แนะกลุ่มเสี่ยง 608 และเด็กเล็ก 6 เดือน-4 ปี ฉีดวัคซีนโควิดก่อนเข้าฤดูหนาว ลดป่วยรุนแรงเสียชีวิตและลดภาวะ MIS-C ในเด็ก
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แนะกลุ่มเสี่ยง 608 และเด็กเล็ก 6 เดือน-4 ปี ฉีดวัคซีนโควิดก่อนเข้าฤดูหนาว ลดป่วยรุนแรงเสียชีวิตและลดภาวะ MIS-C ในเด็ก
กระทรวงสาธารณสุข ย้ำแม้สถานการณ์โควิด 19 จะลดลง แต่การฉีดวัคซีนยังมีความจำเป็นมากทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 และเด็กเล็ก อายุ 6 เดือน - 4 ปี ควรรีบฉีดสร้างเสริมภูมิคุ้มกันก่อนเข้า ฤดูหนาว ซึ่งจะพบการระบาดของเชื้อไวรัสก่อโรคต่างๆ มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงป่วยรุนแรงและเสียชีวิต และลด การเกิดภาวะอักเสบของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเด็ก (MIS-C)
26 ตุลาคม 2565-นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด 19 ของประเทศไทย มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยสัปดาห์ที่ 42 ช่วงวันที่ 16-22 ตุลาคม 2565 มีผู้ป่วยรายใหม่ 2,616 ราย เฉลี่ยวันละ 373 ราย ผู้เสียชีวิต 40 ราย เฉลี่ยวันละ 5 ราย ประชาชนเริ่มใช้ชีวิตตามปกติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากต้องเข้าไปในพื้นที่คนหนาแน่น การระบายอากาศไม่ดี ขอให้ยังคงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตัว ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ ที่สำคัญ คือ การมารับวัคซีนโควิด 19 ซึ่งขณะนี้มีการฉีดไปแล้ว 142.8 ล้านโดส ความครอบคลุมเข็มปกติเกือบ 82% แต่เข็มกระตุ้นในทุกกลุ่มยังมารับน้อย ไม่ถึง 50%
การได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็ม 4 จะช่วยลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตได้เกือบ 100% โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 608 หากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 หรือ 3 มาแล้วเกิน 3-4 เดือน ให้มารับวัคซีนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ส่วนกลุ่มเด็กเล็ก อายุ 6 เดือน - 4 ปี ซึ่งยังไม่เคยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโควิด 19 ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขส่งวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีแดงกระจายไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อให้บริการในคลินิกเด็กสุขภาพดี (well baby clinic) แล้ว ผู้ปกครองสามารถให้เด็กฉีดพร้อมกับวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ ได้ จะช่วยลดความเสี่ยงอาการรุนแรงและเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด 19 รวมถึงการเกิดภาวะอักเสบของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเด็ก (MIS-C) ได้
ทั้งนี้ ช่วงฤดูหนาวจะมีการระบาดของเชื้อไวรัสก่อโรคเพิ่มขึ้นหลายโรค รวมถึงโรคโควิด 19 ดังนั้น ขอให้กลุ่มเสี่ยงทั้งกลุ่ม 608 และเด็กเล็กต่ำกว่า 5 ขวบ มารับวัคซีนเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโควิด 19 ก่อนที่จะถึงฤดูหนาว โดยโรงพยาบาลต่างๆ จะมีการจัดพื้นที่ให้บริการกลุ่มเด็กอายุ 6 เดือน - 4 ปี เป็นการเฉพาะ เพื่อให้ได้รับวัคซีนเร็วขึ้นผู้ปกครองพาบุตรหลานไปรับวัคซีนได้ตามความสมัครใจ ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยจะมีการฉีดวัคซีนทั้งหมด 3 เข็ม เข็มแรกและเข็มสองห่างกัน 1 เดือน และเข็มสามห่างจากเข็มสอง 2 เดือน
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า "เด็กเล็กโดยเฉพาะที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการป่วยหนัก อาจพบภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อโควิด 19 ได้แก่ ปอดบวม และหลอดลมอักเสบ ซึ่งอาจมีอาการรุนแรงถึงชีวิต ซึ่งไม่ต่างจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ รวมถึงอาจพบภาวะ MIS-C ได้ด้วย ดังนั้นจึงควรให้เร่งรัดการฉีดวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายเด็กเล็ก เช่นเดียวกับในกลุ่ม 608 ที่มีอัตราการป่วยหนัก และเสียชีวิตสูงเช่นกัน ขณะนี้วัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ไฟเซอร์ฝาสีแดงสำหรับฉีดในเด็ก 6 เดือน - 4 ปี เข้ามาในประเทศไทยแล้ว เป็นวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติจากสหภาพยุโรป (EU) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย รวมถึงมีการอนุมัติให้ใช้ในหลายๆ ประเทศแล้ว จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่ามีความปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อยกว่าวัคซีนที่ฉีดในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ เมื่อคำนึงถึงผลประโยชน์และความเสี่ยงที่ได้รับ แนะนำให้เด็กเล็กฉีด โดยเฉพาะในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นสถานที่ที่เด็กอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นจุดเสี่ยงที่แพร่เชื้อและติดต่อระหว่างกันได้ง่าย ทั้งนี้ถึงแม้ว่าอาจจะป้องกันการติดเชื้อโควิดไม่ได้ทั้งหมด และหากติดเชื้อแล้วจะลดความรุนแรง ลดอัตราการป่วยหนักและเสียชีวิตได้

การได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็ม 4 จะช่วยลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตได้เกือบ 100% โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 608 หากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 หรือ 3 มาแล้วเกิน 3-4 เดือน ให้มารับวัคซีนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ส่วนกลุ่มเด็กเล็ก อายุ 6 เดือน - 4 ปี ซึ่งยังไม่เคยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโควิด 19 ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขส่งวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีแดงกระจายไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อให้บริการในคลินิกเด็กสุขภาพดี (well baby clinic) แล้ว ผู้ปกครองสามารถให้เด็กฉีดพร้อมกับวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ ได้ จะช่วยลดความเสี่ยงอาการรุนแรงและเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด 19 รวมถึงการเกิดภาวะอักเสบของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเด็ก (MIS-C) ได้
ทั้งนี้ ช่วงฤดูหนาวจะมีการระบาดของเชื้อไวรัสก่อโรคเพิ่มขึ้นหลายโรค รวมถึงโรคโควิด 19 ดังนั้น ขอให้กลุ่มเสี่ยงทั้งกลุ่ม 608 และเด็กเล็กต่ำกว่า 5 ขวบ มารับวัคซีนเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโควิด 19 ก่อนที่จะถึงฤดูหนาว โดยโรงพยาบาลต่างๆ จะมีการจัดพื้นที่ให้บริการกลุ่มเด็กอายุ 6 เดือน - 4 ปี เป็นการเฉพาะ เพื่อให้ได้รับวัคซีนเร็วขึ้นผู้ปกครองพาบุตรหลานไปรับวัคซีนได้ตามความสมัครใจ ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยจะมีการฉีดวัคซีนทั้งหมด 3 เข็ม เข็มแรกและเข็มสองห่างกัน 1 เดือน และเข็มสามห่างจากเข็มสอง 2 เดือน
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า "เด็กเล็กโดยเฉพาะที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการป่วยหนัก อาจพบภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อโควิด 19 ได้แก่ ปอดบวม และหลอดลมอักเสบ ซึ่งอาจมีอาการรุนแรงถึงชีวิต ซึ่งไม่ต่างจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ รวมถึงอาจพบภาวะ MIS-C ได้ด้วย ดังนั้นจึงควรให้เร่งรัดการฉีดวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายเด็กเล็ก เช่นเดียวกับในกลุ่ม 608 ที่มีอัตราการป่วยหนัก และเสียชีวิตสูงเช่นกัน ขณะนี้วัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ไฟเซอร์ฝาสีแดงสำหรับฉีดในเด็ก 6 เดือน - 4 ปี เข้ามาในประเทศไทยแล้ว เป็นวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติจากสหภาพยุโรป (EU) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย รวมถึงมีการอนุมัติให้ใช้ในหลายๆ ประเทศแล้ว จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่ามีความปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อยกว่าวัคซีนที่ฉีดในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ เมื่อคำนึงถึงผลประโยชน์และความเสี่ยงที่ได้รับ แนะนำให้เด็กเล็กฉีด โดยเฉพาะในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นสถานที่ที่เด็กอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นจุดเสี่ยงที่แพร่เชื้อและติดต่อระหว่างกันได้ง่าย ทั้งนี้ถึงแม้ว่าอาจจะป้องกันการติดเชื้อโควิดไม่ได้ทั้งหมด และหากติดเชื้อแล้วจะลดความรุนแรง ลดอัตราการป่วยหนักและเสียชีวิตได้
แนะกลุ่มเสี่ยง 608 และเด็กเล็ก 6 เดือน-4 ปี ฉีดวัคซีนโควิดก่อนเข้าฤดูหนาว ลดป่วยรุนแรงเสียชีวิตและลดภาวะ MIS-C ในเด็ก
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (63 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (0 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (0 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (64 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (31 views)
- Cosmopack CBE ASEAN 2026 จับมือ 5 แบรนด์ Supply Chain ความงามชั้นนำ เดินเครื่องโรงงานผลิตเครื่องสำอางจำลอง (66 views)
- ซูเลียน เปิดเวที "THE SUCCESS VISION" พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก (2 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า รับรางวัล AREA 2026 สาขา Health Promotion จากโครงการ "Happy Kidney, Happy Life" (4 views)
