะนำให้เลือกใช้กับผู้ป่วยที่มีก้อนขนาดใหญ่ การกระจายตัวของก้อนหลายตำแหน่ง ผู้ป่วยที่มีโอกาสรับการผ่าตัดได้ หากสามารถควบคุมการแพร่กระจายของก้อนได้และมีปริมาตรของตับหลังการผ่าตัดเพียงพอ หรือผู้ป่วยที่เนื้องอกขนาดเล็กแต่ไม่สามารถรับการรักษาวิธีอื่นได้ เป็นต้น
พญ.อรรถพร อจลเสรีวงศ์ นายแพทย์ชำนาญการกลุ่มงานรังสีวินิจฉัยและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประสบการณ์การรักษาโดยการใช้สารกัมมันตรังสีในประเทศไทยพบว่า สามารถเพิ่มโอกาสการรักษาให้กับผู้ป่วยในกลุ่มที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ โดยสามารถลดระยะของโรค (Down staging) ให้กับผู้ป่วยได้ 50% และทำให้ผู้ป่วยที่เบื้องต้นไม่สามารถรับการรักษาผ่าตัดได้ สามารถรับการผ่าตัดได้ 33% ข้อจำกัดที่สำคัญของ Y-90 TARE คือมีราคาสูง และมีความยุ่งยากซับซ้อนในการรักษา โดยก่อนการรักษาแพทย์จะต้องฉีดสีประเมินการกระจายของอนุภาคอย่างละเอียดเพื่อประเมินกายวิภาคของก้อนเนื้องอก คำนวณปริมาณรังสีที่ใช้ในการรักษา และประเมินอวัยวะที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเนื่องจากสารกัมมันตรังสี
ทางทีมสหสาขาวิชาชีพในการรักษามะเร็งตับของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เล็งเห็นประโยชน์และความจำเป็นของการรักษาด้วย TARE จึงมีการพัฒนาทักษะของบุคลากร ปรับปรุงความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องมือ ในการให้บริการ TARE ให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ หากท่านมีข้อสงสัย สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติผ่านทาง Facebook : สถาบันมะเร็งแห่งชาติ National Cancer Institute และ LINE : NCI รู้สู้มะเร็ง
รักษามะเร็งตับด้วยวิธีการฉีดสารกัมมันตรังสีผ่านหลอดเลือดแดง ทางเลือกใหม่ของการรักษามะเร็งตับ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- 5 เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการกินยาป้องกันโรคไข้ฉี่หนู (12 views)
- โรคผิวหนังที่ต้องระวังในหน้าฝน น้ำท่วมขัง (62 views)
- ระวัง โรคตาแดง ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วมขัง (69 views)
- กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะใช้ศาสตร์แพทย์แผนจีน บำรุงหัวใจ เนื่องในวันหัวใจโลก (World Heart Day) (64 views)
- เรื่องต้องรู้ก่อนมา เลเซอร์ดวงตา รู้วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเลเซอร์ตา (96 views)
- รู้จัก "เห็บ" 🕷️ พาหะโรคติดเชื้อไวรัส SFTS โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ (87 views)
- วัณโรค และวัณโรคดื้อยา: รู้เร็ว รักษาได้ หยุดการแพร่เชื้อ เพื่อสุขภาพดีของทุกคน (122 views)
- เตือน “SFTS” โรคไข้สูงเกล็ดเลือดต่ำจากเห็บ รู้ทันก่อนรุนแรงถึงชีวิต ย้ำคนเลี้ยงสัตว์–ผู้สัมผัสเห็บอย่าชะล่าใจ (98 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน
