สภาสุขอนามัยโลกเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการรักษาสุขอนามัย
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
สภาสุขอนามัยโลกเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการรักษาสุขอนามัย
รายงานฉบับใหม่ของสภาสุขอนามัยโลกเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการรักษาสุขอนามัยเพื่อต่อสู้กับการดื้อยาต้านจุลชีพและโรคระบาดในอนาคต
สภาสุขอนามัยโลก (Global Hygiene Council หรือ GHC) ซึ่งเป็นสภาอิสระของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยและการป้องกันการติดเชื้อ ได้เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ซึ่งเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อส่งเสริมความสำคัญของการรักษาสุขอนามัยในครัวเรือนและในชุมชน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดอื่น ๆ นอกเหนือจากโควิด-19 ในโอกาสนี้ สภาสุขอนามัยโลกได้เรียกร้องให้รัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายยกระดับความสำคัญของการรักษาสุขอนามัยเพื่อปกป้องชีวิตประชากรหลายล้านคนทั่วโลก
แม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มส่งสัญญาณการสิ้นสุด แต่ "การแพร่ระบาดเงียบ" ของการดื้อยาต้านจุลชีพยังคงดำเนินต่อไป โดยการดื้อยาต้านจุลชีพนับว่าเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงที่สุดต่อสุขภาพของมนุษย์ และในปี 2562 มีผู้เสียชีวิต 4.95 ล้านคนจากการดื้อยาต้านจุลชีพ ซึ่งตอกย้ำว่าการดื้อยาต้านจุลชีพเป็นหนึ่งในภัยคุกคามต่อสุขภาพของมนุษย์ที่ใหญ่หลวงที่สุด และหากไม่ดำเนินการใด ๆ แล้ว ตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคนต่อปีภายในปี 2593 ด้วยเหตุนี้ รายงานของสภาสุขอนามัยโลกในชื่อ "ทำให้สุขอนามัยเป็นเรื่องสำคัญ" (Making Hygiene Matter) จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาสุขอนามัยในครัวเรือนและในชุมชน เพื่อลดอุบัติการณ์ของการติดเชื้อและความชุกของการดื้อยาต้านจุลชีพ
รายงานฉบับนี้ได้ระบุ 4 เสาหลักในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ได้แก่ การตระหนักถึงความสำคัญของสุขอนามัยในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง การลดความจำเป็นในการใช้ยาปฏิชีวนะด้วยการรักษาสุขอนามัย การตระหนักถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจของการรักษาสุขอนามัยอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อสร้างลักษณะนิสัยที่ดีในการรักษาสุขอนามัย
ดร. เอลิซาเบธ สกอตต์ (Elizabeth Scott) นักจุลชีววิทยาและศาสตราจารย์กิตติคุณจากมหาวิทยาลัยซิมมอนส์ (Simmons University) ในเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา และประธานของสภาสุขอนามัยโลก แสดงความคิดเห็นว่า
"รายงานฉบับใหม่จากสภาสุขอนามัยโลกได้รับการเผยแพร่ในเวลาที่เหมาะสม และให้คำแนะนำในการรักษาสุขอนามัยที่ปฏิบัติได้จริงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เราจำเป็นต้องดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน และการรักษาสุขอนามัยก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายดาย เข้าถึงได้ และคุ้มค่าที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อและรักษาชีวิต"
ผลสะท้อนของการรักษาสุขอนามัยมากขึ้นในช่วงโควิดระบาดนั้นเป็นที่ประจักษ์ชัด โดยพบว่าความชุกของโรคอื่น ๆ ลดลง ซึ่งรวมถึงไข้หวัดตามฤดูกาลและไวรัสทางเดินหายใจตามฤดูกาลอื่น ๆ โดยการเจ็บป่วยที่พบบ่อยในเด็กลดลงอย่างมาก ซึ่งบรรดานักวิทยาศาสตร์มี "ฉันทามติที่ชัดเจน" ว่า สาเหตุที่โรคทางเดินหายใจอื่น ๆ ลดลงในช่วงที่โควิดระบาดนั้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนและการบรรเทาผลกระทบของโรคระบาดด้วยการรักษาสุขอนามัยมากขึ้น
ทั้งนี้ สภาสุขอนามัยโลกเรียกร้องให้รัฐบาล ผู้กำหนดนโยบาย และหน่วยงานด้านสุขภาพ ยอมรับและดำเนินการตามคำแนะนำในรายงานฉบับนี้ เมื่อต้องรับมือกับภัยคุกคามจากโรคติดเชื้อทั้งในปัจจุบันและในอนาคต รวมถึงการดื้อยาต้านจุลชีพ
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2070554/GHC_Report.jpg
สภาสุขอนามัยโลก (Global Hygiene Council หรือ GHC) ซึ่งเป็นสภาอิสระของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยและการป้องกันการติดเชื้อ ได้เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ซึ่งเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อส่งเสริมความสำคัญของการรักษาสุขอนามัยในครัวเรือนและในชุมชน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดอื่น ๆ นอกเหนือจากโควิด-19 ในโอกาสนี้ สภาสุขอนามัยโลกได้เรียกร้องให้รัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายยกระดับความสำคัญของการรักษาสุขอนามัยเพื่อปกป้องชีวิตประชากรหลายล้านคนทั่วโลก
แม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มส่งสัญญาณการสิ้นสุด แต่ "การแพร่ระบาดเงียบ" ของการดื้อยาต้านจุลชีพยังคงดำเนินต่อไป โดยการดื้อยาต้านจุลชีพนับว่าเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงที่สุดต่อสุขภาพของมนุษย์ และในปี 2562 มีผู้เสียชีวิต 4.95 ล้านคนจากการดื้อยาต้านจุลชีพ ซึ่งตอกย้ำว่าการดื้อยาต้านจุลชีพเป็นหนึ่งในภัยคุกคามต่อสุขภาพของมนุษย์ที่ใหญ่หลวงที่สุด และหากไม่ดำเนินการใด ๆ แล้ว ตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคนต่อปีภายในปี 2593 ด้วยเหตุนี้ รายงานของสภาสุขอนามัยโลกในชื่อ "ทำให้สุขอนามัยเป็นเรื่องสำคัญ" (Making Hygiene Matter) จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาสุขอนามัยในครัวเรือนและในชุมชน เพื่อลดอุบัติการณ์ของการติดเชื้อและความชุกของการดื้อยาต้านจุลชีพ
รายงานฉบับนี้ได้ระบุ 4 เสาหลักในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ได้แก่ การตระหนักถึงความสำคัญของสุขอนามัยในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง การลดความจำเป็นในการใช้ยาปฏิชีวนะด้วยการรักษาสุขอนามัย การตระหนักถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจของการรักษาสุขอนามัยอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อสร้างลักษณะนิสัยที่ดีในการรักษาสุขอนามัย
ดร. เอลิซาเบธ สกอตต์ (Elizabeth Scott) นักจุลชีววิทยาและศาสตราจารย์กิตติคุณจากมหาวิทยาลัยซิมมอนส์ (Simmons University) ในเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา และประธานของสภาสุขอนามัยโลก แสดงความคิดเห็นว่า
"รายงานฉบับใหม่จากสภาสุขอนามัยโลกได้รับการเผยแพร่ในเวลาที่เหมาะสม และให้คำแนะนำในการรักษาสุขอนามัยที่ปฏิบัติได้จริงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เราจำเป็นต้องดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน และการรักษาสุขอนามัยก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายดาย เข้าถึงได้ และคุ้มค่าที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อและรักษาชีวิต"
ผลสะท้อนของการรักษาสุขอนามัยมากขึ้นในช่วงโควิดระบาดนั้นเป็นที่ประจักษ์ชัด โดยพบว่าความชุกของโรคอื่น ๆ ลดลง ซึ่งรวมถึงไข้หวัดตามฤดูกาลและไวรัสทางเดินหายใจตามฤดูกาลอื่น ๆ โดยการเจ็บป่วยที่พบบ่อยในเด็กลดลงอย่างมาก ซึ่งบรรดานักวิทยาศาสตร์มี "ฉันทามติที่ชัดเจน" ว่า สาเหตุที่โรคทางเดินหายใจอื่น ๆ ลดลงในช่วงที่โควิดระบาดนั้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนและการบรรเทาผลกระทบของโรคระบาดด้วยการรักษาสุขอนามัยมากขึ้น
ทั้งนี้ สภาสุขอนามัยโลกเรียกร้องให้รัฐบาล ผู้กำหนดนโยบาย และหน่วยงานด้านสุขภาพ ยอมรับและดำเนินการตามคำแนะนำในรายงานฉบับนี้ เมื่อต้องรับมือกับภัยคุกคามจากโรคติดเชื้อทั้งในปัจจุบันและในอนาคต รวมถึงการดื้อยาต้านจุลชีพ
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/2070554/GHC_Report.jpg
สภาสุขอนามัยโลกเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการรักษาสุขอนามัย
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (11 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (63 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (58 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (72 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (84 views)
- NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนคนไทยห่วงอนาคตสิ่งแวดล้อม 65.6% มองอีก 10 ปีแย่ลง แม้ 88.2% เริ่มลงมือปรับพฤติกรรมแล้ว (104 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (105 views)
- สยามไดกิ้นเซลส์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผนึกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อน Net Zero Campus (83 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
