Skip ไปที่เนื้อหา

กรมแพทย์แผนไทย จัดประชุม DTAM Forum เสวนาหัวข้อ ?กัญชา ภูมิปัญญาไทยในการดูแลสุขภาพ?


  • สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm

กรมแพทย์แผนไทย จัดประชุม DTAM Forum เสวนาหัวข้อ ?กัญชา ภูมิปัญญาไทยในการดูแลสุขภาพ?

 โพสต์ สุขภาพดีดอทคอม    95

กรมแพทย์แผนไทย จัดประชุม DTAM Forum ต่อเนื่องตลอดไตรมาส ล่าสุด ระดมหมอ นักวิชาการ เสวนาหัวข้อ ?กัญชา ภูมิปัญญาไทยในการดูแลสุขภาพ? หวัง สร้างความเชื่อมั่นในการใช้กัญชาอย่างถูกต้อง
กรมแพทย์แผนไทย จัดประชุม DTAM Forum เสวนาหัวข้อ กัญชา ภูมิปัญญาไทยในการดูแลสุขภาพ — สุขภาพดีดอทคอม
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565 ที่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นประธาน การประชุมวิชาการกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM Forum) หัวข้อ ?กัญชา ภูมิปัญญาไทยในการดูแลสุขภาพ? โดยมีวิทยากรร่วมแลกเปลี่ยนความรู้จากหลากหลายหน่วยงาน เช่น กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย

นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การเดินหน้าให้ความรู้เรื่องกัญชาที่ถูกต้อง เป็นภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการ และกรมฯ ให้ความสำคัญจึงเร่ง นำภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มาให้ความรู้ในกิจกรรม การประชุมวิชาการกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM Forum) กระทั่งครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 ที่ดำเนินการแล้ว และมีแผนดำเนินการเช่นนี้ตลอดไตรมาสแรก การนำองค์ความรู้เรื่องกัญชาจากหลากหลายมุมมอง จะสร้างความรู้ และประสบการณ์ในการใช้กัญชาอย่างถูกต้องในทุกแง่มุม ซึ่งจะต่อยอดให้เกิดการใช้กัญชาทั้งทางด้านการสาธารณสุข และด้านเศรษฐกิจ ยังผลให้เกิดความเชื่อมั่น และต่อยอดองค์ความรู้สร้างโอกาสในการใช้ยา และโอกาสในการต่อยอดเศรษฐกิจ ข้อมูลต่าง ๆที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ จะนำไปสู่การวิจัยต่อยอด อันจะสร้างความเชื่อมั่นต่อการตัดสินใจในการเลือกใช้กัญชาอย่างเหมาะสม ทางด้านประเทศไทยเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ที่อนุญาตให้ใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่7) พ.ศ. 2562 จากนั้นมีประกาศอื่น ๆ ตามมา โดยประกาศกระทรวงสาธารณสุขได้อนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและหมอพื้นบ้าน สามารถปรุงหรือสั่งจ่ายตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่เพื่อรักษาโรคและวิจัยได้ จึงเป็นที่มาที่ไปที่ทำให้กรมฯ ต้องจัดอภิปรายกลุ่ม หัวข้อ ?กัญชา ภูมิปัญญาไทยในการดูแลสุขภาพ? ในงาน DTAM Forum วันนี้
?
จากการประชุมดังกล่าว วิทยากรมีทั้งนักวิชาการ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนปัจจุบัน นักวิจัย ได้ร่วมพูดคุยและมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้ นพ.จักราวุธ เผือกคง ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ประเทศไทยมีการใช้กัญชาในสมัยก่อนใช้ในรูปแบบตำรับยา โดยคำนึงถึง ?รสยา? (เป็นตัวบ่งบอกว่าจะส่งผลต่อร่างกายอย่างไร) ?กำลังโรค? (อาการคนไข้แต่ละคนหนักเบาแตกต่างกัน) ?กำลังยา? (โอสถสารในแต่ละต้นมีไม่เท่ากัน) ส่วนการนำกัญชามาใช้ในปัจจุบันต้องสามารถบอกได้ว่าได้ผลดี บ่งบอกฤทธิ์ยากัญชาที่ส่งผลต่อร่างกายได้โดยเชื่อมโยงกับมุมมองแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งต้องพิสูจน์ด้วยงานวิจัย ถือเป็นโอกาสในการพัฒนาการวิจัยตำรับยา หลักการใช้ยากัญชาและยาสมุนไพรอื่น ๆ คือ ต้องได้ผลการรักษาที่ดีมากกว่าอันตราย โดยอันตรายต้องควบคุมได้ และการเข้าถึงยาต้องทั่วถึง ปัจจุบันมีกลุ่มยาที่มีกัญชาผสมอยู่ จำนวน 16 ตำรับ ซึ่งใช้ในการรักษาที่แตกต่างกัน ซึ่งบางตำรับมีกัญชาปริมาณมาก บางตำรับมีปริมาณน้อย แพทย์แผนปัจจุบันมีข้อบ่งใช้กัญชาในกลุ่มโรค/อาการอย่างชัดเจน ก่อนนี้ใช้สำหรับโรคลมชัก อาการคลื่นใส้ อาเจียน แต่ขณะนี้มีการนำมาใช้ในผู้ป่วย Palliative Care (การดูแลแบบประคับประคอง) CA end stage (มะเร็งระยะสุดท้าย : ใช้ร่วมรักษาให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น) Fibromyalgia (ปวดเรื้อรังตามกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเนื้อเยื่ออ่อนทั่วร่างกาย) Stroke (โรคหลอดเลือดสมอง) มากขึ้น ซึ่งมีแนวโน้วว่ามีผลการรักษาที่ดี?
?
รศ.ดร.นพ.กฤษณ์ พงศ์พิรุณ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากนโยบายกัญชาจึงเกิดความร่วมมือระหว่าง กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับกัญชา กัญชง ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการบริการ ด้านการวิจัย ด้านการวิจัย ดำเนินโครงการวิจัยติดตามลักษณะการใช้และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้น้ำมันกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (น้ำมันกัญชาตำรับหมอเดชา) โรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการ 30 แห่ง เป็นการวิจัยเชิงสังเกต ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ ระยะเวลา 12 เดือน กลุ่มตัวอย่าง 21,284 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ ESAS และ EQ-5D-5L ระยะที่ 1 รับกลุ่มตัวอย่างทุกกลุ่มโรค ระยะที่ 2 รับกลุ่มตัวอย่าง 3 โรค (โรคมะเร็ง ไมเกรน พาร์กินสัน) ผลการศึกษาคุณภาพชีวิต (Quality of life) วัดจาก ESAS: เห็นผลชัดเจนระหว่างเดือนที่ 1- 2 EQ-5D-5L: โดยรวมดี นอกจากนี้ พบว่านำมันกัญชาลดปวดในแต่ละโรคได้ไม่เท่ากัน (ลดปวดไมเกรนได้ผลดีที่สุด) ผลการศึกษาลักษณะการใช้ พบว่า เป็นการสั่งใช้โดยวิธีหยดใส่ปาก 92.99% นอกจากนั้นจะหยดใส่หู หยดทางช่องคลอด ทาผิว ตามลำดับ และเป็นการใช้มื้อก่อนนอน 97.03% ส่วนจำนวดหยดที่สั่งใช้ คือ <2 - >4 หยด?

การต่อยอดกัญชาในอนาคต โดยการนำเข้าบัญชียาหลักแห่งชาติไม่ใช่เป้าหมายเดียว ซึ่งการนำเข้าบัญชียาหลักแห่งชาติมีทั้งแง่ดีและไม่ดี ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การนำสมุนไพรเข้าบัญชียาหลักแห่งชาติหรือไม่ แต่อยู่ที่ผลิตภัณฑ์มีมากเกินไปไม่มุ่งเน้น ดังนั้นต้องตั้งเป้าในการนำสมุนไพร เข้าบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยนำตำรับยาที่มีหลักฐานครบเข้าพิจารณาก่อน ส่วนตำรับที่หลักฐานวิชาการยังไม่ครบ ต้องคิดวิธีการสนับสนุนอื่น ๆ ต่อไป
?
ภก.มะโนตร์ นาคะวัจนะ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สสจ.อุดรธานี, ผู้ช่วย นพ.สสจ.อุดรธานี กล่าวว่า ด้วยน้ำมันกัญชาตำรับหมอเดชา ได้รับความนิยมทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่พอ จึงคิดค้นน้ำมันกัญชาขมิ้นทอง โดยขออนุญาต อย. เพื่อการวิจัยในเขตสุขภาพที่ 8 ในโรงพยาบาล 32 แห่ง ระยะเวลา 12 เดือน ใช้เครื่องมือ ESAS และ EQ-5D-5L เก็บรวบรวมข้อมูลโดยโปรแกรม R8-COT กลุ่มตัวอย่าง 224 คน ใน 9 กลุ่มโรค/อาการ ได้แก่ มะเร็ง สะเก็ดเงิน สันนิบาตลูกนก (พาร์กินสัน) เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ลมปะกัง (ไมเกรน) ปวดเรื้อรัง ริดสีดวงทวาร ภูมิแพ้/SLE ใช้วันละครั้ง (ก่อนนอน) ครั้งละ 2 หยด (ปรับยาไม่เกิน 3 หยด) ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มโรค/อาการที่มีการสั่งใช้มากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ลดปวดไมเกรน (ลมปะกัง) ร้อยละ 46.88 บรรเทาอาการปวด ร้อยละ 29.0 ช่วยให้นอนหลับ ร้อยละ 16.96 และพบอาการไม่พึงประสงค์ 6 ราย (ไม่รุนแรง) ซึ่งจะนำไปศึกษาเชิงลึกต่อไป และเพื่อให้แพทย์แผนปัจจุบันเชื่อมั่น ในระยะต่อไปจะเป็นการศึกษาแบบ RCT ซึ่งสอดคล้องกับ พท.นราธิป วิเวกเพลิน แพทย์แผนไทยชำนาญการ สสจ.หนองคาย กล่าวเกี่ยวกับโครงการศึกษาประสิทธิผลของการใช้น้ำมันกัญชาขมิ้นทอง ในผู้ป่วยโรคไมเกรน เก็บข้อมูลจากคลินิกกัญชาในจังหวัดหนองคาย 9 แห่ง ผลการศึกษาพบว่า มีประสิทธิผลในการช่วยลดปวดศีรษะไมเกรน ทำให้ระยะเวลาการปวดสั้นลง โดยการใช้ขนาด 1 หยด ก่อนนอน เห็นผลในสัปดาห์ที่ 4 ในขณะที่การใช้ขนาด 2-3 หยด ก่อนนอน เห็นผลตั้งแต่สัปดาห์แรก ซึ่งต้องดำเนินการศึกษาต่อไป
?
ด้าน ดร.กรวิชญ์ สมคิด หัวหน้าห้องปฏิบัติการจีโนมิกส์พืช สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญต้องเริ่มต้นที่พันธุ์กัญชา เพื่อให้ได้สารที่มีคุณภาพนำไปผลิตยาทางการแพทย์ กัญชา หรือ Cannabis ชื่อวิทยาศาสตร์ Cannabis sativa L. แบ่งตามการใช้ประโยชน์เป็น 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มสร้างดอก (กัญชา กัญชง) 2) กลุ่มสร้างเส้นใย (กัญชง) 3) กลุ่มสร้างเมล็ด สำหรับผลิตน้ำมัน (กัญชง) แบ่งตามสารสำคัญของพันธุ์กัญชา ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) THC สูง 2) CBD สูง 3) THC : CBD สัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน สายพันธ์กัญชาพันธุ์ไทย ที่มีข้อมูลลักษณะชัดเจน คือ หางกระรอก หางเสือ ตะนาวศรีก้านขาว ตะนาวศรีก้านแดง อิสระ01 กัญชงRPF1-8 ซึ่งต้องเลือกตัวเมียแท้ หรือตัวผู้แท้มาใช้ หากนำตัวกะเทยมาใช้จะได้ผลผลิตช่อดอกลดลง 70% ซึ่งเป็นความยากลำบากในการปลูก แต่ขณะนี้มีเทคโนโลยีที่สามารถคัดแยกได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือน ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังพัฒนา โดยจะรับตรวจในราคาที่ถูก?
ประชาชน หรือผู้สนใจสามารถรับชม การประชุมวิชาการกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM Forum)
ได้ทุกสัปดาห์ วันจันทร์ หรือ วันอังคาร เวลา 13.30-16.00 น. โดยรับชมผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ ระบบ Zoom meeting

 กรมแพทย์แผนไทย จัดประชุม DTAM Forum เสวนาหัวข้อ ?กัญชา ภูมิปัญญาไทยในการดูแลสุขภาพ?
 Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม

เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน