แพทย์แนะ มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้ด้วยวัคซีน (HPV)
- สุขภาพดี.com ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 11 เม.ย. 2016 2:16 pm
แพทย์แนะ มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้ด้วยวัคซีน (HPV)
กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กเด็กแห่งชาติมหาราชินี ชี้มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคที่พบมากในหญิงไทย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโรคมะเร็งในสตรี ซึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก คือการติดเชื้อไวรัส HPV
ทั้งนี้ เราสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการฉีดวัคซีน HPV หรือวัคซีนมะเร็งปากมดลูก
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า เชื้อไวรัส HPV (Human papilloma virus) เป็นเชื้อไวรัสที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ มีราว 40 สายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรค โดยที่รู้จักกัน คือสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกและทวารหนัก และ สายพันธุ์ 6 และ 11 ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียารักษา แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV โดยเฉพาะอายุกลุ่มเป้าหมาย แนะนำให้ฉีดในช่วงอายุ 11- 20 ปี ซึ่งเป็นอายุช่วงวัยรุ่น ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ตอบสนองกับภูมิคุ้มกันได้ดี ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ให้ฉีด 2 เข็ม และอายุ15 ปีขึ้น ไปควรฉีด 3 เข็ม นอกจากนี้ยังพบว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น ช่องปาก ลำคอ นอกจากนั้นยังสามารถป้องกันภาวะการเกิดหูดหงอนไก่ของอวัยวะสืบพันธุ์
นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน สามารถป้องกันและดูแลตัวเองได้ เช่น การดูแลป้องกันตัวเอง โดยการลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะกระตุ้นสำหรับการเกิดมะเร็ง เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การมีคู่นอนหลายคน การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา และพฤติกรรมสุขภาพโดยรวม เช่น การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผัก ผลไม้เส้นใยต่าง ๆ การควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม ในกรณีที่การป้องกันในระดับทุติยภูมิคือในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์ เช่น ในผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ ที่อาจจะติดเชื้อไปแล้ว สามารถทำได้โดยการการคัดกรองโรค เพื่อให้สามารถวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว และควรตรวจสุขภาพประจำปี เช็คมะเร็งปากมดลูก( Pap smear ) อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
รศ.พิเศษ.พญ.วารุณี พรรณพาณิช วานเดอพิทท์ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ กล่าวต่อว่า การเลือกใช้วัคซีน HPV ชนิด 2, 4, หรือ 9 สายพันธุ์ ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล และความพร้อมของแต่ละครอบครัว ตลอดจนนโยบายของแต่ละประเทศ วัคซีนทุกประเภทมีประสิทธิภาพ ในการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว จากการติดเชื้อ HPV ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ หรือหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ อย่างไรก็ตาม วัคซีน 2 สายพันธุ์ สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ที่เกิดจากการติดเชื้อจากสายพันธุ์ 16 และ 18 ได้ แต่ไม่ครอบคลุมสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ในชนิด 4 และ 9 สายพันธุ์ นอกเหนือจากการป้องกันมะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์ ช่องปากและลำคอ จากสายพันธุ์อื่น ๆ อย่างกว้างขวางมากขึ้น ยังช่วยป้องกันการเกิดหูดหงอนไก่ วัคซีน 4 สายพันธุ์ ช่วยป้องกันเชื้อไวรัส HPV ในสายพันธุ์ 6 และ 11 ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ และสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก วัคซีน 9 สายพันธุ์ สามารถป้องกันสายพันธุ์ 31, 33, 45, 52, และ 58 เพิ่มเติมขึ้นจาก 4 สายพันธุ์ ยิ่งมีความครอบคลุมและช่วยป้องกันเพิ่มมากขึ้น
#กรมการแพทย์ #สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี #มะเร็งปากมดลูกป้อง #วัคซีนHPV
ทั้งนี้ เราสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการฉีดวัคซีน HPV หรือวัคซีนมะเร็งปากมดลูก
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า เชื้อไวรัส HPV (Human papilloma virus) เป็นเชื้อไวรัสที่มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ มีราว 40 สายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรค โดยที่รู้จักกัน คือสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกและทวารหนัก และ สายพันธุ์ 6 และ 11 ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียารักษา แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV โดยเฉพาะอายุกลุ่มเป้าหมาย แนะนำให้ฉีดในช่วงอายุ 11- 20 ปี ซึ่งเป็นอายุช่วงวัยรุ่น ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ตอบสนองกับภูมิคุ้มกันได้ดี ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ให้ฉีด 2 เข็ม และอายุ15 ปีขึ้น ไปควรฉีด 3 เข็ม นอกจากนี้ยังพบว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น ช่องปาก ลำคอ นอกจากนั้นยังสามารถป้องกันภาวะการเกิดหูดหงอนไก่ของอวัยวะสืบพันธุ์
นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน สามารถป้องกันและดูแลตัวเองได้ เช่น การดูแลป้องกันตัวเอง โดยการลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะกระตุ้นสำหรับการเกิดมะเร็ง เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การมีคู่นอนหลายคน การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา และพฤติกรรมสุขภาพโดยรวม เช่น การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผัก ผลไม้เส้นใยต่าง ๆ การควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม ในกรณีที่การป้องกันในระดับทุติยภูมิคือในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์ เช่น ในผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ ที่อาจจะติดเชื้อไปแล้ว สามารถทำได้โดยการการคัดกรองโรค เพื่อให้สามารถวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว และควรตรวจสุขภาพประจำปี เช็คมะเร็งปากมดลูก( Pap smear ) อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
รศ.พิเศษ.พญ.วารุณี พรรณพาณิช วานเดอพิทท์ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ กล่าวต่อว่า การเลือกใช้วัคซีน HPV ชนิด 2, 4, หรือ 9 สายพันธุ์ ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล และความพร้อมของแต่ละครอบครัว ตลอดจนนโยบายของแต่ละประเทศ วัคซีนทุกประเภทมีประสิทธิภาพ ในการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว จากการติดเชื้อ HPV ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ หรือหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศ อย่างไรก็ตาม วัคซีน 2 สายพันธุ์ สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ที่เกิดจากการติดเชื้อจากสายพันธุ์ 16 และ 18 ได้ แต่ไม่ครอบคลุมสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ในชนิด 4 และ 9 สายพันธุ์ นอกเหนือจากการป้องกันมะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์ ช่องปากและลำคอ จากสายพันธุ์อื่น ๆ อย่างกว้างขวางมากขึ้น ยังช่วยป้องกันการเกิดหูดหงอนไก่ วัคซีน 4 สายพันธุ์ ช่วยป้องกันเชื้อไวรัส HPV ในสายพันธุ์ 6 และ 11 ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ และสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก วัคซีน 9 สายพันธุ์ สามารถป้องกันสายพันธุ์ 31, 33, 45, 52, และ 58 เพิ่มเติมขึ้นจาก 4 สายพันธุ์ ยิ่งมีความครอบคลุมและช่วยป้องกันเพิ่มมากขึ้น
#กรมการแพทย์ #สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี #มะเร็งปากมดลูกป้อง #วัคซีนHPV
แพทย์แนะ มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้ด้วยวัคซีน (HPV)
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (11 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (63 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (57 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (72 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (83 views)
- NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนคนไทยห่วงอนาคตสิ่งแวดล้อม 65.6% มองอีก 10 ปีแย่ลง แม้ 88.2% เริ่มลงมือปรับพฤติกรรมแล้ว (103 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (105 views)
- สยามไดกิ้นเซลส์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผนึกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อน Net Zero Campus (83 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, GoogleOther และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน
