Skip ไปที่เนื้อหา

สธ.เผย ?โควิด? แนวโน้มเพิ่มขึ้น ห่วงหยุดยาวเพิ่มความเสี่ยงกระจายไปต่างจังหวัด ย้ำเข้มป้องกัน 2U


  • News ออฟไลน์
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm

สธ.เผย ?โควิด? แนวโน้มเพิ่มขึ้น ห่วงหยุดยาวเพิ่มความเสี่ยงกระจายไปต่างจังหวัด ย้ำเข้มป้องกัน 2U

 โพสต์ News    134

กระทรวงสาธารณสุข เผย สถานการณ์โควิดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์ ผู้ติดเชื้อและป่วยหนักส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมือง กทม. ปริมณฑล จังหวัดท่องเที่ยว ห่วงหยุดยาวกระจายไปต่างจังหวัด ย้ำร่วมกันเข้มมาตรการ 2U กลุ่ม 608 ขอให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นทุก 3-4 เดือน หากติดเชื้อควรรีบพบแพทย์
สธ เผย โควิด แนวโน้มเพิ่มขึ้น ห่วงหยุดยาวเพิ่มความเสี่ยงกระจายไปต่างจังหวัด ย้ำเข้มป้องกัน 2U — News
11 กรกฎาคม 2565-ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคโควิด 19 และการเดินช่วงวันหยุดให้ปลอดภัย ว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ของประเทศไทยในช่วง 14 วันที่ผ่านมา พบการติดเชื้อและเสียชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้นชัดเจนในบางจังหวัดที่มีการติดเชื้อมาก คือ กทม. ปริมณฑล จังหวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ โดยปอดอักเสบเพิ่มจาก 638 ราย เป็น 786 ราย และใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้นจาก 290 ราย เป็น 349 ราย แต่ทั้งหมดยังอยู่ในเกณฑ์ที่ระบบสาธารณสุขรองรับได้ ประกอบกับมีการคืนเตียงผู้ป่วยโควิดไปใช้รักษาโรคอื่น ทำให้อัตราครองเตียงเพิ่มขึ้น โดยจังหวัดที่มีอัตราครองเตียงเกิน 25% ได้แก่ นนทบุรี 42.6% กทม. 38.2% ชัยภูมิ 30.5% ปทุมธานี 29.3% สมุทรปราการ 29.8% และนครสวรรค์ 26% จึงต้องปรับการบริหารจัดการเตียง

ทั้งนี้ การติดเชื้อจะเกิดขึ้นใน กทม. ปริมณฑล และจังหวัดใหญ่ก่อน แล้วค่อยกระจายไปจังหวัดเล็กจากเมืองกระจายไปชนบท ดังนั้น ช่วงวันหยุดยาวอาจเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้เกิดแพร่เชื้อไปต่างจังหวัดเร็วขึ้น จึงต้องช่วยกันชะลอการแพร่เชื้อ เพราะหากมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเร็ว จะมีผู้ที่ปอดอักเสบเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และอาจจะกระทบกับเตียงหรือยาที่ใช้ในการรักษาได้ ส่วนสัญญาณที่ทำให้ต้องมีการแจ้งเตือนและปรับเพิ่มมาตรการ คือ 1.ผู้ป่วยรายใหม่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเกิน 4 พันรายต่อวัน อาจต้องให้ใส่หน้ากาก 100% หรือเว้นระยะห่างมากขึ้น 2.ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้นเป็น 400-500 รายต่อวัน อาจต้องปรับมาตรการการรักษาและให้ยาเร็วขึ้น และ 3.ผู้เสียชีวิตเกิน 40 รายต่อวัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงระดับการเตือนภัยระดับ 2

กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือประชาชนป้องกันตนเอง โดยใช้มาตรการ 2U ได้แก่ Universal Prevention คือ มาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล และ Universal Vaccination คือ การฉีดวัคซีนโดยยังสามารถทำกิจกรรมรวมกลุ่มได้ เช่น การทำกิจกรรมทางศาสนา แต่ให้เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะ อยู่ใกล้กลุ่มเสี่ยง 608 และหากผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 608 มีอาการป่วย ผลตรวจ ATK เป็นบวก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับยา จะช่วยลดความเสี่ยงการป่วยหนักได้ ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เสียชีวิต ช่วงวันที่ 3-9 กรกฎาคม 2565 จำนวน 132 ราย เป็นกลุ่ม 608 ถึง 97% และส่วนใหญ่ไม่รับวัคซีน หรือไม่ได้รับเข็มกระตุ้น ผู้มีโรคประจำตัวที่เสี่ยงเสียชีวิตสูง คือ โรคไตเรื้อรัง มะเร็ง อ้วน หลอดเลือดสมอง และหลอดเลือดหัวใจ ประกอบกับช่วงนี้มีการระบาดมากขึ้นของสายพันธุ์ BA.4/BA.5 และมีโอกาสสูงที่จะติดเชื้อซ้ำ จึงขอให้มารับวัคซีนเข็มกระตุ้น โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ผู้ป่วยกลุ่มอื่น ๆ และผู้ดูแลใกล้ชิดผู้ป่วย ควรมารับเข็มกระตุ้นทุก 3-4 เดือน เพราะหากเกินช่วงเวลาดังกล่าวภูมิคุ้มกันอาจ ไม่เพียงพอ ทำให้ป่วยหนักได้

 สธ.เผย ?โควิด? แนวโน้มเพิ่มขึ้น ห่วงหยุดยาวเพิ่มความเสี่ยงกระจายไปต่างจังหวัด ย้ำเข้มป้องกัน 2U
 Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม

เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน